Table of contents

This document has no bookmarks

Official published document

ประกาศสภาวิชาการ เรื่อง แนวปฏิบัติและหลักเกณฑ์ในการดำเนินการหลักสูตรฝึกอบรม พ.ศ. 2559 (ยกเลิก)

ประกาศสภาวิชาการ
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เรื่อง แนวปฏิบัติและหลักเกณฑ์ในการดำเนินการหลักสูตรฝึกอบรม พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแนวปฏิบัติและหลักเกณฑ์ในการดำเนินการหลักสูตรฝึกอบรมของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ (๑) และ ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภาวิชาการมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๘จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสภาวิชาการมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง แนวปฏิบัติและหลักเกณฑ์ในการดำเนินการหลักสูตรฝึกอบรม พ.ศ. ๒๕๕๙”

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“หลักสูตรฝึกอบรม” หมายความว่า หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง หรือหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ หรือหลักสูตรฝึกอบรมทั่วไป ที่ส่วนงานของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชใช้ในการฝึกอบรมเพื่อให้บริการทางวิชาการแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความชำนาญ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรมแล้วผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตร หรือสัมฤทธิบัตร แล้วแต่กรณี

“ประกาศนียบัตร” หมายความว่า เอกสารแสดงคุณวุฒิทางการศึกษา ซึ่งบุคคลได้ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทางที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น โดยผู้เข้าอบรมต้องเข้าฝึกอบรมตามกำหนดเวลาและต้องผ่านการสอบหรือประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมนั้นแล้ว มหาวิทยาลัยจึงดำเนินการมอบประกาศนียบัตรให้

“วุฒิบัตร” หมายความว่า เอกสารแสดงคุณวุฒิทางการศึกษา ซึ่งบุคคลได้ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น โดยผู้เข้าอบรมต้องเข้าฝึกอบรมตามกำหนดเวลาและต้องผ่านการสอบหรือประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด และเมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมนั้นแล้ว มหาวิทยาลัยจึงดำเนินการมอบวุฒิบัตรให้

“สัมฤทธิบัตร” หมายความว่า เอกสารแสดงความสำเร็จซึ่งบุคคลได้ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมทั่วไปที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น โดยผู้เข้าอบรมต้องเข้าฝึกอบรมครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด และต้องผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด และเมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมนั้นแล้ว มหาวิทยาลัยจึงดำเนินการมอบสัมฤทธิบัตรให้

“ส่วนงาน” หมายความว่า คณะ วิทยาลัย หรือส่วนงานที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ในสังกัดมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย

“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า คณบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้บังคับบัญชาส่วนงานที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณบดีในสังกัดมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย

“คณะกรรมการประจำส่วนงาน” หมายความว่า คณะกรรมการประจำส่วนงานของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย

“คณาจารย์ประจำ” หมายความว่า บุคลากรของมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้สอนและทำงานประจำอยู่ในมหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

ข้อ ๔ หลักการในการจัดหลักสูตรฝึกอบรม

๔.๑ การจัดฝึกอบรมในแต่ละหลักสูตร ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) สอดคล้องกับความรู้ความสามารถทางวิชาการและความเชี่ยวชาญของส่วนงานที่รับผิดชอบโดยตรง หรือ

(๒) ส่งเสริมและไม่เป็นอุปสรรคต่องานประจำของส่วนงาน หรือ

(๓) มีการบรรจุไว้ในแผนดำเนินการของส่วนงาน และได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปีไว้สำหรับการดำเนินงาน ยกเว้นกรณีเป็นหลักสูตรที่เป็นนโยบายเร่งด่วน หรือเป็นตามความต้องการของหน่วยงานภายนอกและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่ต้องการให้จัดฝึกอบรม

ในการจัดฝึกอบรมแต่ละหลักสูตรจะต้องมีงบประมาณเพียงพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการดำเนินการ

๔.๒ ประเภทของหลักสูตรฝึกอบรม มี ๓ ประเภท ดังนี้

(๑) หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง หมายถึง หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทางตามที่มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชหรือที่สภาวิชาชีพกำหนด หรือเป็นหลักสูตรที่สภาวิชาการเห็นว่ามีความสำคัญต่อพันธกิจของมหาวิทยาลัย เช่น หลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง หลักสูตรสำหรับผู้บริหารต่างๆ การฝึกอบรมอาชีพต่างๆ ที่มีระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ชั่วโมง

(๒) หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ หมายถึง หลักสูตรฝึกอบรมความรู้หรือทักษะทางด้านวิชาชีพตามที่ส่วนงานกำหนด ซึ่งมีระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า ๔๕ ชั่วโมง แต่ไม่ถึง ๑๐๐ ชั่วโมง เช่น หลักสูตรอบรม care manager หลักสูตรอบรม first responder

(๓) หลักสูตรฝึกอบรมทั่วไป หมายถึง หลักสูตรฝึกอบรมทักษะหรือความรู้ที่ส่วนงานจัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและคุณภาพชีวิตให้แก่บุคคลทั่วไป ที่มีระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า ๑๕ ชั่วโมง แต่ไม่ถึง ๔๕ ชั่วโมง

ทั้งนี้ ในการกำหนดระยะเวลาของหลักสูตรฝึกอบรมแต่ละประเภท ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมงที่สามารถเทียบเป็นจำนวนหน่วยกิตได้ เพื่อประโยชน์ต่อการเทียบโอนหน่วยกิตเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นของผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้วย

๔.๓ รูปแบบการจัดการฝึกอบรม ส่วนงานอาจจัดการฝึกอบรมในรูปแบบ ดังต่อไปนี้

(๑) แบบ ก เป็นการจัดฝึกอบรมโดยส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยเพียงส่วนงานเดียว

(๒) แบบ ข เป็นการจัดฝึกอบรมโดยส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยร่วมมือกันมากกว่าหนึ่งส่วนงาน

(๓) แบบ ค เป็นการจัดฝึกอบรมโดยส่วนงานใดส่วนงานหนึ่งภายในมหาวิทยาลัย ร่วมมือกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งภายนอกมหาวิทยาลัย

(๔) แบบ ง เป็นการจัดฝึกอบรมโดยส่วนงานใดส่วนงานหนึ่งภายในมหาวิทยาลัย ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัยหลายหน่วยงาน

(๕) แบบ จ เป็นการจัดฝึกอบรมโดยส่วนงานในมหาวิทยาลัยหลายส่วนงาน ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัยหลายหน่วยงาน

ข้อ ๕ การพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร

ในการพัฒนาหลักสูตรหรือปรับปรุงหลักสูตรฝึกอบรมทุกประเภทตามข้อ ๔.๒ ส่วนงานที่จะจัดฝึกอบรมต้องจัดให้มี “คณะกรรมการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร” คณะหนึ่ง ที่แต่งตั้งโดยหัวหน้าส่วนงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำส่วนงาน เพื่อทำหน้าที่ในการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วยประธานและคณะกรรมการจำนวน ๓ - ๕ คน ทั้งนี้ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาของหลักสูตร จำนวน ๑ คนร่วมเป็นกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่ของส่วนงานเป็นกรรมการและเลขานุการ

ทั้งนี้ หลักสูตรการฝึกอบรมประเภทต่างๆ ตามข้อ ๔.๒ ต้องประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

(๑) ความเป็นมา หลักการและเหตุผล

(๒) วัตถุประสงค์

(๓) ระยะเวลาของการฝึกอบรม

(๔) คณะกรรมการบริหารหลักสูตร

(๕) งบประมาณ

(๖) สถานที่จัดการฝึกอบรม

(๗) จำนวนและคุณสมบัติผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(๘) หลักสูตร/รายวิชา/หัวข้อการอบรม

(๙) อาจารย์ผู้สอน/วิทยากร

(๑๐) การประเมินผล

(๑๑) ค่าลงทะเบียน

(๑๒) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

(๑๓) ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของหลักสูตร

(๑๔) เกณฑ์การออกใบรับรองและการลงนามประกาศนียบัตร/วุฒิบัตร/สัมฤทธิบัตร

ข้อ ๖ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร

ในการจัดหลักสูตรฝึกอบรมทุกประเภท ส่วนงานต้องแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตรซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์ประจำของส่วนงาน ไม่น้อยกว่า ๓ คน ยกเว้นหลักสูตรฝึกอบรมทั่วไปให้มีผู้รับผิดชอบ ๑ คน เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารจัดการหลักสูตรดังกล่าวให้มีสัมฤทธิผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด

ข้อ ๗ อาจารย์ผู้สอน / วิทยากร

๗.๑ หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง อาจารย์ผู้สอนในรายวิชาต่างๆ อาจเป็นคณาจารย์ประจำของส่วนงานหรืออาจารย์พิเศษ ซึ่งต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าหรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสอนไม่น้อยกว่า ๕ ปี หรือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๕ ปี

กรณีที่หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทางนั้นอยู่ในการกำกับขององค์กรหรือหน่วยงานทางวิชาชีพ ให้ปฏิบัติตามที่องค์กรหรือหน่วยงานทางวิชาชีพกำหนด

๗.๒ หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ อาจารย์ผู้สอนในรายวิชาต่างๆ อาจเป็นคณาจารย์ประจำของส่วนงานหรืออาจารย์พิเศษ ซึ่งต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสอนไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี

๗.๓ หลักสูตรฝึกอบรมทั่วไป อาจารย์ผู้สอนในรายวิชาต่างๆ อาจเป็นคณาจารย์ประจำของส่วนงานหรืออาจารย์พิเศษ ซึ่งต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสอนไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี

คณาจารย์ประจำ หรือบุคลากรของส่วนงานที่ร่วมเป็นอาจารย์ผู้สอน ให้สามารถนำชั่วโมงการสอนนับเป็นภาระงานเพื่อการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วย

ข้อ ๘ การพัฒนาอาจารย์ผู้สอน ส่วนงานที่จัดหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทางต้องจัดให้มีการพัฒนาอาจารย์ผู้สอนให้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาของหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทางนั้นๆ ด้วย

ข้อ ๙ การเสนอและอนุมัติหลักสูตร

ส่วนงานที่จะจัดหลักสูตรฝึกอบรมทุกประเภทต้องเสนอหลักสูตรให้คณะกรรมการประจำส่วนงานให้ความเห็นชอบ และเสนอสำนักงานอธิการบดีก่อนการจัดฝึกอบรมอย่างน้อย ๒ เดือน เพื่อพิจารณาดำเนินการสำหรับหลักสูตรฝึกอบรมแต่ละประเภท ดังนี้

(๑) หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง ให้หัวหน้าส่วนงานนำเสนอคณะกรรมการประจำส่วนงานเพื่อพิจารณาอนุมัติ และนำเสนอสภาวิชาการ และสภามหาวิทยาลัยเพื่อขอความเห็นชอบ ตามลำดับ

(๒) หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ ให้หัวหน้าส่วนงานนำเสนอคณะกรรมการประจำส่วนงานเพื่อพิจารณาอนุมัติ และนำเสนอสภาวิชาการพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบ

(๓) หลักสูตรฝึกอบรมทั่วไป ให้หัวหน้าส่วนงานนำเสนอคณะกรรมการประจำส่วนงานเพื่อพิจารณาอนุมัติ และเสนอสภาวิชาการเพื่อทราบทั้งนี้ หากคณะกรรมการ หรือสภาวิชาการ หรือสภามหาวิทยาลัย มีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะใดๆ ส่วนงานต้องนำเสนอข้อมูลการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรให้ครบถ้วนต่อคณะกรรมการ หรือสภาวิชาการ หรือสภามหาวิทยาลัยอีกครั้งก่อนการดำเนินการจัดการฝึกอบรม

ข้อ ๑๐ การรับนักศึกษา

การรับนักศึกษาเข้าหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทางและหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ ส่วนงานต้องแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำส่วนงาน

ข้อ ๑๑ การประเมินผล

ส่วนงานต้องกำหนดวิธีการประเมินผลผู้เข้ารับการฝึกอบรม และเกณฑ์การสำเร็จไว้ให้ชัดเจนและเหมาะสมกับประเภทของหลักสูตร

ทั้งนี้ ผลการศึกษาในแต่ละรายวิชาของหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง และหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ อาจแสดงด้วยสัญลักษณ์ซึ่งมีแต้มประจำตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๘ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๔

สำหรับหลักสูตรฝึกอบรมทั่วไป ให้แสดงผลการศึกษาเป็น “พอใจ” (S : Satisfactory) และ “ไม่พอใจ” (U : Unsatisfactory) โดยกรณีผลการศึกษาในระดับ “พอใจ” ต้องมีคะแนนเทียบเท่ากับคะแนนสำหรับสัญลักษณ์ C ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการเทียบโอนผลการเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น

ข้อ ๑๒ การอนุมัติการสำเร็จการศึกษา

(๑) หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง ให้หัวหน้าส่วนงานนำเสนอรายชื่อที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาและจะได้รับประกาศนียบัตรให้คณะกรรมการประจำส่วนงานและสภาวิชาการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับ และเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติในหลักการสำหรับรายชื่อผู้ที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา

(๒) หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ ให้หัวหน้าส่วนงานนำเสนอรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาที่จะได้รับวุฒิบัตร ให้คณะกรรมการประจำส่วนงานพิจารณาอนุมัติ และนำเสนอสภาวิชาการพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบ

(๓) หลักสูตรฝึกอบรมทั่วไป ให้หัวหน้าส่วนงานนำเสนอรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาที่จะได้รับสัมฤทธิบัตรให้คณะกรรมการประจำส่วนงานพิจารณาอนุมัติ และเสนอสภาวิชาการเพื่อทราบ

ข้อ ๑๓ การออกใบรับรองและการลงนาม

๑๓.๑ การออกใบรับรอง มี ๓ ประเภท คือ

(๑) ประกาศนียบัตร ออกให้สำหรับหลักสูตรประเภทฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง

(๒) วุฒิบัตร ออกให้สำหรับหลักสูตรประเภทฝึกอบรมวิชาชีพ

(๓) สัมฤทธิบัตร ออกให้สำหรับหลักสูตรประเภทฝึกอบรมทั่วไป

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิรับใบรับรองต้องเข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการฝึกอบรมทั้งหมด และต้องผ่านการประเมินตามที่หลักสูตรกำหนด

๑๓.๒ การลงนามในใบรับรอง ให้ดำเนินการตามรูปแบบการจัดฝึกอบรมตามข้อ ๔.๓ ดังนี้

(๑) หากเป็นการจัดฝึกอบรมแบบ ก ให้หัวหน้าส่วนงานลงนามร่วมกับอธิการบดี

(๒) หากเป็นการจัดฝึกอบรมแบบ ข ให้หัวหน้าส่วนงานที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักลงนามร่วมกับอธิการบดี

(๓) หากเป็นการจัดฝึกอบรมแบบ ค ให้อธิการบดีลงนามร่วมกับผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานภายนอก

(๔) หากเป็นการจัดฝึกอบรมแบบ ง ให้อธิการบดีลงนามร่วมกับผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานภายนอกที่เป็นหลักในการจัดการฝึกอบรม แต่ถ้าไม่มีหน่วยงานหลักให้พิจารณาผู้ที่จะลงนามตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป

(๕) หากเป็นการจัดฝึกอบรมแบบ จ ให้อธิการบดีลงนามร่วมกับผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานภายนอกที่เป็นหลักในการจัดการฝึกอบรม แต่ถ้าไม่มีหน่วยงานหลักให้พิจารณาผู้ที่จะลงนามตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป

ข้อ ๑๔ การสิ้นสุดการฝึกอบรม

เมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรม ให้หัวหน้าส่วนงานจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานของหลักสูตรพร้อมรายงานบัญชีและการเงิน ส่งให้สำนักงานอธิการบดีภายใน ๖๐ วัน หลังจากสิ้นสุดการฝึกอบรม เพื่อนำเสนอสภาวิชาการทราบและพิจารณา

ข้อ ๑๕ การควบคุมคุณภาพของหลักสูตร

หลักสูตรฝึกอบรมทุกหลักสูตร ส่วนงานต้องกำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จของหลักสูตรและดำเนินการรับการตรวจสอบ หรือประเมินตนเอง ดังนี้

(๑) หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง ต้องจัดทำรายงานการประเมินตนเองเสนอสภาวิชาการพิจารณาในทุกปีการศึกษา และเตรียมรับการตรวจสอบจากสภาวิชาชีพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

(๒) หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ ต้องจัดทำรายงานการประเมินตนเองเสนอสภาวิชาการพิจารณาในทุกปีการศึกษา

(๓) หลักสูตรฝึกอบรมทั่วไป ต้องจัดทำรายงานการประเมินตนเองเสนอสภาวิชาการพิจารณาในทุกปีการศึกษา

ข้อ ๑๖ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้ กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวได้ หรือมีความจำเป็นต้องปฏิบัตินอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสภาวิชาการที่จะพิจารณาให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่อธิการบดีในการวินิจฉัยชี้ขาด

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

(นายพิจิตต รัตตกุล)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ประธานสภาวิชาการมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

Sign in to highlight and take private notes

Published on 1 January 2016

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0419
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
3.2 MB
Document type
Announcement

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (1 Jan 2016)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม