Table of contents

This document has no bookmarks

Official published document

ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2562

ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๖๒

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.๒๕๕๔ และมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ และข้อ ๔๓ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๕๔ คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ในการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๒ โดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ อธิการบดีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๒”

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“ปี” หมายความว่า ปีงบประมาณหรือปีบัญชี โดยเริ่มวันที่ ๑ ตุลาคม และสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ของปีถัดไป

“ปีที่แล้วมา” หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของปีที่ผ่านมาถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ของปีนั้น

ข้อ ๕ การปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาปรับเงินเดือนตามข้อเสนอแนะของหัวหน้าส่วนงาน เว้นแต่หัวหน้าส่วนงานเสนอแนะไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดไว้ตามประกาศนี้หรือที่ ก.บ.ค.กำหนด ให้อธิการบดีสั่งการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และวิธีการดังกล่าว

การปรับเงินเดือนประจำปีของอธิการบดีให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาปรับเงินเดือน

ข้อ ๖ พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ในปีที่แล้วมามีผลการประเมินผลการปฏิบัติงานไม่ต่ำกว่าระดับพอใช้

(๒) ในปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าโทษภาคทัณฑ์ หรือไม่ถูกศาลพิพากษาในคดีอาญาให้ลงโทษในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่การงานของตน ซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๓) ในปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งพักงานเกินกว่า ๔ เดือน

(๔) ในปีที่แล้วมาต้องไม่ขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

(๕) ต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติงาน

(๖) ในปีที่แล้วมาต้องมีวันลาไม่เกิน ๔๕ วัน หรือมาทำงานสายไม่เกิน ๔๕ ครั้ง แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง เว้นแต่มีระยะเวลาปฏิบัติงานไม่ครบ ๑ ปีให้ปรับสัดส่วนวันลาหรือจำนวนครั้งที่มาทำงานสายตามระยะเวลาปฏิบัติงาน ทั้งนี้ไม่รวมถึงวันลา ดังต่อไปนี้

(ก) ลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน

(ข) ลาคลอดบุตรไม่เกิน ๙๐ วัน

(ค) ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานานไม่ว่าคราวเดียวหรือหลายคราวรวมกันไม่เกิน ๖๐ วันทำการ

(ง) ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติงานตามหน้าที่หรือในขณะเดินทางไปหรือกลับจากการปฏิบัติงานตามหน้าที่

(จ) ลาพักผ่อน

(ฉ) ลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล

(ช) ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

การนับจำนวนวันลาสำหรับการลาป่วย และลากิจ ให้นับเฉพาะวันทำการ

ข้อ ๗ พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งอธิการบดีสั่งหรืออนุญาตให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ในหลักสูตรและสาขาวิชาที่เป็นไปตามความต้องการของมหาวิทยาลัย จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) กรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม ต้องอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาของหลักสูตร (ไม่รวมการขอขยายระยะเวลา) และมีระยะเวลารวมในการลาในปีงบประมาณนั้นไม่เกิน ๔ เดือน ให้ปรับเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นตามสัดส่วนระยะเวลาที่ผู้นั้นปฏิบัติงาน และต้องมีรายงานผลการศึกษา ฝึกอบรม ทุกภาคการศึกษา เพื่อประกอบการพิจารณา

(๒) กรณีการลาไปดูงาน ปฏิบัติการวิจัย เพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ซึ่งผู้ได้รับอนุมัติให้ลาถือว่าเป็นการไปปฏิบัติงาน ต้องมีรายงานผลการดูงาน หรือรายงานความคืบหน้าหรือเสนอผลงานภายในระยะเวลาตามโครงการ หรือแผนงานที่ได้เสนอไว้ต่อ ก.บ.ค. เพื่อประกอบการพิจารณา

ข้อ ๘ การปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัยให้ปรับปีละหนึ่ง ๑ ครั้ง โดยให้หัวหน้าส่วนงานนำผลการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีมาเป็นหลักในการพิจารณาพร้อมทั้งข้อมูลการลา พฤติกรรมการมาทำงาน การมาทำงานสาย การรักษาวินัยและจรรยาบรรณการปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและข้อควรพิจารณาอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณา

พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งจะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีในอัตราร้อยละ ๖ ต้องเป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีตามข้อ ๖ และในปีที่แล้วมาต้องมีวันลาไม่เกิน ๑๕ วันทำการ และมาทำงานสายไม่เกิน ๑๐ ครั้ง แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน ๘ ชั่วโมง

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ที่จะได้รับการปรับเงินเดือนในอัตราเกินกว่าร้อยละ ๖ ต้องเป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีตามข้อ ๖ และมีวันลาไม่เกิน ๗ วันทำการ และมาทำงานสายไม่เกิน ๗ ครั้ง แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน ๕ ชั่วโมง และต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่น มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันก่อให้เกิดประโยชน์และผลดียิ่งต่อมหาวิทยาลัยและสังคมจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้

(๒) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือได้ค้นคว้าหรือประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยเป็นพิเศษ และมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการตามความคิดริเริ่มหรือได้รับรองให้ใช้การค้นคว้าหรือประดิษฐ์นั้น

(๓) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตรายมาก หรือมีการต่อสู้ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตเป็นกรณีพิเศษ

(๔) ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินกว่าระดับตำแหน่งจนเกิดประโยชน์ต่อทางมหาวิทยาลัยเป็นพิเศษ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย

(๕) ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อย ยากลำบากเป็นพิเศษและงานนั้นได้ผลดียิ่งเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและสังคม

(๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จได้ผลดียิ่งแก่ประเทศชาติ

ข้อ ๙ การปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทผู้บริหารและประเภทวิชาการไม่ให้นำข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาการปฏิบัติงานยกเว้นในส่วนของการลามาใช้ในการพิจารณาปรับเงินเดือน

ข้อ ๑๐ พนักงานมหาวิทยาลัยที่มีสิทธิได้รับการปรับเงินเดือนในอัตราเกินกว่าร้อยละ ๖ ต้องเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน ระดับปฏิบัติงาน ชำนาญงาน ปฏิบัติการ ชำนาญการ และประเภทวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์

ข้อ ๑๑ วงเงินที่ใช้ในการปรับเงินเดือนประจำปีต้องไม่เกินร้อยละ ๖ ของเงินเดือนที่จ่ายให้พนักงานมหาวิทยาลัยในแต่ละส่วนงาน ณ วันที่ ๑ กันยายน ทั้งนี้ ให้คำนวณโดยรวมเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัยในส่วนงานทุกตำแหน่งที่มีผู้ครองตำแหน่ง (แม้จะไม่มีการเบิกจ่ายเงินเดือนหรือไม่อยู่ปฏิบัติงาน)

ข้อ ๑๒ ให้ส่วนงานแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัย ในวันที่ ๑ ตุลาคม ให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาการปรับเงินเดือนประจำปีให้เป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนดโดยเคร่งครัด ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนงานเป็นประธาน รองหัวหน้าส่วนงานและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดส่วนงานเป็นกรรมการและหัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเจ้าหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ หัวหน้าส่วนงานอาจมอบหมายรองหัวหน้าส่วนงานคนหนึ่งคนใดเป็นรองประธาน

การปรับเงินเดือนประจำปีให้พนักงานมหาวิทยาลัยแต่ละคนให้ปรับได้ไม่เกินเงินเดือนสูงสุดของตำแหน่งตามบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของพนักงานมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชแนบท้ายข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยการบริหารงานบุคคล หากพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดปฏิบัติงานไม่ครบสิบสองเดือนให้ปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นตามสัดส่วนระยะเวลาที่ผู้นั้นปฏิบัติงาน การปรับเงินเดือนประจำปีให้พนักงานมหาวิทยาลัยที่ผ่านการประเมินการทดลองปฏิบัติงานให้ปรับในวันถัดจากวันที่ผ่านการประเมินการทดลองปฏิบัติงาน

การปรับเงินเดือนประจำปีให้พนักงานมหาวิทยาลัยโดยใช้วิธีการหารเฉลี่ยเพื่อให้พนักงานมหาวิทยาลัยทุกคนได้รับการปรับเงินเดือนประจำปีในอัตราร้อยละที่เท่ากันจะกระทำมิได้

การปรับเงินเดือนประจำปีพนักงานมหาวิทยาลัยแต่ละคนในแต่ละครั้งให้ปรับตามผลการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นในรอบปีที่ผ่านมา และให้อธิการบดีประกาศอัตราร้อยละที่ใช้ในการคำนวณเพื่อปรับเงินเดือนประจำปีตามระดับผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยต้องประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไปอย่างช้าที่สุดพร้อมกับการมีคำสั่งปรับเงินเดือนประจำปี

การคำนวณจำนวนเงินสำหรับการปรับเงินเดือนประจำปีถ้ามีเศษไม่ถึง ๑๐ บาทให้ปัดเศษทิ้ง

ข้อ ๑๓ การปรับเงินเดือนประจำปีพนักงานมหาวิทยาลัย ให้ปรับปีละ ๑ ครั้ง คือ วันที่ ๑ ตุลาคมของปีถัดไป โดยให้หัวหน้าส่วนงานพิจารณาจากผลการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ ๒ รอบการประเมิน

