Table of contents

Official published document

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2555

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๕

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๕"

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

"มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"อธิการบดี" หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"ประธานกรรมการ" หมายความว่า ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"คณะกรรมการสรรหา" หมายความว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"ประธานกรรมการสรรหา" หมายความว่า ประธานกรรมการสรรหากรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"กรรมการสรรหา" หมายความว่า กรรมการสรรหากรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการให้เป็นตามข้อบังคับนี้

หมวด ๑
องค์ประกอบจำนวน และคุณสมบัติ

ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการ

(๒) กรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกจำนวนสิบสองคน

ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาแต่งตั้งประธานกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครก่อนการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒)

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณบดีคนหนึ่งโดยคำแนะนำของอธิการบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ

ข้อ ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามข้อ ๕ (๒) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) มีคุณธรรมและจริยธรรม เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม

(๒) มีความสนใจและเห็นความสำคัญของการศึกษาในมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

(๓) ดำรงตำแหน่งหรือมีสถานภาพทางสังคมที่เหมาะสมในอันที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย

(๔) สามารถอุทิศเวลาให้แก่งานของมหาวิทยาลัยได้ตามสมควร

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ ตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๕๕๓

หมวด ๒
หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง

ข้อ ๘ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการสรรหากรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย" ประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการ เป็นประธานกรรมการสรรหา

(๒) อธิการบดี เป็นรองประธานกรรมการสรรหา

(๓) ประธานสภาคณาจารย์และพนักงาน เป็นกรรมการสรรหา

(๔) คณบดี หัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น เป็นกรรมการสรรหา

(๕) คณบดี โดยคำแนะนำของอธิการบดี เป็นกรรมการสรรหาและเลขานุการ

ในกรณีที่กรรมการสรรหาตาม (๒) และ (๓) ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือไม่มีผู้รักษาการแทนหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่

ข้อ ๙ คณะกรรมการสรรหา มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา

(๒) ดำเนินการสรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๖ จำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ (๒) แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อเรียงตามลำดับตัวอักษร พร้อมประวัติข้อมูลเบื้องต้นที่ใช้ประกอบการพิจารณาบัญชีรายชื่อให้ระบุวุฒิการศึกษา สาขาความรู้ความเชี่ยวชาญและภูมิลำเนาของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ

(๓) ให้ประธานกรรมการสรรหานำบัญชีรายชื่อตาม (๒) เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณา

ข้อ ๑๐ ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาเลือกบุคคลตามบัญชีรายชื่อในข้อ ๙ และแต่งตั้งบุคคลที่ยอมรับการเสนอชื่อเป็นกรรมการตามจำนวนที่กำหนดในข้อ ๕ (๒)

ข้อ ๑๑ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๕ (๒) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี นับแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้

นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) สภามหาวิทยาลัยให้พ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อก่อนครบวาระ ให้มีการดำเนินการสรรหาประธานกรรมการหรือกรรมการตามที่กำหนดในข้อ ๘ และ ข้อ ๙ ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งและให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งขึ้นใหม่อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ โดยให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

หมวด ๓
การประชุม และการดำเนินงาน

ข้อ ๑๒ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยปีละสองครั้ง หรือตามแต่ประธานกรรมการจะเห็นสมควร

ให้ประธานกรรมการเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการ ในกรณีประธานกรรมการไม่เรียกประชุม ให้กรรมการจำนวน ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเสนอให้มีการเรียกประชุมได้

ในการประชุมถ้าประธานกรรมการ ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม

ข้อ ๑๓ การประชุมของคณะกรรมการให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๓ มาบังคับใช้โดยอนุโลม หรือ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยก็ได้

ข้อ ๑๔ คณะกรรมการอาจตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นตามความเหมาะสมและจำเป็นเพื่อพิจารณาหรือดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๑๕ ในการแต่งตั้งประธานการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยในคราวแรกให้เป็นไปตามมติสภามหาวิทยาลัย

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร)

นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

Sign in to highlight and take private notes

Published on 28 May 2012

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0056
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
630 KB
Document type
Bylaw

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (28 May 2012)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม