Table of contents

Official published document

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ พ.ศ. 2562

บันทึกข้อความ

ส่วนงาน สำนักงานอธิการบดี (ฝ่ายนิติการ โทร. ๐ ๒๒๔๔ ๓๙๓๑ หรือ โทร. ๓๙๓๑)

ที่ สนธ. ๐๔/๐๒๓๕ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

เรื่อง แจ้งเวียนข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๒

เรียน อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าสำนักงานสภามหาวิทยาลัย และหัวหน้าสำนักงานอธิการบดี

พร้อมหนังสือฉบับนี้ สำนักงานอธิการบดีขอส่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

(นางสาวใสศรี หิรัญประเสริฐวุฒิ)
หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

* หมายเหตุ แจ้งเวียนเอกสารเฉพาะใน E-Doc เท่านั้น

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์
พ.ศ. ๒๕๖๒

โดยที่เป็นการสมควรให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศ ก.พ.อ. เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ประกอบกับมติสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ เห็นสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ทุกประเภทเพียงฉบับเดียว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๑ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๒”

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ พ.ศ. ๒๕๕๖

(๒) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

(๓) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๕๗

(๔) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ตามหลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๕๗

(๕) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ที่มีตำแหน่งทางวิชาการจากสถาบันการศึกษาอื่น พ.ศ. ๒๕๕๗

(๖) ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งคณาจารย์ประจำให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๕๖

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“ก.พ.อ.” หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

“ก.พ.ว.” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ

“ส่วนงาน” หมายความว่า คณะ วิทยาลัย หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะซึ่งมีภารกิจด้านการสอนหรือการวิจัยตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

“สถาบันการศึกษาอื่น” หมายความว่า มหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

“ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ” หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชที่ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ในหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

“คณาจารย์ประจำ” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ และข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“คณาจารย์” หมายความว่า คณาจารย์ประจำและข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญที่ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ตามหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“ตำแหน่งทางวิชาการ” หมายความว่า ตำแหน่งทางวิชาการตามมาตรา ๕๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“ผลงานทางวิชาการ” หมายความว่า ตำรา หนังสือ ผลงานวิจัย บทความทางวิชาการ ผลงานวิชาการรับใช้สังคม และผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ๆ ตามที่ ก.พ.อ. กำหนด

“หลักสูตรของมหาวิทยาลัย” หมายความว่า หลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรของสภาวิชาชีพที่สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบให้ดำเนินการในมหาวิทยาลัย

“งานสอน” หมายความว่า งานสอนภาคบรรยาย งานสอนภาคปฏิบัติ งานควบคุม หรือที่ปรึกษาการศึกษาด้วยตนเอง งานตรวจรายงานนักศึกษา งานควบคุมการอภิปรายทางวิชาการ งานควบคุมภาคสนาม งานควบคุมหรือที่ปรึกษาโครงงานงานพัฒนานักศึกษา งานควบคุม หรือที่ปรึกษากิจการนักศึกษา งานวัดผลทางการศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ งานจัดตารางการศึกษา งานให้ระดับคะแนน งานแนะแนว งานให้คำปรึกษาและสะท้อนผลการศึกษา งานจัดทำเอกสารและสื่อการสอนประเภทต่างๆ งานให้คำปรึกษาแก้ไขโครงการวิจัยนักศึกษา หรืองานสอนลักษณะอื่นในรายวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย

“วิธีปกติ” หมายความว่า วิธีการแต่งตั้งที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

“วิธีพิเศษ” หมายความว่า วิธีการแต่งตั้งที่ผู้ขอรับการแต่งตั้ง ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ต่างไปจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นก็ได้ เช่น การเสนอแต่งตั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งยังไม่ครบระยะเวลาที่กำหนดให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ หรือการเสนอแต่งตั้งอาจารย์ประจำให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์โดยที่ผู้นั้นมิได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์มาก่อน หรือการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้นโดยเปลี่ยนแปลงสาขาวิชา

ข้อ ๕ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ โดยความเห็นชอบของ ก.พ.ว.

ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความหลักเกณฑ์ใดตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีเสนอเรื่องต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาวินิจฉัย และให้คำวินิจฉัยของสภามหาวิทยาลัยเป็นที่สุด

หมวด ๑
บททั่วไป

ข้อ ๖ การดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการกระทำได้สองวิธี คือ

(๑) วิธีปกติ

(๒) วิธีพิเศษ

การดำเนินการเพื่อพิจารณาแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามข้อบังคับนี้ให้กระทำโดยลับ

ข้อ ๗ ค่าใช้จ่ายในการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการรวมถึงค่าเบี้ยประชุมของกรรมการและอนุกรรมการตามข้อบังคับนี้ ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย

ส่วนที่ ๑
คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๘ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ หรือ ก.พ.ว. ประกอบด้วย

(๑) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
ที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์
เป็นประธาน
(๒) ผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย
ซึ่งมีตำแหน่งทางวิชาการในระดับศาสตราจารย์ ในสาขาวิชา
ที่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
จำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๑๐ คน
เป็นกรรมการ
(๓) รองอธิการบดีซึ่งบริหารงานวิชาการเป็นเลขานุการ

ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ ๙ ให้กรรมการตามข้อ ๘ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้

ในกรณีที่ตำแหน่งประธานหรือกรรมการตามข้อ ๘ (๒) ว่างลงก่อนครบวาระ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งประธานหรือกรรมการตามข้อ ๘ (๒) แทนตำแหน่งที่ว่าง และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีประธานพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ประธานซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อน จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งประธานจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิใหม่

ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาคุณสมบัติ ภาระงาน ผลการสอน ผลงานทางวิชาการ และจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการเพื่ออนุมัติหรือไม่อนุมัติการขอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยโดยผ่านอธิการบดี

(๒) แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ

(๓) ให้ข้อเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการปฏิบัติ รวมทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกข้อบังคับหรือประกาศของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งทางวิชาการ

ส่วนที่ ๒
คณะอนุกรรมการประเมินผลการสอน

ข้อ ๑๑ ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของ ก.พ.ว. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประเมินผลการสอนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย

(๑) หัวหน้าภาควิชาที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งสังกัดเป็นประธาน
(๒) ผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านการเรียนการสอน
จำนวนสองคนจากบัญชีรายชื่อที่มหาวิทยาลัยกำหนด
เป็นอนุกรรมการ
(๓) ผู้ปฏิบัติงานทางด้านวิชาการของส่วนงานนั้นเป็นเลขานุการ

ในกรณีที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชา ให้หัวหน้าส่วนงานเป็นประธาน

ในกรณีที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนงาน ให้องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการประเมินผลการสอนเป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

ข้อ ๑๒ ให้ส่วนงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำส่วนงานเสนอรายชื่อผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านการเรียนการสอนเป็นอนุกรรมการประเมินผลการสอนต่อมหาวิทยาลัยเพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อ

ข้อ ๑๓ ให้คณะอนุกรรมการประเมินผลการสอน มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ประเมินการสอน

(๒) ตรวจสอบความครบถ้วนของคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งในเบื้องต้น

(๓) ตรวจสอบการเผยแพร่ของเอกสารหลักฐานและผลงานทางวิชาการที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน

(๔) ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารที่ใช้ในการขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

ให้คณะอนุกรรมการประเมินผลการสอน นำผลการดำเนินการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) เสนอคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๑๔ การประเมินและวิธีการประเมินผลการสอนให้เป็นไปตามประกาศมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการในระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องมีผลการประเมินคุณภาพการสอนอยู่ในระดับชำนาญ ส่วนผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการในระดับรองศาสตราจารย์ต้องมีผลการสอนอยู่ในระดับชำนาญพิเศษ

ส่วนที่ ๓
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ข้อ ๑๕ ในการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามข้อ ๖ ให้ ก.พ.ว. แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ประกอบด้วย

(๑) กรรมการจาก ก.พ.ว.เป็นประธาน
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ในสาขาวิชาที่ขอรับการแต่งตั้ง
จำนวนสามคนถึงห้าคน
เป็นกรรมการ
(๓) ผู้ช่วยเลขานุการ ก.พ.ว.เป็นเลขานุการ

กรณีการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ โดยวิธีพิเศษตามข้อ ๖ (๒) ให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคแรก (๒) ที่ ก.พ.ว. แต่งตั้งจำนวนห้าคน

ข้อ ๑๖ การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามข้อ ๑๕ ให้คัดสรรจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.พ.อ. กำหนดสำหรับสาขาวิชาที่เสนอขอ หรือสาขาวิชาที่ใกล้เคียงตามความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับผลงานตามที่ ก.พ.อ. กำหนด โดยต้องเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย และมีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ขอรับการแต่งตั้ง

ในกรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไม่สามารถแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อ ที่ ก.พ.อ. กำหนด ให้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่ใกล้เคียงจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.พ.ว. กำหนด โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๗ ให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๑๕ ปฏิบัติหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณของผู้ขอรับการแต่งตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งตามที่ประกาศ ก.พ.อ. กำหนดจนกว่าการประเมินจะเสร็จสิ้น

ข้อ ๑๘ การประชุมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อประเมินผลงานทางวิชาการ และประเมินจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการของผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการ ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ ให้นับการร่วมประชุมผ่านระบบสื่อสารทางไกลเป็นองค์ประชุมได้

การพิจารณากำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์ เมื่อผลการประเมินมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า คุณภาพของผลงานทางวิชาการของผู้ขอรับการแต่งตั้งอยู่ในเกณฑ์หรือไม่อยู่ในเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ว่าจะเป็นการขอตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีปกติหรือโดยวิธีพิเศษ ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอาจไม่เรียกประชุมโดยถือว่าผลการประเมินเป็นเอกฉันท์ดังกล่าวเป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้ เว้นแต่ผลการประเมินของผลงานทางวิชาการอยู่ในเกณฑ์ แต่ผลการประเมินทางด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการไม่อยู่ในเกณฑ์เอกฉันท์ ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีการเรียกประชุม

กรณีการพิจารณาตำแหน่งศาสตราจารย์ ต้องมีการประชุมไม่ว่าผลการประเมินเป็นเอกฉันท์หรือไม่

ข้อ ๑๙ การลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ถือตามมติเสียงข้างมาก เว้นแต่กรณีที่เป็นการขอกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษ จะต้องมีมติเห็นชอบไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ข้อ ๒๐ หากมีการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการในสาขาวิชาเดียวกันและในตำแหน่งทางวิชาการระดับเดียวกันหรือระดับที่ต่ำกว่าตำแหน่งที่เคยขอกำหนดมาแล้ว และมีการนำผลงานทางวิชาการเดิมที่เคยประเมินมาแล้วมาเสนอใหม่ ให้ ก.พ.ว. นำผลการประเมินผลงานทางวิชาการที่ได้ประเมินมาแล้วมาใช้ประกอบการพิจารณา โดยไม่ต้องประเมินผลงานทางวิชาการนั้นซ้ำอีก

หมวด ๒
หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๒๑ หลักเกณฑ์ วิธีการพิจารณา การนับระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ และการแต่งตั้งคณาจารย์ประจำให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ให้เป็นไปตามประกาศของ ก.พ.อ. และหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับนี้

ข้อ ๒๒ ให้ผู้ที่ได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพซึ่งมีกำหนดเวลาศึกษาอบรมไม่น้อยกว่าสามปีต่อจากคุณวุฒิแพทยศาสตรบัณฑิต ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต เภสัชศาสตรบัณฑิต และพยาบาลศาสตรบัณฑิตที่ได้รับอนุมัติจากสภาวิชาชีพ และได้รับใบประกอบวิชาชีพหรืออนุมัติบัตรในสาขาเดียวกันกับวุฒิบัตร และเป็นคุณวุฒิที่ ก.พ. กำหนดอัตราเงินเดือนเทียบเท่าปริญญาเอกเป็นคุณวุฒิที่เทียบเท่าคุณวุฒิปริญญาเอกเพื่อใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งในการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่มีการขอตำแหน่งทางวิชาการข้ามระดับ แต่ ก.พ.ว. เห็นว่า ผลงานวิชาการของผู้นั้นมีคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์ที่ขอรับการแต่งตั้งข้ามระดับ ผู้ขอสามารถนำผลงานนั้นขอรับการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการในระดับที่ต่ำกว่าได้

ข้อ ๒๔ ให้ส่วนงานเสนอภาระงานสอนของผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการที่เทียบเคียงกับภาระงานสอนที่ ก.พ.อ. กำหนด ต่อ ก.พ.ว. เพื่อประกอบการพิจารณา

ข้อ ๒๕ ให้ ก.พ.ว. เสนอผลการพิจารณาต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์

เมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติแล้ว ให้นายกสภามหาวิทยาลัยมีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในสาขาที่ได้รับการแต่งตั้ง

กรณีสภามหาวิทยาลัยมีมติไม่อนุมัติแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้มหาวิทยาลัยแจ้งมตินั้นและผลการพิจารณาคุณภาพผลงานทางวิชาการ รวมถึงผลการประเมินตามแบบประเมินผลงานทางวิชาการของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละคนให้ผู้ขอรับการแต่งตั้งและส่วนงานทราบ โดยไม่เปิดเผยชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเว้นแต่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าให้เปิดเผยชื่อจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ข้อ ๒๖ การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ เมื่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติแล้ว ให้เสนอสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

ส่วนที่ ๑
การแต่งตั้งให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
ซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชและข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญซึ่งปฏิบัติงานใน
มหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ตามหลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล
ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๒๗ หลักเกณฑ์ วิธีการพิจารณา และการแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาและข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามประกาศของ ก.พ.อ. และหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับนี้

ข้อ ๒๘ ให้ข้าราชกรุงเทพมหานครประเภทข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย นับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามข้อบังคับนี้

ในกรณีข้าราชกรุงเทพมหานครประเภทข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยฉบับนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๒๙ การแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ให้แต่งตั้งได้โดยไม่ต้องมีการประเมินเข้าสู่ตำแหน่ง เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์แล้วให้สามารถนำระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ขณะเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ มานับเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้นได้

ข้อ ๓๐ การแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ขอต้องดำรงตำแหน่งชำนาญการพิเศษขึ้นไปในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ และได้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอนในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์แล้ว ให้สามารถนำระยะเวลาตั้งแต่ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ในตำแหน่งชำนาญการพิเศษ มานับเป็นระยะเวลาต่อเนื่องในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้น

ข้อ ๓๑ การแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ด้วยวิธีพิเศษ ผู้ขอต้องดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับเชี่ยวชาญขึ้นไปในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ และได้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอนในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในขณะที่ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๓๒ การจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ให้จ่ายตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งอาจารย์ให้ยังคงได้รับเงินประจำตำแหน่งตามที่ได้รับอยู่เดิมเป็นการเฉพาะราย

(๒) ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญระดับเชี่ยวชาญ ที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือรองศาสตราจารย์ตามแต่กรณี ให้ยังคงได้รับเงินประจำตำแหน่งตามที่ได้รับอยู่เดิมเป็นการเฉพาะราย

ส่วนที่ ๒
ตำแหน่งทางวิชาการของพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการที่มีตำแหน่งทางวิชาการ
จากสถาบันการศึกษาอื่น

ข้อ ๓๓ พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการมีตำแหน่งทางวิชาการจากสถาบันการศึกษาอื่น ให้นับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว เป็นระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๓๔ การแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการที่มีตำแหน่งทางวิชาการจากสถาบันการศึกษาอื่นต้องเป็นตำแหน่งทางวิชาการในสาขาวิชาเดียวกันกับที่เคยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้น

ข้อ ๓๕ ให้ส่วนงานที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งสังกัด ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ผลการสอน ผลงานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการก่อนเสนอเรื่องต่ออธิการบดี เพื่อให้ ก.พ.ว. เป็นผู้พิจารณา

ข้อ ๓๖ กรณีเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์จากสถาบันการศึกษาอื่น ให้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์

กรณีเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ จะขอรับการแต่งตั้งได้ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือต่ำกว่า

กรณีเคยดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ จะขอรับการแต่งตั้งได้ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์หรือต่ำกว่า

ข้อ ๓๗ กรณีผู้ขอรับการแต่งตั้งเคยได้รับการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ และได้ขอรับการแต่งตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์ตามข้อบังคับนี้ ก.พ.ว. อาจเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาแต่งตั้งโดยไม่ต้องมีการประเมินผลงานทางวิชาการก็ได้

ข้อ ๓๘ ในการขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ จะต้องเสนอผลงานทางวิชาการเพื่อประกอบการขอรับในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) ผลงานวิชาการที่เคยเสนอเพื่อขอรับการแต่งตั้ง ในกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งมาเป็นระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี หรือ

(๒) ผลงานวิชาการที่เคยเสนอเพื่อขอรับการแต่งตั้ง และ/หรือผลงานอื่น

ผลการสอน ผลงานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ให้เสนออธิการบดีเพื่อให้ ก.พ.ว. เป็นผู้พิจารณา

หมวด ๓
มาตรการในการป้องกัน การลงโทษในกรณีละเมิดจริยธรรมทางวิชาการ
และการถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๓๙ กรณีผู้ขอรับการแต่งตั้งมีพฤติการณ์หรือแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าเป็นผู้กระทำผิดจริยธรรมและจรรยาบรรณอันเกี่ยวข้องกับการขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ และเป็นผู้ที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมที่จะได้รับการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่ตรวจพบว่าผู้ขอระบุการมีส่วนร่วมในผลงานไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือมีพฤติการณ์ส่อว่ามีการลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือนำผลงานทางวิชาการของผู้อื่นไปใช้ในการเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการโดยอ้างว่าเป็นผลงานทางวิชาการของตนเอง หรือนำผลงานของตนเองในเรื่องเดียวกันไปเผยแพร่ในวารสารวิชาการมากกว่าหนึ่งฉบับ หรือคัดลอกข้อความใด ๆ จากผลงานเดิมของตนโดยไม่อ้างอิงผลงานเดิมตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจผิดว่า เป็นผลงานใหม่ หรือละเลยหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นหรือสิทธิมนุษยชน เพื่อก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ผู้อื่น และกระทำการใด ๆ ที่เบี่ยงเบนผลการศึกษาหรือวิจัยและไม่เสนอผลงานตามความเป็นจริง ให้สภามหาวิทยาลัยมีมติให้งดการพิจารณาการขอตำแหน่งทางวิชาการในครั้งนั้น และดำเนินการทางวินัยตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดเป็นกรณี ๆ ไป และห้ามผู้กระทำผิดนั้นเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี แต่ไม่เกินสิบปี นับตั้งแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยมีมติ

(๒) กรณีที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการไปแล้ว หากภายหลังตรวจสอบพบหรือทราบว่าผลงานทางวิชาการที่ใช้ในการเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการครั้งนั้นเป็นการลอกเลียนผลงานของผู้อื่นหรือนำเอาผลงานของผู้อื่นไปใช้โดยอ้างว่าเป็นผลงานของตนเอง หรือนำผลงานของตนเองในเรื่องเดียวกันไปเผยแพร่ในวารสารวิชาการมากกว่าหนึ่งฉบับ หรือคัดลอกข้อความใด ๆ จากผลงานเดิมของตนโดยไม่อ้างอิงผลงานเดิมตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานใหม่ หรือละเลยหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นหรือสิทธิมนุษยชน เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและกระทำการใด ๆ ที่เบี่ยงเบนผลการศึกษาหรือวิจัยและไม่เสนอ ผลงานตามความเป็นจริง ให้สภามหาวิทยาลัยมีมติถอดถอนตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์สำหรับตำแหน่งศาสตราจารย์ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาเสนอความเห็นต่อ ก.พ.อ. เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถอดถอน และดำเนินการทางวินัยตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดเป็นกรณี ๆ ไป และห้ามผู้กระทำผิดนั้นเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีแต่ไม่เกินสิบปี นับตั้งแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอน หรือนับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถอดถอน แล้วแต่กรณี

หมวด ๔
การขอทบทวนผลการพิจารณาเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการ

ข้อ ๔๐ กรณีที่ผลการพิจารณาคุณภาพผลงานทางวิชาการไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้

ผู้ขอรับการแต่งตั้งอาจเสนอขอทบทวนผลการพิจารณาต่อนายกสภามหาวิทยาลัยภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รับทราบมติ โดยแสดงเหตุผลทางวิชาการสนับสนุน

เมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยได้รับเรื่องการขอทบทวนผลการพิจารณาแล้วให้ส่งเรื่องขอทบทวนให้ ก.พ.ว. เมื่อ ก.พ.ว. มีความเห็นประการใดให้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาวินิจฉัยและให้คำวินิจฉัยของสภามหาวิทยาลัยเป็นที่สุด

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔๑ การพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยได้รับเรื่องไว้แล้วและอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการพิจารณากำหนดตำแหน่งตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ พ.ศ. ๒๕๕๖ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ที่มีตำแหน่งทางวิชาการจากสถาบันการศึกษาอื่น พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ตามหลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๕๗ และข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๕๗ ต่อไปจนแล้วเสร็จ

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒

(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

Sign in to highlight and take private notes

Published on 1 January 2019

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0403
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
8.0 MB
Document type
Bylaw

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (1 Jan 2019)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม