Table of contents

This document has no bookmarks

Official published document

ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2564

ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๔

ด้วยมหาวิทยาลัยมีการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย นักศึกษา ผู้รับบริการ เพื่อการดำเนินการด้านต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย จึงเป็นการสมควรที่มหาวิทยาลัยจะกำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Policy) ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและได้มาตรฐาน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๑) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกอบมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานข้อมูลส่วนบุคคล ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๔ จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๔”

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๔ เป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย นักศึกษา ผู้รับบริการ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคลตามประกาศนี้ และให้หมายความรวมถึงผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำแทนคนไร้ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ

“ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของมหาวิทยาลัย

ข้อ ๔ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล มหาวิทยาลัยและทุกส่วนงานจึงต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๕ มหาวิทยาลัยจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เท่าที่จำเป็นภายใต้ขอบเขต วัตถุประสงค์ และระยะเวลาในการดำเนินงานตามภาระหน้าที่ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย และจะไม่นำไปใช้หรือเปิดเผยนอกเหนือขอบเขตและวัตถุประสงค์

ข้อ ๖ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบรายละเอียดไว้ก่อน หรือในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว

กรณีที่มหาวิทยาลัยประสงค์จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่น มหาวิทยาลัยจะแจ้งความประสงค์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและขอความยินยอมก่อน เว้นแต่กฎหมายบัญญัติให้กระทำได้

ข้อ ๗ การขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีดังกล่าวได้ และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้งใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้เสียเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ

การขอความยินยอมหรือการถอนความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ มหาวิทยาลัยจะดำเนินการให้เป็นตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบัญญัติ

ข้อ ๘ ในการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด จะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่จะอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่น

ข้อ ๙ มหาวิทยาลัยต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และมหาวิทยาลัยต้องสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติหน้าที่

ข้อ ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยและการให้บริการแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มหาวิทยาลัยอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่นทั้งในและต่างประเทศ ที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดังกล่าว มหาวิทยาลัยจะดำเนินการให้บุคคลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่มหาวิทยาลัยกำหนด หรือโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

ข้อ ๑๑ ในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ มหาวิทยาลัยจะดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่า ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ เว้นแต่เป็นกรณีตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ข้อ ๑๒ มหาวิทยาลัยจะต้องจัดให้มีช่องทางและอำนวยความสะดวก ให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทน ในการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงสิทธิดังต่อไปนี้

(๑) สิทธิขอเข้าถึง ขอรับ หรือสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม

(๒) สิทธิขอให้มหาวิทยาลัยส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

(๓) สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน

(๔) สิทธิขอให้มหาวิทยาลัยดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

(๕) สิทธิขอให้มหาวิทยาลัยระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

(๖) สิทธิขอให้มหาวิทยาลัยดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยอาจปฏิเสธการใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนได้หากไม่ขัดต่อกฎหมาย

ข้อ ๑๓ มหาวิทยาลัยและส่วนงานต้องจัดให้มีมาตรการ ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ และต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ให้มหาวิทยาลัยทราบ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนด และมหาวิทยาลัยจะต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า กรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้มหาวิทยาลัยแจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ พร้อมแนวทางการเยียวยาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ข้อ ๑๕ มหาวิทยาลัยจะต้องให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนหน่วยงานที่กำกับดูแลหรือมีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

ข้อ ๑๖ มหาวิทยาลัยและส่วนงานมีหน้าที่กำกับดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยและนักศึกษา ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่น ตลอดจนนโยบาย แนวปฏิบัติ และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มหาวิทยาลัยกำหนดขึ้นตามประกาศนี้

ข้อ ๑๗ มหาวิทยาลัยอาจจัดให้มีระบบการจัดการ การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบคณะกรรมการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๑๘ ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่เตรียมการ กำกับดูแล และดำเนินการ เพื่อให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยและส่วนงาน สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๑๙ ให้อธิการบดีรักษาการตามประกาศนี้ และมีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง หรือแนวทางปฏิบัติเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๔

(รองศาสตราจารย์อนันต์ มโนมัยพิบูลย์)
รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

Sign in to highlight and take private notes

Published on 1 January 2021

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0114
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
926 KB
Document type
Announcement
Document category
Personnel Administration

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (1 Jan 2021)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม