Table of contents

This document has no bookmarks

Official published document

ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการดำเนินการด้านจริยธรรมการวิจัยในคน พ.ศ. 2558

ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยการดำเนินการด้านจริยธรรมการวิจัยในคน
พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการดำเนินการด้านจริยธรรมการวิจัยในคน

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๖ (๑๐) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการวิจัย พ.ศ. ๒๕๕๗ คำสั่งมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่ ๑๖๘/๒๕๕๘ เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่แก่คณะกรรมการบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จึงออกระเบียบไว้ ดังนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้ เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการดำเนินการด้านจริยธรรมการวิจัยในคน พ.ศ. ๒๕๕๘”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนของส่วนงาน

“การวิจัยในคน” หมายความว่า การศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบทั้งในคนที่ยังมีชีวิต ศพ เป็นการศึกษาที่ได้กระทำต่อร่างกายหรือจิตใจของอาสาสมัครในการวิจัย หรือได้กระทำต่อเซลล์ ส่วนประกอบของเซลล์ วัสดุสิ่งส่งตรวจที่มาจากคน (เลือด สารคัดหลั่ง ชิ้นเนื้อ และอื่นๆ) สารพันธุกรรม การศึกษาโดยใช้ข้อมูลเฉพาะบุคคลที่ทราบว่าข้อมูลนั้นเป็นของผู้ใด เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ได้องค์ความรู้ที่ใช้ทั่วไปได้ และให้หมายรวมถึงการศึกษาทางสังคมศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์และมานุษยวิทยา

“การรับรองจริยธรรมการวิจัยในคน” หมายความว่า การอนุมัติว่าโครงการวิจัยได้คำนึงถึงหลักการทั้งด้านทางวิทยาศาสตร์และจริยธรรมการวิจัย มีเหตุผลสนับสนุนในทางวิทยาศาสตร์ที่คาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมการวิจัยหรือส่วนรวม และมีการพิทักษ์สิทธิและสวัสดิภาพของผู้เข้าร่วมการวิจัย รวมทั้งความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เข้าร่วมการวิจัย

“วิธีดำเนินการมาตรฐาน (Standard Operating Procedures : SOP)” หมายความว่า คู่มือการดำเนินงานตามมาตรฐานของคณะกรรมการ ที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการ และลงนามโดยอธิการบดี หรือคณบดี หรือผู้อำนวยการหรือผู้มีอำนาจเทียบเท่าของส่วนงานนั้นๆ

“ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งในแต่ละส่วนงาน เรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนของส่วนงาน” ตามข้อเสนอของคณะกรรมการประจำส่วนงาน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานกรรมการ กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คน โดยแต่งตั้งจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่สังกัดส่วนงานนั้นๆ ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในสาขาวิจัยหรือกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัยในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัยที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในสาขากฎหมาย และตัวแทนภาคประชาชน

ให้ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเป็นเลขานุการ

คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้อีก

ในกรณีที่ประธานหรือกรรมการว่างลงก่อนครบวาระให้ อธิการบดีแต่งตั้งประธานหรือกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างตามข้อเสนอของคณะกรรมการประจำส่วนงาน และให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้

ข้อ ๕ คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) ปกป้องสิทธิ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เข้าร่วมโครงการวิจัย

(๒) รับรอง รับรองโดยมีเงื่อนไข ไม่รับรอง หรือยกเลิกการรับรองจริยธรรมการวิจัยในคน

(๓) ให้คำแนะนำแก่ส่วนงานหรือมหาวิทยาลัยในการดำเนินงานด้านจริยธรรมการวิจัยในคน

(๔) ให้ความรู้และให้คำปรึกษาแก่ผู้วิจัยในการขอการรับรองจริยธรรมการวิจัยในคน

(๕) ตรวจสอบจริยธรรมการวิจัยในคนระหว่างการดำเนินการโครงการวิจัยในคน

(๖) จัดให้มีวิธีการดำเนินการมาตรฐาน (Standard Operating Procedures : SOP) ที่สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ ของมหาวิทยาลัย ข้อกำหนดขององค์กรวิชาชีพ และหลักจริยธรรมสากลสำหรับการวิจัยในคน

(๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อกระทำการใดๆ อันอยู่ในอำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการ

(๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องตามที่อธิการบดีมอบหมาย

ข้อ ๖ กรรมการต้องรักษาความลับที่เกี่ยวข้องกับการรับรองจริยธรรมการวิจัยในคน

ข้อ ๗ การดำเนินงานด้านพิจารณาโครงการวิจัยของคณะกรรมการให้เป็นไปโดยอิสระ ยุติธรรม และปราศจากการแทรกแซงจากส่วนงาน และมหาวิทยาลัย

ข้อ ๘ กรณีส่วนงานใดยังไม่มีคณะกรรมการ ให้เป็นดุลพินิจของหัวหน้าส่วนงานนั้นในการขอรับการรับรองจริยธรรมการวิจัยในคนจากคณะกรรมการของส่วนงานอื่นในมหาวิทยาลัย

ข้อ ๙ โครงการวิจัยในคนที่ต้องขอการรับรองจริยธรรมการวิจัยในคน ได้แก่ โครงการวิจัยในคนที่ดำเนินการหรือร่วมดำเนินการโดยผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย โครงการวิจัยในคนที่ดำเนินการภายในมหาวิทยาลัย

การดำเนินโครงการวิจัยในคนตามวรรค ๑ ต้องได้รับการรับรองจริยธรรมการวิจัยในคนจากคณะกรรมการก่อน

ข้อ ๑๐ คุณสมบัติของหัวหน้าโครงการวิจัยที่ต้องขอการรับรองจริยธรรมการวิจัยในคน

(๑) มีพื้นฐานความรู้ในเรื่องที่จะทำวิจัย

(๒) หัวหน้าโครงการวิจัยต้องผ่านการอบรม หลักจริยธรรมสากล (Human research protection course) และหรือหลักการทำวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice) โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ข้อ ๑๑ กรณีการวิจัยในคนของนักศึกษา แพทย์ประจำบ้าน แพทย์ประจำบ้านต่อยอด ที่เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ ต้องมีอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย

ข้อ ๑๒ ส่วนงานต้องจัดให้มีการจัดอบรมให้ความรู้ด้านจริยธรรมการวิจัยในคนตลอดจนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๓ ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาจากระเบียบฉบับนี้ ให้ประธานคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนของส่วนงานเป็นผู้เสนอความเห็นผ่านหัวหน้าส่วนงาน และให้อธิการบดีมีอำนาจวินิจฉัยภายใต้คำแนะนำของคณะกรรมการบริหารงานวิจัยของมหาวิทยาลัย และคำวินิจฉัยของอธิการบดีให้ถือเป็นที่สิ้นสุด

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

(นายพิจิตต รัตตกุล)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

Sign in to highlight and take private notes

Published on 1 January 2015

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0285
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
2.0 MB
Document type
Regulation
Document category
Research

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (1 Jan 2015)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม