Official published document
ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง การจัดทำคำของบประมาณโครงการวิจัย พ.ศ. 2558
ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เรื่อง การจัดทำคำของบประมาณโครงการวิจัย พ.ศ. ๒๕๕๘
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำคำของบประมาณโครงการวิจัย
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๖ (๑๐) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการวิจัย พ.ศ. ๒๕๕๗ คำสั่งมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่ ๑๖๘/๒๕๕๘ เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่แก่คณะกรรมการบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จึงออกประกาศ ไว้ดังนี้
ข้อ ๑ ในประกาศนี้
“โครงการวิจัย” หมายความว่า เค้าโครงสาระสำคัญในการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิเคราะห์ และหรือทดลองเพื่อให้ได้ข้อมูล และความรู้ใหม่ในทุกสาขาวิชาการ รวมถึงการประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรม
ข้อ ๒ ประกาศนี้ใช้บังคับกับโครงการวิจัยที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชหรืองบประมาณสนับสนุนโครงการวิจัยจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของส่วนงาน
ข้อ ๓ องค์ประกอบของโครงร่างการวิจัยขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย อย่างน้อยต้องประกอบไปด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) รายชื่อคณะผู้วิจัย พร้อมระบุนักวิจัยหลักหรือหัวหน้าโครงการวิจัยผู้รับผิดชอบ
(๒) บทนำ วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ความสำคัญและเหตุผลความจำเป็นที่ศึกษา
(๓) วัตถุประสงค์
(๔) ระเบียบวิธีวิจัย (รูปแบบการศึกษา ประชากรที่ศึกษา เกณฑ์การคัดเข้า/ออก (ถ้ามี) และวิธีดำเนินการวิจัย)
(๕) การจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ
(๖) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (ต่อประชากรที่ศึกษา สถาบัน ชุมชน สังคม และประเทศ)
(๗) ระยะเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการวิจัย โดยระบุระยะเวลาและกิจกรรมประกอบ
(๘) งบประมาณและรายละเอียดของหมวดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ขอ
ข้อ ๔ รายการงบประมาณค่าใช้จ่ายของโครงการวิจัยต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการวิจัย
ข้อ ๕ รายการคำของบประมาณให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับนี้
ประกาศ ณ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
(นายพิจิตต รัตตกุล)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เอกสารแนบท้ายประกาศ เรื่องรายการคำของบประมาณโครงการวิจัย มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (ฉบับที่ ๒)
๑. หมวดค่าตอบแทนบุคลากร ไม่ควรเกินร้อยละ ๓๐ ของโครงการ โดยประกอบไปด้วย
๑.๑ ค่าตอบแทนนักวิจัยและนักวิจัยร่วม
ให้พิจารณาจากระยะเวลา เนื้องานและปริมาณงานที่แต่ละคนรับผิดชอบ ทั้งนี้ให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการวิจัยฯ เป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม
๑.๒ ค่าตอบแทนสำหรับการปฏิบัติงานนอกเวลาทำการ
ให้ตั้งได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ของงบดำเนินการโครงการ เบิกจ่ายได้เฉพาะผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่มิใช่ผู้วิจัยในอัตรา ดังนี้
๑.๒.๑ วันทำการ ปฏิบัติงานไม่ต่ำกว่า ๓ ชั่วโมงต่อวัน คิดอัตราวันละ ๒๐๐ บาท หากน้อยกว่า ๓ ชั่วโมงครึ่ง คิดอัตราชั่วโมงละ ๕๐ บาท
๑.๒.๒ วันหยุด ปฏิบัติงานเต็มวัน (๗ ชั่วโมง) อัตราชั่วโมงละ ๖๐ บาท วันละ ๔๒๐ บาท
๑.๓ ค่าตอบแทนที่ปรึกษาโครงการ และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการให้คำปรึกษา
ให้ได้ไม่เกิน ๒ คนต่อ ๑ โครงการ กรณีที่เป็นชุดโครงการวิจัยให้ได้ไม่เกิน ๕ คนต่อ ๑ โครงการ โดยพิจารณาให้ค่าตอบแทนตามความรู้และประสบการณ์ ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ - ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน
๒. หมวดค่าใช้สอย ประกอบไปด้วย
๒.๑ การจ้างผู้ช่วยวิจัย
การจ้างผู้ช่วยวิจัยที่เป็นนักศึกษาหรือบุคคลภายนอก ให้จ้างในลักษณะรายเดือนหรือรายวันก็ได้ โดยให้ระบุรายละเอียดลักษณะงานที่จ้าง อัตราจ้าง และระยะเวลาในการจ้าง อัตราค่าจ้าง โดยให้จ่ายในอัตราดังนี้
| ค่าจ้างนักศึกษา | ค่าจ้างผู้ช่วยวิจัยที่เป็นบุคคลภายนอก |
|---|---|
| นักศึกษาระดับปริญญาเอก ไม่เกินเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท | คุณวุฒิปริญญาเอก อัตราไม่เกินเดือนละ ๒๗,๓๐๐ บาท |
