Official published document
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงบประมาณและการเงินของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. 2555
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการบริหารงบประมาณและการเงินของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๕
โดยที่เป็นการสมควรออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงบประมาณและการเงินของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงบประมาณและการเงินของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๕"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับกับทุกส่วนงานของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เว้นแต่สภามหาวิทยาลัยจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศและคำสั่งอื่นใดในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในข้อบังคับนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
"มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"อธิการบดี" หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"ส่วนงาน" หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
"หัวหน้าส่วนงาน" หมายความว่า หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
"ฝ่ายการคลัง" หมายความว่า หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน การเบิกเงิน การจ่ายเงิน การถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน และการควบคุมดูแลการจ่ายเงิน และให้รวมถึงฝ่ายงบประมาณการเงิน ฝ่ายการคลัง ฝ่ายบริหารงานทั่วไปของส่วนงานที่ทำหน้าที่ดังกล่าวด้วย
"หัวหน้าฝ่ายการคลัง" หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน การเบิกเงิน การจ่ายเงิน การถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน และการควบคุมดูแลการจ่ายเงิน และให้รวมถึงหัวหน้าฝ่ายงบประมาณการเงิน ฝ่ายการคลัง ฝ่ายบริหารงานทั่วไปของส่วนงานที่ทำหน้าที่ดังกล่าวด้วย
"งบประมาณรายจ่าย" หมายความว่า จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่าย หรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามวัตถุประสงค์ และภายในปีงบประมาณ
"เจ้าของรายได้" หมายความว่า มหาวิทยาลัย หรือส่วนงานที่ได้รับรายได้
"รายได้ส่วนงาน" หมายความว่า รายได้ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครมอบหมายให้ส่วนงานจัดเก็บและบริหารจัดการ
"ปี" หมายความว่า ปีงบประมาณ หรือปีบัญชีโดยเริ่มวันที่ ๑ ตุลาคม และสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ของปีถัดไป
"คณะกรรมการประจำส่วนงาน" หมายความว่า คณะกรรมการประจำคณะ หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ และสำหรับสำนักงานอธิการบดี ให้หมายความถึง อธิการบดีหรือคณะกรรมการที่อธิการบดีแต่งตั้ง
"ภาระผูกพัน" หมายความว่า รายการที่ได้รับอนุมัติให้ผูกพันงบประมาณในปีนั้น ๆ ซึ่งจะต้องเบิกจ่ายภายในปีนั้น เว้นแต่มีสัญญาหรือมีข้อตกลงเป็นหนังสือผูกพันเจ้าหนี้ไว้ให้ถือว่ายังคงเป็นภาระผูกพันอยู่
ข้อ ๕ การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรายได้ รายจ่าย อัตรา และการจัดสรรรายได้ของส่วนงาน ตลอดจนการแบ่งส่วนรายได้ระหว่างส่วนงานกับมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามระเบียบที่มหาวิทยาลัยกำหนดโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๖ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจวางหลักเกณฑ์เพื่อปฏิบัติ รวมทั้งการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบังคับนี้และเป็นกรณีที่จำเป็นเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการจะเกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายมีอำนาจอนุมัติ แล้วนำเสนอสภามหาวิทยาลัย เพื่อให้ทราบ
หมวด ๒
ประเภทและที่มาของรายได้
ข้อ ๗ ประเภทและที่มาของรายได้มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑) เงินอุดหนุนที่กรุงเทพมหานครจัดสรรให้
(๒) เงินอุดหนุนทั่วไปและเงินอื่นที่รัฐบาลจัดสรรให้
(๓) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
(๔) เงินกองทุนที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น และรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุนดังกล่าว
(๕) รายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุนที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น
(๖) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับและค่าบริการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย
(๗) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากการให้กู้ยืมเงิน โดยมีการค้ำประกันด้วยบุคคลหรือนิติบุคคลและหรือนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกัน
(๘) รายได้จากการลงทุนหรือร่วมลงทุนกับบุคคลและหรือนิติบุคคลและการนำผลการค้นคว้าและวิจัยไปเผยแพร่หรือหาผลประโยชน์
(๙) รายได้ หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุ หรือจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุซึ่งมหาวิทยาลัยปกครองดูแล หรือใช้ประโยชน์ หรือจากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๑๐) ดอกผลและเงินผลประโยชน์จากการลงทุนและการบริหารเงินรายได้
(๑๑) เงินอุดหนุนการวิจัย
(๑๒) เงินผลประโยชน์ที่ได้รับจากการบริการวิชาการ การวิจัย และการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปหาประโยชน์
(๑๓) รายได้ หรือผลประโยชน์อื่น ๆ
ข้อ ๘ ประเภทและที่มาของรายได้ของส่วนงานประกอบด้วย
(๑) เงินที่มหาวิทยาลัยจัดสรรให้
(๒) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่ส่วนงาน
(๓) รายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุนที่ส่วนงานจัดตั้งขึ้นสำหรับส่วนงาน
(๔) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับและค่าบริการต่าง ๆ
(๕) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการให้กู้ยืมเงินโดยมีการค้ำประกันด้วยบุคคลและหรือนิติบุคคล และหรือนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกัน
(๖) รายได้จากการลงทุนหรือร่วมลงทุนกับบุคคลและหรือนิติบุคคลและการนำผลการค้นคว้าและวิจัยไปเผยแพร่หรือหาผลประโยชน์
(๗) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุ หรือจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุซึ่งส่วนงานปกครองดูแล หรือใช้ประโยชน์ หรือจากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่อยู่ในความครอบครองของส่วนงาน
(๘) ดอกผลและเงินผลประโยชน์จากการลงทุน
(๙) เงินอุดหนุนการวิจัย
(๑๐) เงินผลประโยชน์จากเงินรับฝาก เงินรับฝากที่พ้นภาระผูกพัน และการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปหาประโยชน์
(๑๑) รายได้ หรือผลประโยชน์อื่น ๆ
หมวด ๓
รายจ่ายของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๙ มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัยมีรายจ่ายประเภทต่าง ๆ ดังนี้
(๑) รายจ่ายเพื่อการบริหารในกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน
(๒) รายจ่ายเพื่อการศึกษาและส่งเสริมวิชาการด้านการเรียนการสอน การวิจัยเพื่อเพิ่มพูนและพัฒนาประสิทธิภาพทางวิชาการ
(๓) รายจ่ายเพื่อสนับสนุนการให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและส่งเสริมการศึกษาภายใต้ปรัชญาของมหาวิทยาลัย
(๔) รายจ่ายตามเงื่อนไขหรือวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค
(๕) รายจ่ายเพื่อสวัสดิการแก่พนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย
(๖) รายจ่ายเพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านการศึกษา ส่งเสริมกิจกรรมและศิลปวัฒนธรรมของนักศึกษา
(๗) รายจ่ายอื่น ๆ ตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นสมควร
ข้อ ๑๐ มหาวิทยาลัยอาจนำเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยไปลงทุนและบริหารเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ได้ ดังนี้
(๑) ฝากธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารพาณิชย์อื่นที่สภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ
(๒) ซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารทางการเงินของรัฐบาล
(๓) ซื้อพันธบัตร หรือหุ้นกู้ของรัฐวิสาหกิจ หรือตั๋วแลกเงินของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ
(๔) ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจากสถาบันการเงินโดยมีธนาคารที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติเป็นผู้อาวัล
ในกรณีที่มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานในมหาวิทยาลัยประสงค์จะนำเงินรายได้ไปฝากหรือลงทุนแตกต่างไปจากที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้กระทำได้โดยได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๑ การจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันจากงบประมาณที่เบิกจ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยหรือจากเงินรายได้ของส่วนงานแล้วแต่กรณี ให้เป็นไปตามระเบียบที่มหาวิทยาลัยกำหนดโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
หมวด ๔
การกำหนดอัตรารายได้ และการจัดสรร
ข้อ ๑๒ ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ และอัตราการจัดเก็บ หลักเกณฑ์ และอัตราการจัดสรรค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าบำรุงการศึกษาของมหาวิทยาลัย และส่วนงาน โดยเสนออธิการบดีเพื่ออนุมัติแล้วทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย และแจ้งให้สภามหาวิทยาลัยทราบ
ข้อ ๑๓ ให้อธิการบดีกำหนดอัตราค่าบริการอื่น ๆ ในส่วนของสำนักงานอธิการบดีโดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๔ ให้หัวหน้าส่วนงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำส่วนงานเป็นผู้กำหนดอัตราค่าบริการวิชาการ บริการสุขภาพ บริการทำวิจัย และบริการอื่นที่ส่วนงานเป็นผู้ดำเนินการโดยทำเป็นประกาศของส่วนงานโดยความเห็นชอบของอธิการบดี
หมวด ๕
วิธีการงบประมาณ
ข้อ ๑๕ การจัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของมหาวิทยาลัยและส่วนงานให้จัดทำตามพันธกิจและนโยบายที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
การจัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๑๖ ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการงบประมาณคณะหนึ่ง โดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย เพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองงบประมาณของทั้งมหาวิทยาลัย
การจัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายของส่วนงานให้คณะกรรมการประจำส่วนงานเป็นผู้พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เป็นของส่วนงาน และเมื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการประจำส่วนงานแล้ว ให้หัวหน้าส่วนงานนำเสนอคณะกรรมการงบประมาณที่อธิการบดีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง เพื่อพิจารณาต่อไป
ข้อ ๑๗ ให้อธิการบดีนำเสนองบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่าย เพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากกรุงเทพมหานครและรัฐบาล โดยเสนอขอความเห็นชอบต่อสภามหาวิทยาลัย เมื่อสภามหาวิทยาลัยเห็นชอบแล้วให้อธิการบดีนำเสนอต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาและนำเสนอต่อสภากรุงเทพมหานครพิจารณาเห็นชอบ
เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากกรุงเทพมหานครแล้ว ให้คณะกรรมการตามข้อ ๑๖ วรรคหนึ่งพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจากกรุงเทพมหานครในส่วนที่เป็นงบดำเนินงานและงบประมาณรายจ่ายของมหาวิทยาลัยและส่วนงาน โดยให้อธิการบดีนำเสนอสภามหาวิทยาลัยอนุมัติเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีของมหาวิทยาลัยต่อไป
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องขอรับการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาลให้อธิการบดีเสนอขอความเห็นชอบต่อสภามหาวิทยาลัย เมื่อสภามหาวิทยาลัยเห็นชอบแล้วให้อธิการบดีนำเสนอต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครดำเนินการต่อไป
ข้อ ๑๙ การโอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณซึ่งอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์และภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติในส่วนของมหาวิทยาลัย สำหรับงบประมาณของส่วนงานให้หัวหน้าส่วนงานเป็นผู้พิจารณาอนุมัติแล้วเสนออธิการบดีเพื่อทราบภายในห้าวันทำการ ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันสิ้นปี
การโอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณตามวรรคหนึ่งให้รายงานให้สภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบ
การโอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณนอกเหนือจากนี้ให้นำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติ
อธิการบดีอาจวางหลักเกณฑ์การโอนเพื่อเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณ เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการดังกล่าวได้ โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่มีรายการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกิดขึ้นในระหว่างปีโดยมิได้ตั้งงบประมาณเพื่อรายการนั้นไว้ ให้จัดทำและเสนอเป็นงบประมาณเพิ่มเติมในระหว่างปีนั้นได้ ทั้งนี้ให้ดำเนินการตามข้อบังคับนี้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๑ งบประมาณรายจ่ายข้ามปีจะมีได้ในกรณีที่คาดว่าจะใช้งบประมาณไม่เสร็จทันภายในปีงบประมาณ การตั้งงบประมาณรายจ่ายข้ามปีต้องกำหนดเวลาสิ้นสุดไว้ด้วย
หมวด ๖
การรับเงิน และการเก็บรักษาเงิน
ข้อ ๒๒ รายได้ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานทุกประเภทจะหักไว้ใช้จ่ายเพื่อการใดก่อนนำส่งมิได้
ข้อ ๒๓ รายได้ของมหาวิทยาลัยและส่วนงานทุกประเภท เมื่อรับแล้วต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับเงินไว้เป็นหลักฐานโดยมอบต้นฉบับให้แก่ผู้ชำระเงินและมีสำเนาหรือหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้
ใบเสร็จรับเงินและหลักฐานการรับเงินที่ใช้จะต้องเป็นไปตามแบบที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนด และให้อยู่ในความควบคุมของหัวหน้าส่วนงานเจ้าของรายได้ โดยจัดทำทะเบียนควบคุมใบเสร็จรับเงินและจัดเก็บหลักฐานอื่นไว้เพื่อการตรวจสอบ
ข้อ ๒๔ สำหรับส่วนงานที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดให้เป็นส่วนงานซึ่งบริหารรายได้ของตนเองไม่ต้องนำรายได้ส่งมหาวิทยาลัย ให้ส่วนงานนั้นจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน การเบิกเงิน การจ่ายเงิน และการควบคุมดูแลการจ่ายเงินของส่วนงานนั้นเสนอความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๕ รายได้จากการบริหารงานของส่วนงานใด ให้ส่วนงานเจ้าของรายได้เป็นผู้จัดเก็บแล้วนำส่งฝ่ายการคลังของส่วนงานภายในวันที่รับเงินหรือในวันทำการถัดไป ในรูปของเงินสดหรือใบนำฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารของส่วนงาน และให้จัดทำรายงานนำส่งมหาวิทยาลัยทุกสิ้นเดือนถัดไป
กรณีที่ส่วนงานใดมีหน่วยเก็บเงินย่อยและไม่สามารถปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ได้ ให้อธิการบดีพิจารณาอนุมัติระยะเวลาการนำส่งเงินและรายงานการนำส่งเป็นกรณี ๆ ไป
ข้อ ๒๖ รายได้อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อ ๒๕ ให้นำส่งฝ่ายการคลังของมหาวิทยาลัยภายในวันที่รับเงินหรือวันทำการถัดไปในรูปของเงินสดหรือเอกสารแทนตัวเงิน เพื่อนำฝากเข้าบัญชีธนาคาร
ข้อ ๒๗ การเก็บรักษาเงินคงเหลือของส่วนงาน ให้ส่วนงานโอนเงินรายได้คงเหลือจากปีงบประมาณก่อนภายหลังการหักภาระผูกพันส่งฝ่ายการคลังของส่วนงานภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันสิ้นปี เพื่อเก็บเป็นเงินสะสมของส่วนงานและจัดทำรายงานเงินคงเหลือไว้เป็นหลักฐาน
หมวด ๗
การก่อหนี้ผูกพัน และการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี
ข้อ ๒๘ ผู้มีอำนาจในการก่อหนี้ผูกพัน ซึ่งหมายความรวมถึง การอนุมัติดำเนินการ การอนุมัติก่อหนี้ และการลงนามในสัญญาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) การก่อหนี้ผูกพันจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยเกินกว่า ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้เป็นอำนาจของอธิการบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับหัวหน้าส่วนงานที่อธิการบดีมอบหมาย
(๒) การก่อหนี้ผูกพันจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนงาน
ข้อ ๒๙ การก่อหนี้ผูกพันให้กระทำได้เมื่อได้รับจัดสรรเงินแล้ว เว้นแต่
(๑) รายจ่ายในหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ หมวดค่าจ้างชั่วคราว และหมวดค่าสาธารณูปโภค
(๒) รายจ่ายหมวดอื่น ๆ หากมีกรณีจำเป็นเร่งด่วนให้เสนอขออนุมัติอธิการบดีเป็นราย ๆ ไป
ข้อ ๓๐ การก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อ ๆ ไป อธิการบดีจะสั่งก่อหนี้ผูกพันได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย ยกเว้นโครงการซึ่งมีเงื่อนไขกำหนดไว้ในกรณีที่เป็นเงินอุดหนุน
ข้อ ๓๑ การเบิกจ่ายเงินให้กระทำได้แต่เฉพาะภายในปีงบประมาณนั้น เว้นแต่เป็นงบประมาณรายจ่ายที่ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ หรือที่ได้รับอนุมัติจากอธิการบดีให้เบิกเหลื่อมปีและได้มีการกันเงินไว้ตามข้อบังคับนี้ และรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ
การกันเงินหรือการขอขยายเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณให้กระทำได้ไม่เกินปีงบประมาณถัดไป เว้นแต่มีความจำเป็นต้องขอเบิกจ่ายภายหลังดังกล่าว ให้เสนอขอความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยเป็นกรณี ๆ ไป
ข้อ ๓๒ ส่วนงานใดก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ ถ้าเห็นว่าจะเบิกเงินไปชำระหนี้ผูกพันนั้นไม่ทันสิ้นปี ให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้อีกหกเดือนปฏิทิน นับจากวันสิ้นปี
ในกรณีที่ไม่ได้ก่อหนี้ผูกพันแต่มีความจำเป็นจะต้องใช้จ่ายเงินนั้นต่อไปอีก ให้ส่วนงานขออนุมัติเบิกเงินเหลื่อมปีจากอธิการบดี และเมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้หกเดือนปฏิทิน นับจากวันสิ้นปี
ข้อ ๓๓ ภายใต้ข้อบังคับข้อ ๓๑ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ หากงบประมาณรายจ่ายเหลืออยู่โดยยังมิได้มีการเบิกจ่ายให้เป็นอันพับไป และให้นำเข้าเป็นเงินรายรับของเงินกองทุนมหาวิทยาลัย
หมวด ๘
การเบิกเงิน
ข้อ ๓๔ ผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
(๑) การจ่ายเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย ให้เป็นอำนาจของอธิการบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับหัวหน้าส่วนงานที่อธิการบดีมอบหมาย
(๒) การจ่ายเงินจากเงินรายได้ของส่วนงาน ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนงาน
ข้อ ๓๕ การจ่ายเงินทุกรายการให้จ่ายเป็นเช็ค เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินนั้นจากบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีอื่นใดซึ่งไม่อาจสั่งจ่ายเป็นเช็คได้ หัวหน้าฝ่ายการคลังอาจพิจารณาให้จ่ายเป็นเงินสดก็ได้ ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท
(๑) การเขียนเช็คสั่งจ่าย ให้ปฏิบัติ ดังนี้
(ก) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ ในกรณีซื้อ หรือเช่าทรัพย์สิน หรือจ้างทำของ ให้ออกเช็คสั่งจ่าย ในนามเจ้าหนี้ และขีดฆ่าคำว่า "หรือตามคำสั่ง" หรือ "หรือผู้ถือ" ออก และขีดคร่อมด้วย
(ข) การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินหรือเจ้าหนี้ นอกจากกรณีตามข้อ (ก) ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามผู้รับเงินหรือเจ้าหนี้ และขีดฆ่าคำว่า "หรือตามคำสั่ง" หรือ "หรือผู้ถือ" ออก โดยห้ามออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด
(ค) ในกรณีสั่งจ่ายเงินเพื่อขอรับเงินสดมาจ่าย ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามคณะกรรมการรับส่งเงินของส่วนงาน และขีดฆ่าคำว่า "หรือตามคำสั่ง" หรือ "หรือผู้ถือ" ออก โดยห้ามออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด
(๒) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินผ่านธนาคารเข้าบัญชีของผู้รับเงินโดยตรงให้ระบุข้อความ "จ่ายผ่านธนาคาร" ลงในเอกสารการเบิกจ่ายเงิน
ข้อ ๓๖ การออกเช็คสั่งจ่าย ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ ๓๔ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกับหัวหน้าฝ่ายการคลัง หรือเจ้าหน้าที่การเงินที่ได้รับมอบหมายจากส่วนงานแล้วแต่กรณี เมื่อลงลายมือชื่อสั่งจ่ายตามเช็คแล้วให้ประทับตราที่แสดงว่าได้สั่งจ่ายเงินแล้วในเอกสารขอรับชำระเงิน
ข้อ ๓๗ หลักเกณฑ์และวิธีการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน ตามหมวด ๖ และหลักเกณฑ์การเบิกเงิน การจ่ายเงิน และการควบคุม ดูแลการจ่ายเงินตามหมวดนี้ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนด
หมวด ๙
การทำบัญชีและรายงานการเงิน
ข้อ ๓๘ การทำบัญชีของเงินทุกประเภทของมหาวิทยาลัยและส่วนงาน ให้ใช้ระบบบัญชีมาตรฐานตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป
หลักฐานทางการเงินและการบัญชี จะต้องเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบในที่ปลอดภัย อย่าให้สูญหายหรือเสียหายได้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี ส่วนหลักฐานที่ได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแล้วให้เก็บไว้ห้าปี เว้นแต่เป็นเอกสารหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการทางคดีให้เก็บไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นในคดีนั้น
ข้อ ๓๙ การจัดทำรายงานการเงิน ให้จัดทำโดยแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินโดยถูกต้องตามความเป็นจริงและตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป โดยให้ฝ่ายการคลังมหาวิทยาลัยและส่วนงานที่บริหารรายได้ของตนเองจัดทำรายงานการเงินประจำเดือนและประจำปี ดังนี้
(๑) รายงานการเงินของรายได้ของมหาวิทยาลัยตามข้อ ๗ ให้เสนออธิการบดีเพื่อทราบ
(๒) รายงานการเงินของรายได้ของส่วนงานตามข้อ ๘ ให้หัวหน้าส่วนงานเสนออธิการบดีเพื่อทราบ
สำหรับรายงานการเงินประจำเดือน ให้เสนอภายในวันที่ยี่สิบของเดือนถัดไป และรายงานการเงินประจำปีให้เสนอภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันสิ้นปี
รูปแบบของรายงานให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนด
หมวด ๑๐
การตรวจสอบ
ข้อ ๔๐ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบภายในทุกส่วนงานเป็นประจำโดยอาจมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในระดับส่วนงานด้วยก็ได้
ข้อ ๔๑ การใช้จ่ายเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยทุกประเภท ให้มีการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๔๒ รายงานการเงินประจำปี ให้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัยภายในห้าสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีเพื่อตรวจสอบ
ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเสนอรายงานการตรวจสอบต่ออธิการบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานการเงินนั้น เพื่อส่งต่อผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัยภายในห้าวัน
ข้อ ๔๓ ให้ผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัยทำรายงานผลการสอบบัญชีและการเงินเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปี
ข้อ ๔๔ ให้มหาวิทยาลัยโฆษณารายงานการเงินประจำปีที่สิ้นไปนั้น แสดงบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว พร้อมทั้งแสดงผลงานของมหาวิทยาลัยในปีที่ล่วงมาแล้วและแผนงานที่จัดทำในปีต่อไปภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
หมวด ๑๑
การทดรองจ่ายและการยืมเงิน
ข้อ ๔๕ ให้มหาวิทยาลัยและส่วนงานจัดสรรเงินรายได้จำนวนหนึ่งตามความจำเป็นและเหมาะสมเพื่อเป็นเงินทดรองจ่ายสำหรับใช้จ่ายในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยและส่วนงานตามหลักเกณฑ์และวงเงินที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนด
ในกรณีที่ส่วนงานมีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อจัดโครงการหรือกิจกรรมระยะสั้น หรือใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มเติมจากวงเงินที่ได้รับจัดสรร ให้หัวหน้าส่วนงานยืมเงินจากมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานแล้วแต่กรณี
เงินทดรองจ่ายและเงินยืมให้นำไปเปิดบัญชีกับธนาคารที่มีความมั่นคง และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ส่งเป็นเงินรายได้มหาวิทยาลัย เว้นแต่ดอกผลที่เกิดขึ้นจากเงินยืมหรือเงินทดรองจ่ายที่มาจากเงินรายได้ของส่วนงานให้ส่งเป็นเงินรายได้ของส่วนงานนั้น
ข้อ ๔๖ หลักเกณฑ์วิธีการทดรองจ่าย การยืมเงิน แบบสัญญายืมเงิน แบบขอจัดสรรเงินทดรองจ่าย การส่งใช้ การควบคุมและการติดตามหนี้เงินยืมและเงินทดรองจ่าย ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนด
หมวด ๑๒
การให้กู้ยืมเงิน
ข้อ ๔๗ มหาวิทยาลัยอาจจัดสรรเงินรายได้จำนวนหนึ่งตามความจำเป็น เพื่อให้ส่วนงานของมหาวิทยาลัย ผู้ปฏิบัติงาน หรือนักศึกษา กู้ยืมเงินได้
ข้อ ๔๘ หลักเกณฑ์และวิธีการกู้ยืมเงิน การส่งใช้ การควบคุมและการติดตามหนี้กู้ยืมเงินให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนด
หมวด ๑๓
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๔๙ การใด ๆ ที่ดำเนินการอยู่ตามข้อบัญญัติ ระเบียบ ประกาศ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ให้ดำเนินการต่อไป ตามข้อบัญญัติ ระเบียบ ประกาศดังกล่าวจนแล้วเสร็จ เว้นแต่สภามหาวิทยาลัยจะมีมติเป็นอย่างอื่น
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร)
นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
Sign in to highlight and take private notes