Official published document
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. 2566
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบ
พ.ศ. ๒๕๖๖
โดยที่พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๖๒ มาตรา ๒๑ กำหนดให้สภาสถาบันอุดมศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๖ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้ เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. ๒๕๖๖"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(๑) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. ๒๕๕๘
(๒) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
(๓) กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๘
(๔) กฎบัตรการตรวจสอบภายใน มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยวัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของหน่วยตรวจสอบภายใน
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
"มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"นายกสภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"อธิการบดี" หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย" หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานครซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย และบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการตรวจสอบ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"หน่วยรับตรวจ" หมายความว่า หน่วยงานหรือส่วนงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"หน่วยตรวจสอบภายใน" หมายความว่า หน่วยตรวจสอบภายใน สำนักงานสภามหาวิทยาลัย
"การตรวจสอบ" หมายความว่า กิจกรรมการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ อย่างเที่ยงธรรม เพื่อนำมาประเมินผลอย่างเป็นอิสระ และรวมถึงการให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ
"การให้คำปรึกษา" หมายความว่า การให้บริการให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานและขอบเขตงาน
"เอกสาร" หมายความว่า เอกสารที่เกี่ยวกับการดำเนินงานรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๖ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติซึ่งมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย และให้ถือเป็นที่สุด
หมวด ๑
หลักการและวัตถุประสงค์
ข้อ ๗ การตรวจสอบมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความเชื่อมั่นและให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ เป็นเครื่องมือทางการบริหารที่สำคัญในการกำกับดูแลระบบการบริหารจัดการที่ดีอันจะเสริมสร้างองค์กรให้มีความเข้มแข็งด้านการกำกับดูแลกิจการตามหลักธรรมาภิบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมหาวิทยาลัยบรรลุเป้าหมาย โดยการเสนอข้อตรวจพบอันประกอบด้วย ข้อมูลที่เป็นจริง ความเห็นเกี่ยวกับปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ และข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์อย่างเป็นอิสระและเที่ยงธรรมต่อมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจึงต้องจัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยให้ดีขึ้น และจะช่วยให้มหาวิทยาลัยบรรลุถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ด้วยการประเมินกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมและการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ
หมวด ๒
โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการ
ข้อ ๘ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการตรวจสอบ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช" ประกอบด้วย
(๑) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย เป็นประธาน
(๒) ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจำนวนไม่น้อยกว่า ๒ คน แต่ไม่เกิน ๔ คน เป็นกรรมการ โดยกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน หรือการบัญชี หรือการตรวจสอบ
(๓) หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน เป็นเลขานุการ
ให้ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่อธิการบดีมอบหมาย จำนวนไม่เกิน ๒ คน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ให้ประธานตามข้อ ๘ (๑) มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัย
ให้กรรมการตามข้อ ๘ (๒) มีวาระการดำรงตำแหน่ง ๓ ปี นับแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง
ข้อ ๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) พ้นจากการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย
(๔) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
ข้อ ๑๐ กรณีที่คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่
กรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังมิได้มาซึ่งประธานกรรมการหรือกรรมการที่ว่างลง ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มี
การเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งประธานไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งของกรรมการคนอื่น
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้อื่นดำรงตำแหน่งแทนภายใน ๖๐ วัน นับจากวันที่พ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่า ๙๐ วัน จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้
หมวด ๓
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) สอบทานนโยบาย กฎ ระเบียบ ระบบงาน และวิธีปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยที่มีผลต่อการบริหารจัดการด้านการเงิน การบัญชี การบริหาร การควบคุมภายใน การกำกับดูแลกิจการ และการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ เพื่อให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะแก่สภามหาวิทยาลัย ในกรณีที่มีสิ่งที่สมควรแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนา
(๒) สอบทานระบบการควบคุมภายใน ระบบการบริหารความเสี่ยง และระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศของมหาวิทยาลัยให้รัดกุมมีประสิทธิภาพตามกรอบมาตรฐานอันเป็นสากล ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะแก่สภามหาวิทยาลัย หรืออธิการบดี
(๓) กำหนดให้หน่วยงานชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเชิญให้ผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการ เพื่อชี้แจงหรือให้ข้อมูลด้วยวาจาตามที่คณะกรรมการเห็นความจำเป็นและสมควร เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ให้ผู้บริหารและหรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่ให้ข้อมูลหรือได้รับการเชิญถือเป็นหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือ ผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยผู้ใดละเลยเพิกเฉย ให้ถือเป็นความผิดทางวินัย และการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือบิดเบือนซ่อนเร้นข้อมูลโดยเจตนา หรือจงใจส่อไปในทางไม่สุจริต ทำให้เกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัยให้ถือเป็นความผิดทางวินัย
(๔) ทบทวน ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อกำหนด คำสั่ง ประกาศ และแนวทางปฏิบัติของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการกำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยตรวจสอบภายในอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง เพื่อให้มั่นใจเสมอว่ายังคงมีความเหมาะสม ทันสมัย และหน่วยตรวจสอบภายในมีความอิสระอย่างเพียงพอในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้คณะกรรมการอาจนำเสนอข้อจำกัดและจุดอ่อนที่อาจมีอยู่ต่อผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาแก้ไขปรับปรุง
(๕) ในการดำเนินงานตามอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายหน่วยตรวจสอบภายในปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ผลการปฏิบัติงานของหน่วยตรวจสอบภายใน เพื่อให้คณะกรรมการได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอตามความจำเป็นในการพิจารณาของคณะกรรมการ
(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
(๗) ปฏิบัติงานอื่นใดที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ข้อเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัย หรืออธิการบดี ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลให้ระบบงาน การปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์โดยสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล
(๒) ส่งเสริมความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีภายนอก และสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยตรวจสอบภายในให้มีความอิสระ เที่ยงตรง และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งส่งเสริมให้มีการประสานงานระหว่างผู้บริหาร หน่วยตรวจสอบภายใน และผู้สอบบัญชีภายนอกอย่างเหมาะสม
(๓) แนะนำและสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระของหน่วยตรวจสอบภายใน สอบทานรายงานการตรวจสอบ เพื่อให้รายงานการตรวจสอบมีคุณภาพเป็นประโยชน์และสามารถใช้ปรับปรุงการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ และเพื่อให้มีการนำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ไปสู่การปฏิบัติที่มีส่วนช่วยลดระดับความเสี่ยงด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
(๔) ให้ความเห็นชอบแผนงาน และแผนการตรวจสอบประจำปี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการตรวจสอบภายในเป็นไปอย่างครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การบัญชี การปฏิบัติงาน การบริหาร โดยให้รวมถึงการสอบทานความเหมาะสมของระบบสารสนเทศ พร้อมทั้งติดตามผลการปฏิบัติงาน ตามแผนงานด้านต่างๆ เหล่านั้น
ก่อนจัดทำแผนการตรวจสอบประจำปีตามวรรคหนึ่ง เพื่อให้การตรวจสอบภายในเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานของมหาวิทยาลัย ให้คณะกรรมการประชุมร่วมกับอธิการบดีเป็นการเฉพาะเพื่อขอทราบข้อห่วงใย เรื่อง หรือหน่วยงานที่อธิการบดีประสงค์จะให้พิจารณาบรรจุในแผนการตรวจสอบประจำปี
หมวด ๔
การประชุมและการจัดทำรายงานของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ ๖ ครั้ง โดยต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ จึงจะครบเป็นองค์ประชุม
(๑) ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
(๒) การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเพื่อเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๑๕ รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ต่อสภามหาวิทยาลัย เว้นแต่เป็นกรณีเร่งด่วนหรือเรื่องสำคัญให้รายงานทันทีในโอกาสแรกที่ทำได้ โดยให้ประธานกรรมการเป็นผู้รายงานต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย
หมวด ๕
ระบบกำกับดูแลการตรวจสอบ
ข้อ ๑๖ ให้หน่วยตรวจสอบภายในเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่และความรับผิดชอบด้านการสอบทานและตรวจสอบกิจการภายในของมหาวิทยาลัย โดยให้ครอบคลุมถึงการสอบทานและให้ความเห็นเกี่ยวกับระบบการกำกับดูแลกิจการ ระบบบริหารความเสี่ยง และระบบการควบคุมภายใน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับทั่วไป โดยคำนึงถึงมาตรฐานสากลในเรื่องนั้นๆ ด้วย
ข้อ ๑๗ หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในมีความอิสระในการปฏิบัติงาน การรายงาน และการเสนอความเห็นในการตรวจสอบโดยไม่มีส่วนได้เสียในกิจการที่ตรวจสอบ และไม่ควรเป็นกรรมการในคณะกรรมการใดๆ ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานที่อาจมีผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน และเสนอความเห็นในการตรวจสอบ
ข้อ ๑๘ เพื่อให้การตัดสินใจสั่งการต่อข้อตรวจพบและข้อเสนอแนะของหน่วยตรวจสอบภายในได้ผลทันเวลา ให้ส่งรายงานผลการตรวจสอบเรื่องที่มีความสำคัญหรือความจำเป็นเร่งด่วนให้คณะกรรมการหรืออธิการบดีพิจารณาสั่งการโดยเร็ว
ข้อ ๑๙ มีสิทธิเข้าถึงบุคคล ข้อมูล เอกสาร หลักฐานและทรัพย์สินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน
ข้อ ๒๐ ให้หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายในทบทวนความเหมาะสมเกี่ยวกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยการตรวจสอบ เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการปีละ ๑ ครั้ง เพื่อเสนอต่อผู้มีอำนาจพิจารณาแก้ไขปรับปรุง
หมวด ๖
หน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยตรวจสอบภายใน
ข้อ ๒๑ หน่วยตรวจสอบภายในมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำแผนการตรวจสอบ โดยแบ่งเป็น ๒ ระดับ คือ แผนเชิงกลยุทธ์ซึ่งเป็นแผนระยะยาว และแผนปฏิบัติงานประจำปี โดยให้หน่วยตรวจสอบภายในจัดทำแผนให้สัมพันธ์กับผลการประเมินความเสี่ยงระดับองค์กรของมหาวิทยาลัย แล้วนำเสนอแผนขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการเพื่ออนุมัติภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี แล้วให้หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายในแจ้งแผนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้วนั้นให้อธิการบดีและส่วนงานก่อนเริ่มตรวจสอบตามแผน ทั้งนี้ยกเว้นเฉพาะกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าการตรวจสอบบางเรื่องโดยไม่แจ้งให้ผู้ใดทราบล่วงหน้าจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยมากกว่า
ขอบเขตการสอบกิจการภายในตามแผนการตรวจสอบภายในที่จัดทำขึ้นต้องคลอบคลุมงานด้านการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน
ในกรณีที่มีเรื่องซึ่งต้องตรวจสอบเป็นการเฉพาะหรือเร่งด่วน ให้หน่วยตรวจสอบภายในเสนอแผนเพิ่มเติมให้คณะกรรมการและอธิการบดีทราบ
(๒) ด้านการบัญชี สอบทานความถูกต้องเหมาะสมของระบบการควบคุมภายในทางการบัญชี การเลือกใช้นโยบายการบัญชี การบันทึกบัญชี การจัดทำรายงานการเงินของส่วนงานว่าได้ปฏิบัติตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป รวมทั้งสอบทานรายงานทางการเงินรวมของมหาวิทยาลัย ให้มีความถูกต้องครบถ้วนเชื่อถือได้ และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอตามมาตรฐานทางบัญชีที่รับรองทั่วไปและหลักการและนโยบายบัญชีภาครัฐ
(๓) ด้านการเงิน สอบทานความถูกต้องเหมาะสมของระบบการควบคุมภายในทางการเงิน ตรวจสอบการปฏิบัติงานทางการเงินว่าเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วนตามกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติของมหาวิทยาลัย หลักฐานและเอกสารประกอบการรับจ่ายทางการเงินมีความถูกต้องและสมบูรณ์หรือไม่เพียงใด
(๔) ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ตรวจสอบกิจกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และสอบทานระบบงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความรัดกุม โปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมหาวิทยาลัย และเป็นไปตามกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง
(๕) ด้านการบริหารจัดการ ตรวจสอบด้านการบริหารและกระบวนการดำเนินงานด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยว่า เป็นไปเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดในกฎหมายจัดตั้ง และตามนโยบายของมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลคุ้มค่า และเป็นไปโดยประหยัดหรือไม่ เพียงใด
(๖) ด้านระบบสารสนเทศ สอบทานระบบงานและตรวจสอบเพื่อให้ทราบว่ามหาวิทยาลัยจัดให้มีระบบสารสนเทศที่เหมาะสม มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ถูกต้องตามกฎหมาย การปฏิบัติงานเป็นไปตามระบบงานที่กำหนดได้ผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปโดยประหยัดหรือไม่ เพียงใด
(๗) ศึกษาหนังสือที่ผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัยมีถึงผู้บริหารเพื่อแจ้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขจุดอ่อน รายการผิดปกติ หรือข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ โดยให้หน่วยตรวจสอบภายในพิจารณาและให้ข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการหรืออธิการบดี โดยอาจสอบถามเพิ่มเติมจากผู้สอบบัญชีเพื่อทำความเข้าใจอย่างถูกต้องของนัยหนังสือ พร้อมทั้งติดตามเพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริหารได้นำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ไปสู่การปฏิบัติ
(๘) สอบทานกรณีอาจมีการขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้มีส่วนได้เสียฝ่ายต่างๆ อันได้แก่ นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ผู้ใช้บริการ และคู่ค้า คู่สัญญาของมหาวิทยาลัย
(๙) สอบทานข้อสรุปและหลักฐานประกอบ ในกรณีที่ผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยอาจมีการกระทำอันส่อไปในทางไม่สุจริต หรือใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ซึ่งอาจส่งผลให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหาย โดยให้นำเสนอผลการสอบทานงานดังกล่าวเป็นเรื่องลับต่อคณะกรรมการหรืออธิการบดี เพื่อพิจารณานำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยโดยเร็ว
(๑๐) รายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตามวิธีการและกำหนดเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
(๑๑) กำหนดเป้าหมาย ทิศทาง ภารกิจงานตรวจสอบภายในเพื่อสนับสนุนการบริหารงานและการดำเนินงานด้านต่างๆ โดยให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยและคณะกรรมการ
(๑๒) จัดให้มีการประกันและปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบของหน่วยตรวจสอบภายในรูปแบบและกำหนดเกณฑ์หรือวิธีการที่เป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป
(๑๓) ติดตามผลการตรวจสอบ เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่หน่วยรับตรวจเพื่อให้การปรับปรุงแก้ไขของหน่วยรับตรวจเป็นไปตามข้อเสนอแนะในรายงานการตรวจสอบ
(๑๔) ปฏิบัติงานในการให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหาร หน่วยรับตรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อมหาวิทยาลัย
(๑๕) ประสานงานกับผู้สอบบัญชี คณะกรรมการหรือคณะกรรมการอื่นที่ปฏิบัติงานเช่นเดียวกัน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าขอบเขตของงานตรวจสอบครอบคลุมเรื่องที่สำคัญอย่างเหมาะสมและลดการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อน
(๑๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
หมวด ๗
หน้าที่ของหน่วยรับตรวจ
ข้อ ๒๒ หน่วยรับตรวจมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือแก่หน่วยตรวจสอบภายใน
(๒) จัดเตรียมเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมที่จะตรวจสอบได้
(๓) จัดทำบัญชีและรายงานการเงินของส่วนงานตามมาตรฐานทางบัญชีที่รับรองทั่วไป และหลักการและนโยบายบัญชีภาครัฐ รวมทั้งจัดเก็บเอกสารประกอบรายการบัญชีพร้อมที่จะให้หน่วยตรวจสอบภายในตรวจสอบได้
(๔) จัดให้มีระบบการเก็บเอกสารในการปฏิบัติงานที่เหมาะสมและครบถ้วน
(๕) ชี้แจงและตอบข้อซักถามต่างๆ พร้อมทั้งหาข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่หน่วยตรวจสอบภายใน
(๖) ปฏิบัติตามข้อทักท้วง และข้อเสนอแนะของหน่วยตรวจสอบภายในในเรื่องต่าง ๆ ที่อธิการบดีสั่งให้ปฏิบัติ
กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยของหน่วยรับตรวจกระทำการโดยจงใจไม่ปฏิบัติ หรือละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้หน่วยตรวจสอบภายในรายงานอธิการบดีพิจารณาสั่งการตามควรแก่กรณี
หมวด ๘
หลักเกณฑ์อื่นๆ
ข้อ ๒๓ การอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบแต่มิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย และใช้ดุลยพินิจโดยนำแนวทางปฏิบัติทางวิชาชีพการตรวจสอบภายในอันเป็นที่ยอมรับทั่วไปมาประยุกต์ใช้ โดยคำนึงถึงมาตรฐานสากลในเรื่องนั้น ๆ ด้วย เพื่อสามารถให้ความเห็น หรือข้อเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัย หรือผู้บริหารได้อย่างเหมาะสม
ข้อ ๒๔ ให้คณะกรรมการตรวจสอบที่สภามหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งขึ้นก่อนข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับ เป็นคณะกรรมการตรวจสอบตามข้อบังคับนี้จนกว่าจะครบวาระ
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Sign in to highlight and take private notes