Official published document
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการวิจัย พ.ศ. 2557
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยการวิจัย
พ.ศ. ๒๕๕๗
โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยการวิจัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ.๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการวิจัย พ.ศ. ๒๕๕๗"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"กองทุน" หมายความว่า กองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"การวิจัย" หมายความว่า การศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิเคราะห์ และหรือทดลอง เพื่อให้ได้ข้อมูล ความรู้ใหม่ในทุกสาขาวิชา รวมถึงการประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมและให้หมายความรวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยด้วย
"โครงการ" หมายความว่า โครงการวิจัย และโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย
"โครงการวิจัย" หมายความว่า เค้าโครงสาระสำคัญในการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิเคราะห์ และหรือทดลองเพื่อให้ได้ข้อมูล ความรู้ใหม่ในทุกสาขาวิชารวมถึงการประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรม
"การส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย" หมายความว่า การดำเนินการต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุน การวิจัย
"โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย" หมายความว่า เค้าโครงสาระสำคัญขององค์ประกอบต่าง ๆ ของการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย
"บุคลากร" หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ พนักงานมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และให้หมายความรวมถึงแพทย์ที่เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
"หัวหน้าโครงการ" หมายความว่า บุคลากรที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักของโครงการหรือระบุในโครงการว่าเป็นหัวหน้าโครงการ
"ทุนสนับสนุนการวิจัย" หมายความว่า เงินสนับสนุนโครงการที่ได้รับอนุมัติตามข้อบังคับฉบับนี้
"ทุนวิจัยภายนอก" หมายความว่า เงินและหรือทรัพย์สินอย่างอื่นที่หน่วยงานหรือองค์การภายนอกมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนโครงการ
ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
หมวด ๑
การบริหารงานวิจัย
ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช" ประกอบไปด้วย
(๑) รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยหรือรองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลด้านการวิจัย เป็นประธานกรรมการ
(๒) รองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เป็นกรรมการ
(๓) ผู้ช่วยอธิการบดีที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลด้านการวิจัย เป็นกรรมการ
(๔) คณบดีและผู้อำนวยการวิทยาลัย เป็นกรรมการ
(๕) ประธานสภาคณาจารย์และพนักงานหรือผู้แทน เป็นกรรมการ
(๖) ผู้ทรงคุณวุฒิทางการวิจัยสาขาแพทยศาสตร์ สาขาพยาบาลศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ จำนวนสาขาละหนึ่งคน เป็นกรรมการ
(๗) หัวหน้าสำนักงานอธิการบดีหรือผู้แทน เป็นกรรมการ
ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๖) โดยให้มีวาระดำรงตำแหน่งสองปี แต่อาจได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้อีก
ให้หัวหน้าหน่วยส่งเสริมการวิจัยสำนักงานอธิการบดี เป็นกรรมการและเลขานุการ และในกรณีที่เห็นสมควรอธิการบดีอาจแต่งตั้งบุคลากรที่ปฏิบัติงานหน่วยส่งเสริมการวิจัยอีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้
ข้อ ๖ คณะกรรมการบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(๑) พิจารณาจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเสนออธิการบดีเพื่อนำเสนอต่อสภาวิชาการและสภามหาวิทยาลัย
(๒) พิจารณาจัดทำงบประมาณด้านการวิจัยเสนออธิการบดีเพื่อนำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๓) พิจารณาจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนหรือเงินผลประโยชน์จากกองทุน เพื่อให้การสนับสนุนโครงการ เพื่อให้การสนับสนุนรางวัลการวิจัยและประดิษฐ์คิดค้น เพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศเกี่ยวกับการวิจัย เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัย เพื่อสนับสนุนกิจกรรมหรือการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย และเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนหรือตามความประสงค์ของผู้บริจาค
(๔) กำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
(๕) จัดทำรายงานผลการดำเนินงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเสนออธิการบดีเพื่อนำเสนอต่อสภาวิชาการและสภามหาวิทยาลัยทุกสิ้นปีงบประมาณ
(๖) พิจารณาวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเก็บรักษาเงิน การรับและจ่ายเงิน การจัดทำบัญชี ตลอดจนหลักฐานการจ่ายเงินของโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
(๗) ส่งเสริมให้มีการนำผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนตามข้อบังคับนี้ มาแปลงเป็นทรัพยากรการผลิตในการสร้างนวัตกรรมสู่วิสาหกิจ
(๘) พิจารณาให้ความเห็นชอบสัญญาหรือข้อตกลงที่ผูกพันมหาวิทยาลัยกับบุคลากรหรือบุคคลภายนอก เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นจากการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนตามข้อบังคับนี้
(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการวิจัยตามที่อธิการบดีมอบหมาย
ข้อ ๗ ให้จัดตั้ง "กองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช" ขึ้นในมหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(๑) เพื่อสนับสนุนให้มีการดำเนินงานวิจัยในด้านต่างๆ ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานวิจัยของมหาวิทยาลัย
(๒) เพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ ในการเสนอโครงการ ดำเนินโครงการ นำเสนอผลงานวิจัย และแสวงหาแหล่งทุนสนับสนุนจากภายนอก
(๓) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการด้านจริยธรรมการวิจัย
(๔) เพื่อสนับสนุนการนำผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนตามข้อบังคับนี้ มาแปลงเป็นทรัพยากรการผลิตในการสร้างนวัตกรรมสู่วิสาหกิจ
ทุกต้นปีงบประมาณให้มหาวิทยาลัยโอนเงินทุนสนับสนุนการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ เข้าเป็นรายได้ของกองทุนและให้บริหารเงินกองทุนดังกล่าวให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยไม่ต้องโอนเงินดังกล่าวคืนมหาวิทยาลัยเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ
ให้แสดงฐานะของเงินกองทุน ณ วันสิ้นสุดปีงบประมาณที่ผ่านมา ในคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีของมหาวิทยาลัยด้วย
ข้อ ๘ รายได้และทรัพย์สินของกองทุน ประกอบด้วย
(๑) เงินอุดหนุนจากมหาวิทยาลัย
(๒) เงินและทรัพย์สินที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้นำมาสมทบกองทุน
(๓) เงินค่าธรรมเนียมมหาวิทยาลัยจากทุนวิจัยภายนอกตามความในหมวด ๓
(๔) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้กองทุน
(๕) เงินทุนสนับสนุนการวิจัยที่ได้รับคืนและดอกผล
(๖) เงินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันเกิดจากการลงทุนของกองทุน
(๗) เงินและผลประโยชน์อันเกิดจากการดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นจากการวิจัยตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๙ รายจ่ายของกองทุน ประกอบด้วย
(๑) เงินทุนสนับสนุนการวิจัยตามโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
(๒) เงินค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนรางวัลการวิจัยและประดิษฐ์คิดค้น เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเกี่ยวกับการวิจัย เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัย เพื่อสนับสนุนกิจกรรมหรือการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย
(๓) เงินค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารกองทุน เบี้ยประชุมกรรมการ เงินสมนาคุณผู้ประเมินข้อเสนอโครงการวิจัยหรือผู้ประเมินผลงานวิจัย
(๔) ค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการวิจัยจากทุนวิจัยภายนอกตามความในหมวด ๓
(๕) เงินค่าใช้จ่ายดำเนินการด้านจริยธรรมการวิจัย
(๖) เงินค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค
(๗) เงินค่าใช้จ่ายเพื่อการดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นจากการวิจัยตามข้อบังคับนี้
(๘) ค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการนำผลงานวิจัยแปลงเป็นทรัพยากรการผลิตในการสร้างนวัตกรรมสู่วิสาหกิจ
(๙) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามที่คณะกรรมการอนุมัติ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
หมวด ๒
การจัดสรรทุนสนับสนุนการวิจัยและการติดตามผล
ข้อ ๑๐ การวิจัยที่จะได้รับทุนสนับสนุนตามข้อบังคับนี้ จะต้องมีลักษณะที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
(๑) มีหัวข้อและขอบเขตการวิจัยที่แน่นอนและชัดเจน
(๒) สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานวิจัยของมหาวิทยาลัย
(๓) มีเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการค้นคว้าวิจัย
(๔) เป็นงานวิจัยที่มิได้เป็นโครงการวิจัยหรือส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากทุนวิจัยภายนอกอย่างพอเพียง
การจัดทำข้อเสนอเพื่อขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งอย่างน้อยจะต้องประกอบไปด้วยความสำคัญของปัญหา หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธีวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ งบประมาณค่าใช้จ่าย ระยะเวลาดำเนินงาน และรายชื่อนักวิจัยผู้รับผิดชอบ
ข้อ ๑๑ บุคลากรผู้ประสงค์จะขอทุนสนับสนุนการวิจัยตามข้อบังคับนี้ จะต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ดังนี้
(๑) ไม่เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยอื่น ๆ ที่ได้รับการจัดสรรเงินสนับสนุนการวิจัยตามข้อบังคับนี้ และอยู่ระหว่างการวิจัย
(๒) ไม่เป็นผู้ค้างการส่งรายงานการวิจัย
(๓) ผู้เสนอขอทุนสนับสนุนมีสิทธิเป็นหัวหน้าโครงการ หรือเสนอทำโครงการได้เพียงครั้งละ ๑ โครงการ จะเสนอทำโครงการใหม่ได้ต่อเมื่อโครงการเดิมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ข้อ ๑๒ ในการจัดสรรเงินทุนสนับสนุนแก่โครงการ ให้อธิการบดีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินทุนสนับสนุนและจำนวนทุนได้ตามความเหมาะสม โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๓ การจ่ายเงินทุนสนับสนุนการวิจัยทั่วไป ให้ดำเนินการดังนี้
งวดแรก เป็นจำนวนร้อยละห้าสิบของเงินสนับสนุนการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ โดยจ่ายให้เมื่อผู้วิจัยทำสัญญารับทุนกับมหาวิทยาลัย
งวดที่สอง เป็นจำนวนร้อยละห้าสิบของเงินสนับสนุนการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ โดยจ่ายให้เมื่อผู้วิจัยส่งรายงานผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์และส่งหลักฐานในการเสนอขอตีพิมพ์เรียบร้อยแล้ว หรือได้ดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการวิจัยที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการแล้ว แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๔ การดำเนินการวิจัยที่ได้รับอนุมัติตามข้อบังคับนี้ ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยด้วย
ข้อ ๑๕ กำหนดเวลาในการทำสัญญารับทุน เงื่อนไขและแบบของสัญญารับทุน การเสนอรายงานความก้าวหน้า และแบบของการส่งผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๖ บุคลากรซึ่งได้รับอนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัยจะต้องส่งรายงานผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์หรือผลงานการประดิษฐ์แล้วแต่กรณี ต่อคณะกรรมการภายในกำหนดเวลาตามสัญญารับทุน
ในกรณีที่มีเหตุผลจำเป็นทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งภายในกำหนดเวลา บุคลากรซึ่งได้รับอนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัย อาจยื่นขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการก่อนครบกำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน
การพิจารณาขยายระยะเวลาให้ขยายได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหนึ่งในสามของระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติ
หากบุคลากรซึ่งได้รับอนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัยไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญารับทุนหรือตามที่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา บุคลากรซึ่งได้รับอนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัยจะไม่มีสิทธิรับเงินทุนส่วนที่เหลือและจะต้องชดใช้เงินทุนที่ได้รับไปทั้งหมดคืนให้แก่มหาวิทยาลัยภายในสามสิบวัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัย
กรณีบุคลากรซึ่งได้รับอนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัยไม่ชำระเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามวรรคก่อน บุคลากรซึ่งได้รับอนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัยจะต้องชดใช้เงินทุนที่ได้รับไปพร้อมดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ณ วันทำสัญญา ทั้งนี้ การคำนวณดอกเบี้ยให้เริ่มคิดนับแต่สิ้นสุดระยะเวลาสามสิบวัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัยตามวรรคก่อนไปจนถึงเวลาที่ได้ชำระคืนแก่มหาวิทยาลัยจนครบถ้วน
ข้อ ๑๗ ในการประเมินผลงานวิจัย คณะกรรมการอาจกำหนดผู้อ่านหรือผู้พิจารณาผลงานซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ว่าการวิจัยนั้นได้เสร็จสิ้นตามข้อเสนอโครงการแล้วหรือไม่ก็ได้
ข้อ ๑๘ การจัดพิมพ์หรือเผยแพร่ผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนตามข้อบังคับนี้ จะต้องระบุว่าเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย
ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดของผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนตามข้อบังคับนี้ ให้เป็นของมหาวิทยาลัยหรือของมหาวิทยาลัยร่วมกับผู้ได้รับทุนสนับสนุน ตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาตามวรรคก่อน ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๙ ให้มีการพิจารณาประกาศรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นทุกปีการศึกษา โดยให้คณะกรรมการเป็นผู้คัดเลือกผลงานดีเด่นและเสนอให้อธิการบดีทำประกาศผู้ได้รับรางวัลแล้วรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ
ผู้ได้รับรางวัลผลงานดีเด่นจะได้รับประกาศนียบัตรและเงินรางวัลตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๒๐ ให้อธิการบดีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการกำหนดประเภทรางวัล คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณาให้รับรางวัล ลักษณะของผลงานดีเด่น และอัตราเงินรางวัล โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
หมวด ๓
ทุนวิจัยภายนอก
ข้อ ๒๑ ในกรณีมีหน่วยงานภายนอกจะให้การสนับสนุนเงินทุนโครงการแก่บุคลากร โดยประสงค์ให้มหาวิทยาลัยเป็นคู่สัญญา ให้ดำเนินการตามความในหมวดนี้
ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอให้อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายเป็นผู้ลงนามในสัญญา
ข้อ ๒๒ หลักเกณฑ์วิธีการรับงานวิจัย สัดส่วนของเงินส่วนแบ่ง อัตราส่วนค่าธรรมเนียมของมหาวิทยาลัย การรับเงิน การจ่ายเงิน จากทุนวิจัยภายนอก ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๓ บุคลากรที่ประสงค์รับการสนับสนุนจากทุนวิจัยภายนอกเป็นผู้ได้รับมอบหมายรับผิดชอบทำการวิจัยให้แก่มหาวิทยาลัย และให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยหรือเป็นการศึกษาวิจัยตามหลักสูตรแล้วแต่กรณี
การมอบหมายให้รับผิดชอบทำการวิจัยตามวรรคก่อนให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร ในกรณีที่มีหลายคนให้กำหนดชัดเจนว่าผู้ใดเป็นหัวหน้าโครงการ
ข้อ ๒๔ ผู้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานวิจัย ต้องไม่นำงานไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
ข้อ ๒๕ ในกรณีผู้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานวิจัยไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาหรือตามที่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา และเป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบชำระค่าปรับหรือค่าเสียหายตามสัญญาให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง มหาวิทยาลัยมีสิทธิไล่เบี้ยคืนเอาจากผู้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานวิจัยได้
หมวด ๔
จริยธรรมการวิจัย
ข้อ ๒๖ การวิจัยในคนหรือในสัตว์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเรื่องจริยธรรมการวิจัยในเรื่องนั้น ๆ หรือให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัย
ในกรณีที่ไม่มีหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าว ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
ประกาศ ณ วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗
(ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Sign in to highlight and take private notes