Official published document
ประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการรวมการจัดซื้อจัดจ้าง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 2)
ประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการรวมการจัดซื้อจัดจ้าง
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ฉบับที่ ๒)
ด้วยพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เพื่อประโยชน์ของภาครัฐโดยรวม หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งแห่งใดอาจทำการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุให้กับหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น ๆ ก็ได้ ตามกรอบข้อตกลงระหว่างหน่วยงานของรัฐผู้ทำการจัดซื้อจัดจ้างกับคู่สัญญา” และวรรคสอง บัญญัติว่า “การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและวัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด” ซึ่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๙ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐแห่งใดประสงค์จะซื้อหรือจ้างให้กับหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น ให้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการซื้อหรือจ้าง ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ประเภทหรือชนิดของพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้าง วิธีการซื้อหรือจ้าง และการทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อขอความเห็นชอบและเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดต่อไป และในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการนโยบายอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการซื้อหรือจ้างตามวรรคหนึ่ง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติก็ได้ ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐโดยรวม ให้สามารถดำเนินการได้อย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด จึงมีความจำเป็นต้องออกประกาศนี้
อาศัยอำนาจตามข้อ ๑๙ แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการรวมการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ฉบับที่ ๒)”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ กรณีเป็นงานจ้างทำของ ให้การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ สามารถรวมการจ้างทำของได้
๓.๑ การจ้างทำของของหน่วยงานของรัฐที่ได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดจ้างทำของแล้ว
๓.๒ หน่วยงานของรัฐต้องมีวัตถุประสงค์จ้างทำของร่วมกัน ดังนี้
(๑) หน่วยงานของรัฐมีวัตถุประสงค์ที่จะรวมจ้างทำของ และมีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องดำเนินการโดยผู้รับจ้างรายเดียวกัน
(๒) เป็นการจ้างทำของที่มีระยะเวลาดำเนินการในช่วงเวลาเดียวกัน
ข้อ ๔ การดำเนินการตามข้อ ๓ ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
สันติ พร้อมพัฒน์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
หลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการรวมการจัดซื้อจัดจ้าง
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
กรณีเป็นงานจ้างทำของ
เพื่อประโยชน์ของการจ้างทำของของภาครัฐโดยรวม ให้หน่วยงานของรัฐตกลงระหว่างกันเพื่อจัดทำกรอบข้อตกลงระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยหน่วยงานของรัฐมอบให้หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งเป็นผู้ทำการจัดจ้างทำของแทนให้กับหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น ๆ และหน่วยงานของรัฐทำสัญญาหรือข้อตกลงกับผู้รับจ้างตามแนวทางกรอบข้อตกลงดังกล่าว
คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ จึงเห็นสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการรวมการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีเป็นงานจ้างทำของ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน
ข้อ ๑ ในหลักเกณฑ์นี้
“หน่วยงาน” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่เข้าร่วมงานจ้างทำของ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานผู้แทนด้วย
“หน่วยงานผู้แทน” หมายความว่า หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดจ้างทำของ
ข้อ ๒ ให้หน่วยงานจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่ละหน่วยงานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงร่วมกันดังกล่าว ให้ประกอบด้วยรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ความเป็นมาและวัตถุประสงค์
(๒) ขอบเขตข้อตกลง
(๒.๑) ประเภทงานจ้าง
(๒.๒) งบประมาณ
(๒.๓) ระบุชื่อหน่วยงานผู้แทน และหน่วยงาน
(๒.๔) กรอบข้อตกลงเรื่องรูปแบบการทำสัญญา
(๒.๕) การเปลี่ยนแปลง แก้ไขบันทึกข้อตกลงร่วมกัน
(๒.๖) วิธีการจัดจ้าง
(๒.๗) เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
(๒.๘) อื่น ๆ (ถ้ามี)
ข้อ ๓ ให้หน่วยงานมอบหมายให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นหน่วยงานผู้แทนเพื่อดำเนินการจัดจ้าง โดยผู้มีอำนาจในการดำเนินการตามหลักเกณฑ์นี้ ได้แก่ หัวหน้าหน่วยงานผู้แทนหรือผู้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าหน่วยงานผู้แทน
ข้อ ๔ ให้หน่วยงานผู้แทนจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างและประกาศเผยแพร่แผนดังกล่าวตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และข้อ ๑๑ แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๕ ในกรณีที่มีสินทรัพย์ที่เกิดจากการจ้างทำของและหน่วยงานใช้ร่วมกันให้หน่วยงานผู้แทนแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ (Steering Committee) หากเป็นกรณีที่หน่วยงานไม่ประสงค์ใช้ร่วมกันจะกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ (Steering Committee) หรือไม่ก็ได้
กรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้มีองค์ประกอบ ประกอบด้วยผู้แทนของทุกหน่วยงาน ที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือเทียบเท่า ทำหน้าที่กำกับติดตาม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน
ข้อ ๖ ให้หน่วยงานผู้แทนแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งหรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับผิดชอบในการจัดทำรายละเอียดคุณสมบัติของผู้รับจ้างที่จะจัดจ้าง รวมทั้งกำหนดขอบเขตของงาน (Terms of reference : TOR) หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ และอาจจัดทำราคากลางด้วยก็ได้ เพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจตามข้อ ๓
กรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้มีองค์ประกอบ ประกอบด้วยประธานกรรมการ จำนวน ๑ คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้แทนของหน่วยงานผู้แทนหรือหน่วยงาน และกรรมการอย่างน้อย จำนวน ๒ คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้แทนของทุกหน่วยงาน มีหน้าที่ร่วมกันจัดทำขอบเขตของงาน (Terms of reference : TOR) รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ และอาจจัดทำราคากลางด้วยก็ได้ เพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจตามข้อ ๓
ให้หน่วยงานผู้แทนแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้าง ประกอบด้วย ประธานกรรมการจำนวน ๑ คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้แทนของหน่วยงานผู้แทนหรือหน่วยงาน และกรรมการอย่างน้อย จำนวน ๒ คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้แทนของหน่วยงาน มีหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๕ ข้อ ๕๖ ข้อ ๕๗ ข้อ ๕๘ ข้อ ๖๐ ข้อ ๗๐ ข้อ ๗๑ ข้อ ๗๓ ข้อ ๗๔ ข้อ ๗๕ ข้อ ๗๖ และข้อ ๗๘ เพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจตามข้อ ๓
ข้อ ๗ การจัดทำรายงานขอจ้างตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๒๒ ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้แทนจัดทำรายงานขอจ้างโดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้แทน เพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจตามข้อ ๓
เมื่อหัวหน้าหน่วยงานผู้แทนหรือผู้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าหน่วยงานผู้แทนให้ความเห็นชอบรายงานขอจ้างตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้แทนดำเนินการตามวิธีการจ้างนั้นต่อไป
ข้อ ๘ การจัดทำรายงานผลการพิจารณาและอนุมัติสั่งจ้างตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
(๑) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างตามข้อ ๖ ดำเนินการจัดทำรายงานผลการพิจารณาการจัดจ้างและแจ้งผลการพิจารณาให้แต่ละหน่วยงานทราบ เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติของแต่ละหน่วยงานต่อไป
(๒) ให้หน่วยงานนำผลที่ได้รับความเห็นชอบผลการพิจารณาและอนุมัติสั่งจ้างตามข้อ ๘ (๑) แจ้งกลับมายังหน่วยงานผู้แทน
(๓) เมื่อหน่วยงานผู้แทนได้รับแจ้งตามข้อ ๘ (๒) แล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของหน่วยงานผู้แทนเสนอต่อผู้มีอำนาจตามข้อ ๓ และประกาศผลผู้ชนะการจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก
ข้อ ๙ การลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงและการบริหารสัญญา ให้หน่วยงานดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบข้อตกลงในข้อ ๒
ข้อ ๑๐ การดำเนินการใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
Sign in to highlight and take private notes