Official published document
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ พ.ศ. 2558
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยการให้ปริญญากิตติมศักดิ์
พ.ศ. ๒๕๕๘
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการให้ปริญญากิตติมศักดิ์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๕๘"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๕๔
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาการให้ปริญญากิตติมศักดิ์
"คณะกรรมการประจำส่วนงาน" หมายความว่า คณะกรรมการประจำส่วนงานของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ข้อ ๕ การให้ปริญญากิตติมศักดิ์ตามข้อบังคับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการยกย่องบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ มีคุณธรรม และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการจนเป็นที่ประจักษ์ว่าได้กอปรกิจอันดีงามให้แก่มหาวิทยาลัย ประเทศชาติ หรือนานาชาติ อันเป็นตัวอย่างให้แก่บุคคลอื่นเจริญรอยตามต่อไป
ข้อ ๖ ปริญญากิตติมศักดิ์ มีสองชั้น คือ
ปริญญาเอก เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ปริญญาโท เรียกว่า มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ข้อ ๗ ชื่อสาขาวิชาที่จะให้ปริญญากิตติมศักดิ์ให้เป็นไปตามชื่อสาขาวิชาและอักษรย่อของปริญญาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๘ ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้ปริญญากิตติมศักดิ์ ต้องเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมอันสมควรแก่การยกย่อง และต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ซึ่งบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและมหาวิทยาลัย ประเทศชาติ หรือนานาชาติ จึงสมควรได้รับการยกย่องในวงวิชาการเพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเจริญรอยตามต่อไป
(๒) เป็นผู้ซึ่งมีผลงานทางวิชาการดีเด่นในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ ต้องไม่ได้เป็นคณาจารย์ประจำ ผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของกรุงเทพมหานคร นายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ ในขณะดำรงตำแหน่งนั้น
ข้อ ๙ ในแต่ละปีการศึกษา ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการพิจารณาการให้ปริญญากิตติมศักดิ์" ประกอบด้วย อธิการบดีเป็นประธาน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๑ คน กรรมการสภามหาวิทยาลัยจากผู้บริหาร จำนวน ๑ คน ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ประธานสภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ด้านละ ๑ คน เป็นกรรมการ และให้เลขานุการสภามหาวิทยาลัยเป็นเลขานุการ
ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) สรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๗ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบว่าเป็นผู้ที่สมควรได้รับปริญญากิตติมศักดิ์
(๒) นำข้อมูลตาม (๑) ให้คณะกรรมการประจำส่วนงานเสนอความเห็น
(๓) นำข้อมูลตาม (๑) และ (๒) เสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา
การเสนอรายชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ต่อสภามหาวิทยาลัยให้เสนอก่อนพิธีพระราชทานปริญญาบัตรประจำปีการศึกษาภายในระยะเวลาที่นายกสภามหาวิทยาลัยกำหนด ในการปฏิบัติงานนี้ให้คณะกรรมการปฏิบัติตามวิธีดำเนินงานซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยจะได้กำหนดขึ้นโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อข้อบังคับนี้และในการพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลผู้เหมาะสมนี้ให้กระทำเป็นการลับโดยตลอด
ข้อ ๑๑ ในแต่ละปีการศึกษาจะให้มีผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาใด ชั้นใด จำนวนเท่าใด ให้เป็นไปตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๑๒ การพิจารณาให้ปริญญากิตติมศักดิ์ในกรณีอื่นซึ่งไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ สภามหาวิทยาลัยอาจตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นคณะหนึ่งโดยมีผู้แทนจากสภาวิชาการเป็นกรรมการ เพื่อดำเนินการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยอนุมัติเป็นคราวๆ ไป
ข้อ ๑๒ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
(ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Sign in to highlight and take private notes