| นักศึกษาระดับปริญญาโท ไม่เกินเดือนละ ๗,๐๐๐ บาท | คุณวุฒิปริญญาโท อัตราไม่เกินเดือนละ ๒๒,๘๐๐ บาท |
| นักศึกษาระดับปริญญาตรี ไม่เกินเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท | คุณวุฒิปริญญาตรี อัตราไม่เกินเดือนละ ๑๙,๕๐๐ บาท |
| คุณวุฒิ ปวส. อัตราไม่เกินเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท | |
| ต่ำกว่าคุณวุฒิ ปวส. อัตราไม่เกินเดือนละ ๑๓,๘๐๐ บาท |
๒.๒ ค่าชดเชยอาสาสมัครผู้เข้าร่วมการวิจัย (ค่าเดินทาง ค่าเสียเวลา)
เขตกรุงเทพและปริมณฑล พิจารณาให้ในอัตรา ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อครั้ง ต่างจังหวัดพิจารณาให้ในอัตรา ๕๐๐-๑,๕๐๐ บาทต่อคนต่อครั้ง หรือตามที่จ่ายจริง
๒.๓ ค่าตอบแทนผู้ให้ข้อมูลในงานวิจัยเชิงสำรวจ (ผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ให้สัมภาษณ์) พิจารณาให้ในอัตราไม่เกิน ๓๐๐ บาทต่อคนต่อครั้ง กรณีที่ข้อมูลมีระดับความยากสูงให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการวิจัยฯ
๒.๔ ค่ายา ค่าเครื่องมือ ค่าเวชภัณฑ์ ที่ใช้ในการวิจัย
พิจารณาให้ตามที่จ่ายจริง
๒.๕ ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ
พิจารณาให้ตามที่จ่ายจริง ในอัตราที่ส่วนงานที่ดำเนินการวิจัยกำหนด
๒.๖ ค่าตรวจอื่นๆ ได้แก่ ค่าเอ็กซเรย์ ค่าเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ค่าตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอื่นๆ
พิจารณาให้ตามที่จ่ายจริง ในอัตราที่ส่วนงานที่ดำเนินการวิจัยกำหนด
๒.๗ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเก็บข้อมูลวิจัย
พิจารณาให้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลัง เช่น ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ
๒.๘ ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม การจัดประชุม สัมมนา หรือฝึกอบรม ที่อยู่ในกระบวนการวิจัย
พิจารณาให้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ (โดยระบุรายการค่าใช้จ่ายและวงเงิน) ค่าตอบแทนวิทยากร ระบุจำนวนวิทยากร จำนวนวัน/คน อัตราค่าตอบแทน/วัน/คน
๒.๙ ค่าใช้จ่ายในการแก้ไข/แปลภาษาอังกฤษสำหรับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ
พิจารณาให้ ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ บาทต่อหน้า ทั้งนี้รวมกันไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ โครงการ
๒.๑๐ ค่าบริหารจัดการข้อมูล
พิจารณาให้ตามจำนวนข้อมูลและระดับความชับซ้อนของข้อมูลที่จัดเก็บ พิจารณาให้ ๓,๐๐๐ - ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ โครงการ
๒.๑๑ ค่าวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยคอมพิวเตอร์
พิจารณาให้ตามระดับความยากง่ายของสถิติที่ใช้ พิจารณาให้ ๓,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ โครงการ
๒.๑๒ ค่าจัดทำรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ (เป็นค่าจัดพิมพ์รายงาน,ค่าเข้าปก-เย็บเล่มรายงาน)
พิจารณาให้ตามความเหมาะสม ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทต่อ ๑ โครงการ
๒.๑๓ ค่าสาธารณูปโภค ได้แก่ ค่าโทรศัพท์ ไปรษณีย์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น
ค่าไปรษณีย์ ให้ตามที่จ่ายจริง ค่าโทรศัพท์/ค่าอินเตอร์เน็ต พิจารณาให้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้รวมกันไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทต่อ ๑ โครงการ
๒.๑๔ ค่าบริการการพิจารณาโครงร่างการวิจัยผ่านคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนและสัตว์ (EC submission fee)
พิจารณาให้ตามที่จ่ายจริง
๒.๑๕ ค่าใช้สอยอื่นๆ เช่น ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าเช่าสถานที่ ค่าเช่าอุปกรณ์ เป็นต้น
พิจารณาให้ตามความเหมาะสม
๓. ค่าวัสดุ พิจารณาให้ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้หัวหน้าโครงการต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการจัดหาวัสดุดังกล่าวอย่างชัดเจน
๔. หมวดครุภัณฑ์ พิจารณาให้ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้หัวหน้าโครงการต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการจัดหาครุภัณฑ์ดังกล่าว และให้ดำเนินการจัดหาตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยมินทราธิราชว่าด้วยการพัสดุ
เมื่อดำเนินโครงการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว ให้หัวหน้าโครงการส่งมอบครุภัณฑ์ให้กับหน่วยงานที่ส่วนงานกำหนด เป็นผู้รับผิดชอบครุภัณฑ์
Sign in to highlight and take private notes