ข้อ ๑๔ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของระดับหรือตำแหน่งให้ได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษตามผลการประเมินการปฏิบัติงานประจำปี

ข้อ ๑๕ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการปรับเงินเดือนประจำปีตามข้อ ๖ เพราะเหตุเกี่ยวกับระยะเวลาการปฏิบัติงาน การลา หรือการมาทำงานสาย แต่อธิการบดีพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลพิเศษที่สมควรปรับเงินเดือนประจำปีให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้น ให้อธิการบดีนำเสนอ ก.บ.ค. พร้อมด้วยเหตุผลเพื่อพิจารณาเป็นการเฉพาะราย ถ้า ก.บ.ค. เห็นชอบด้วยจึงจะสั่งปรับเงินเดือนประจำปีได้

ในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการปรับเงินเดือนประจำปีเพราะเหตุอื่นนอกจากกรณีตามวรรคหนึ่ง แต่อธิการบดีพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลพิเศษที่สมควรปรับเงินเดือนประจำปีให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้น ให้อธิการบดีนำเสนอ ก.บ.ค. พร้อมด้วยเหตุผลเพื่อพิจารณาเป็นการเฉพาะราย ถ้า ก.บ.ค. เห็นชอบด้วยจึงจะสั่งปรับเงินเดือนประจำปีได้

ข้อ ๑๖ ผลการปรับเงินเดือนประจำปีพนักงานมหาวิทยาลัยแต่ละคนในแต่ละครั้งให้หัวหน้าส่วนงานแจ้งให้พนักงานมหาวิทยาลัยทราบเป็นข้อมูลเฉพาะแต่ละบุคคล

การแจ้งผลการปรับเงินเดือนประจำปีตามวรรคหนึ่งให้ประกอบด้วย อัตราร้อยละที่ได้รับการปรับจำนวนเงินที่ได้รับการปรับ และเงินเดือนที่พึงได้รับเมื่อได้รับการปรับตามผลการปรับเงินเดือนประจำปีนั้น

พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดไม่ได้รับการปรับเงินเดือนประจำปี ให้แจ้งเหตุผลที่ไม่ได้ปรับเงินเดือนประจำปีให้ผู้นั้นทราบด้วย

ข้อ ๑๗ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดได้รับเงินเดือนถึงระดับเงินเดือนสูงสุดสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่แล้วหากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นและเงินเดือนที่ได้รับอยู่นั้นต่ำกว่าเงินเดือนสูงสุดสำหรับตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ ให้อธิการบดีสั่งปรับเงินเดือนประจำปีให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษได้ โดยให้นำผลการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีเดิมที่มิอาจปรับเงินเดือนประจำปีในตำแหน่งเดิมมาใช้ในการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีในตำแหน่งใหม่ โดยให้ปรับเงินเดือนประจำปีตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่นั้น

ข้อ ๑๘ ข้าราชการกรุงเทพมหานครหรือลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานครที่เปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และมีอัตราเงินเดือนหลังจากที่เปลี่ยนสถานภาพเกินขั้นสูงของระดับตำแหน่งตามบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของพนักงานมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นได้รับเงินเดือนเกินขั้นสูงของระดับตำแหน่งได้ โดยให้ถือว่าเป็นอัตราเงินเดือนขั้นสูงชั่วคราวเป็นกรณีเฉพาะรายและให้ได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษตามผลการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนสถานภาพมาจากข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานครตามวรรคหนึ่งได้รับอัตราเงินเดือนขั้นสูงชั่วคราวเป็นกรณีเฉพาะรายแล้ว ให้นำอัตราเงินเดือนขั้นสูงชั่วคราวดังกล่าวใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินค่าตอบแทนพิเศษตามผลการประเมินการปฏิบัติงานประจำปีในปีถัดไป

ข้อ ๑๙ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับครอบคลุมไปถึงพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนที่เปลี่ยนสถานภาพมาจากข้าราชการกรุงเทพมหานครหรือลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานครและได้รับอัตราเงินเดือนเกินขั้นสูงของระดับตำแหน่งก่อนที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับด้วย

ข้อ ๒๐ ให้อธิการบดีรักษาการตามประกาศนี้ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามประกาศนี้ให้เสนอคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคลวินิจฉัยชี้ขาด

ประกาศ ณ วันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

(รองศาสตราจารย์อนันต์ มโนมัยพิบูลย์)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ประธานคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล

Sign in to highlight and take private notes

Published on 1 January 2019

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0113
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
3.9 MB
Document type
Announcement
Document category
Personnel Administration

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (1 Jan 2019)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม