Official published document
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย
และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๙
โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ เพื่อเป็นการพัฒนาพนักงานมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๖๕ วรรคสอง ประกอบข้อ ๗ และข้อ ๙ (๖) แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.๒๕๕๔ อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ จึงออกระเบียบไว้ ดังนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓
“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓
“ก.บ.ค.” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล
“คณะกรรมการประจำส่วนงาน” หมายความว่า “คณะกรรมการประจำส่วนงาน ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยคณะกรรมการประจำส่วนงาน
“พนักงานมหาวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
“ศึกษา” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน หรือการวิจัย ตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษา หรือองค์การวิชาชีพในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือวุฒิบัตร ที่ ก.พ. รับรองหรือที่ ก.บ.ค. รับรอง และหมายความรวมถึง การฝึกฝนภาษา หรือการรับคำแนะนำก่อนเข้าศึกษา และการฝึกอบรม หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา หรือต่อจากการศึกษานั้นด้วย
“ฝึกอบรม” หมายความว่า การพัฒนาความรู้ ทักษะ ความชำนาญ หรือประสบการณ์ด้วยการเรียน หรือการฝึกอบรม หรือการฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรของการฝึกอบรม หรือการสัมมนาอบรมเชิงปฏิบัติการ การดำเนินงานตามโครงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ การไปเสนอผลงานทางวิชาการ การประชุมวิชาการ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือวุฒิบัตร ที่ ก.พ. รับรอง และหมายความรวมถึงการฝึกฝนภาษาและการรับคำแนะนำ ก่อนเข้าฝึกอบรม หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม หรือต่อจากการฝึกอบรมนั้นด้วย
“ดูงาน” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้วยการสังเกตการณ์ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ ต่างประเทศ ทั้งนี้ไม่รวมถึงการไปดูงาน ณ ต่างประเทศที่เป็นส่วนหนึ่ง หรือต่อจากการฝึกอบรม หรือประชุมสัมมนาในประเทศ
“ปฏิบัติการวิจัย” หมายความว่า การทำงานวิจัยโดยนำผลที่ได้รับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัย หรือกรุงเทพมหานคร หรือองค์การอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.ค. ทั้งนี้ไม่รวมถึงการวิจัยอันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหรือฝึกอบรม
“เพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ” หมายความว่า การแสวงหาความรู้ทางวิชาการที่มิใช่การศึกษาต่อตามหลักสูตรการศึกษาเพื่อเพิ่มคุณวุฒิ ซึ่งสามารถกระทำได้โดยการแต่งหรือเรียบเรียงตำราหรือหนังสือทางวิชาการ การสร้างนวัตกรรม หรือการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.ค.
“ทุน” หมายความว่า เงินที่มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ได้จัดสรรให้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพื่อการครองชีพระหว่างการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และให้หมายความรวมถึงเงินค่าพาหนะเดินทางเพื่อการนี้ด้วย
ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้
ในกรณีที่มีเหตุพิเศษสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือที่ไม่มีกำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้เสนออธิการบดีพิจารณาสั่งการเป็นกรณี ๆ ไป
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๕ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนงาน และมหาวิทยาลัยตามระเบียบนี้
การอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดลาตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการของส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัยที่จะได้ผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญในสาขาวิชา และระดับความรู้ที่เหมาะสมกับหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ให้กลับมาปฏิบัติงาน ตลอดจนพิจารณาถึงคุณสมบัติของพนักงานมหาวิทยาลัย ระยะเวลาที่เหลืออยู่ในการปฏิบัติงานให้กับมหาวิทยาลัยภายหลังเสร็จสิ้นการลา และจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยที่สามารถลาได้ในแต่ละปี โดยที่ไม่ต้องกำหนดอัตราจ้างเพิ่ม
ข้อ ๖ อำนาจอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ได้แก่
(๑) หัวหน้าส่วนงาน สำหรับกรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ในประเทศ และรายงานการอนุมัติให้อธิการบดีทราบ
(๒) อธิการบดี สำหรับกรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ในต่างประเทศ
ข้อ ๗ อำนาจอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ให้เป็นอำนาจของอธิการบดีโดยความเห็นชอบของ ก.บ.ค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ข้อ ๘ การลาฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยของอธิการบดี ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้อนุมัติ กรณีรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงาน ให้อธิการบดีเป็นผู้อนุมัติ
ข้อ ๙ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ต้องตั้งใจ ศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการให้สำเร็จโดยเร็ว การไม่ตั้งใจหรือประวิงเวลาให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันควรนอกจากจะถูกตัดสิทธิให้ระงับการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังอาจได้รับโทษทางวินัยอีกด้วย
ข้อ ๑๐ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ หากไม่สามารถ ศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้รีบรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อกลับเข้าปฏิบัติงานทันทีและให้ผู้บังคับบัญชารายงานตามลำดับจนถึงผู้อนุมัติ
ข้อ ๑๑ ในระหว่างที่พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ หากส่วนงานหรือมหาวิทยาลัยมีความประสงค์จะให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดกลับมาปฏิบัติงาน ให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานทันที
ข้อ ๑๒ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติหรือเสร็จจากการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการก่อนครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติ ให้รีบรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานทันที
ข้อ ๑๓ ให้พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งในระหว่างลา
กรณีลาไปศึกษา หรือฝึกอบรมให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง มีระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยที่ใช้เวลาศึกษา หรือฝึกอบรมเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหลักสูตรอาจจะไม่ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง หรือได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ในอัตราที่ลดลงในระหว่างที่ขยายเวลาศึกษา หรือฝึกอบรม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่ ก.บ.ค. กำหนด
การขยายเวลาศึกษาหรือฝึกอบรมทั้งหมด ต้องไม่เกินระยะเวลา ๑ เท่าของระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร หากเกินกว่า ๑ เท่าของระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรให้ส่วนงานเรียกตัวกลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติ ทั้งนี้การพิจารณาอนุมัติให้ขยายเวลาเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ข้อ ๑๔ การพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลา
(๑) กรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม ต้องอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาของหลักสูตร (ไม่รวมการขอขยายระยะเวลา) หากมีระยะเวลารวมในการลาไม่เกิน ๔ เดือน ในปีงบประมาณนั้น โดยให้ปรับเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นตามสัดส่วนระยะเวลาที่ผู้นั้นปฏิบัติงาน และต้องมีรายงานผลการศึกษา ฝึกอบรม ทุกภาคการศึกษา เพื่อประกอบการพิจารณา
(๒) กรณีการลาไปดูงาน ปฏิบัติการวิจัย เพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ผู้ได้รับอนุมัติให้ลาถือว่าเป็นการไปปฏิบัติงาน และต้องมีรายงานผลการดูงาน หรือรายงานความคืบหน้าหรือเสนอผลงานภายในระยะเวลาตามโครงการ หรือแผนงานที่ได้เสนอไว้ต่อ ก.บ.ค. เพื่อประกอบการพิจารณา
หลักเกณฑ์ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลา ให้เป็นไปตามที่ ก.บ.ค. กำหนด
ข้อ ๑๕ ผู้ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการต้องปฏิบัติงานชดใช้เป็นระยะเวลาสองเท่าของระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ
หมวด ๒
การลาไปศึกษา ฝึกอบรม
ข้อ ๑๖ พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งประสงค์จะลาไปศึกษา ฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศ ให้เสนอโครงการและจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติ เพื่อพิจารณาอนุมัติตามแต่กรณี
พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท
(๑) การลาโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลา
(๒) การลาโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วน โดยใช้เวลาปฏิบัติงานวันละไม่เกิน ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที หรือสัปดาห์ละไม่เกิน ๗ ชั่วโมง ๓๐ นาที
ข้อ ๑๗ คุณสมบัติของพนักงานมหาวิทยาลัยที่จะลาไปศึกษา ฝึกอบรมโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลามี ดังนี้
(๑) เป็นผู้พ้นจากการทดลองปฏิบัติงานแล้ว กรณีมีเหตุผลและความจำเป็นให้อธิการบดีอนุมัติเลื่อนการทดลองปฏิบัติงานได้เป็นการเฉพาะราย และรายงานให้ ก.บ.ค. ทราบ
(๒) เป็นผู้ที่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรมแล้ว จะต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญาได้ครบก่อนเกษียณอายุ
(๓) ผู้ที่จะลาไปศึกษา ฝึกอบรมต่อในต่างประเทศจะต้องเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะไปศึกษา ฝึกอบรม โดยต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการพิจารณา และต้องมีความรู้ในภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการศึกษา ฝึกอบรมนั้นได้
(๔) เป็นผู้ไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกฟ้องคดีอาญา
การขอยกเว้นสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ (๒) (๓) (๔) ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาทำความเห็น หากเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรม ให้เสนออธิการบดีอนุมัติโดยความเห็นชอบจาก ก.บ.ค.
ข้อ ๑๘ หลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราในการขอทุนการศึกษา ฝึกอบรม ให้เป็นไปตามข้อบังคับ หรือระเบียบมหาวิทยาลัยว่าด้วยการนั้น
ข้อ ๑๙ จำนวนของผู้ที่จะได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลา เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยในส่วนงานนั้น ๆ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะที่พิจารณา ทั้งนี้หากมีทศนิยมให้นับเป็นหนึ่งคน และสำหรับส่วนงานที่มีจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยไม่ถึงสิบคนให้ไปได้หนึ่งคน
การพิจารณากรณีผู้ขอลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลามีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาตามลำดับอาวุโส และการได้รับโอกาสการพัฒนาอย่างเท่าเทียม
ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นซึ่งทำให้จำนวนของผู้ที่จะขออนุมัติให้ลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลา มีจำนวนเกินกว่าร้อยละสิบของจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยในส่วนงานนั้น ๆ ให้ส่วนงานรายงานเหตุผลและความจำเป็นเสนออธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๒๐ ให้ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลา ต้องรายงานผลการศึกษา ฝึกอบรม ทุก ๆ ภาคศึกษา ฝึกอบรม ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อทราบ
ข้อ ๒๑ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศจะต้องศึกษา ฝึกอบรมให้สำเร็จภายในระยะเวลาที่สถาบันการศึกษา หรือองค์การวิชาชีพนั้น ๆ กำหนดไว้ในแต่ละหลักสูตร ถ้ายังศึกษา ฝึกอบรมไม่สำเร็จภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หากมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่งอาจเสนอขออนุมัติขยายระยะเวลาศึกษา ฝึกอบรม ได้ครั้งละ ๑ ภาคการศึกษา
ในการขอขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำร้องต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนวันสิ้นสุดของระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติไว้ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน พร้อมรายงานผลการศึกษา ความเห็นและระเบียบการลงทะเบียนของสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษา ฝึกอบรมนั้นประกอบการพิจารณาอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ทำสัญญาขยายเวลาไปศึกษา ฝึกอบรมแนบท้ายสัญญาเดิม
หากพิจารณาแล้วปรากฏว่าผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรมได้ใช้เวลาเพื่อการอื่นหรือศึกษาวิชาอื่นนอกเหนือจากที่ได้รับอนุมัติไว้ หรือมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการลงทะเบียนวิชาเรียนจนเป็นเหตุให้ศึกษา ฝึกอบรมสำเร็จช้ากว่ากำหนดเวลาเรียนตามหลักสูตร หรือไม่เอาใจใส่ต่อการศึกษา ฝึกอบรม หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสม ห้ามมิให้อนุมัติขยายระยะเวลา และให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี
ข้อ ๒๒ การลาไปศึกษา ฝึกอบรมโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วน จะต้องไม่เกิดความเสียหายต่อการปฏิบัติงาน โดยการลาไปศึกษา ฝึกอบรมโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วนต้องเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัย และให้ไปศึกษา ฝึกอบรมโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วนเมื่อได้รับอนุมัติให้ลาจากผู้มีอำนาจแล้วเท่านั้น
หมวด ๓
การลาไปดูงาน
ข้อ ๒๓ พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะขอลาไปดูงานต้องพ้นจากการทดลองปฏิบัติงานแล้ว กรณีมีเหตุผลและความจำเป็นให้อธิการบดีอนุมัติเลื่อนการทดลองปฏิบัติงานได้เป็นการเฉพาะรายและรายงานให้ ก.บ.ค. ทราบ
ข้อ ๒๔ พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะขอลาไปดูงานให้เสนอโครงการและจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติ และลาได้ในระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน ทั้งนี้จะต้องยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้
(๑) หนังสือเชิญ หนังสือตอบรับ เอกสารการจัดงานทางวิชาการ และ/หรือโครงการจัดการดูงานที่ได้รับอนุมัติแล้ว
(๒) หลักฐานแสดงแหล่งทุน
(๓) คำชี้แจงแสดงเหตุผลความจำเป็นของส่วนงานที่ต้องการให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปดูงาน
หมวด ๔
การลาปฏิบัติการวิจัย
ข้อ ๒๕ การลาปฏิบัติการวิจัย จะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หรือนโยบายของมหาวิทยาลัย และเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัย หรือกรุงเทพมหานคร โดยการวิจัยนั้นต้องเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหรือแผนงานที่ส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัย หรือกรุงเทพมหานครดำเนินการอยู่หรือเตรียมที่จะดำเนินการ โดยมีรายละเอียดของโครงการวิจัยที่ชัดเจน
กรณีมีข้อสงสัยว่าการลาในลักษณะใดเป็นการลาปฏิบัติการวิจัยตามวรรคหนึ่ง หรือกรณีที่เป็นการวิจัยของสถาบันหรือองค์การอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้ ก.บ.ค. เป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และถือว่าเป็นที่สุด
ข้อ ๒๖ พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะได้รับการส่งเสริม สนับสนุนให้ลาปฏิบัติการวิจัย ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) เป็นผู้พ้นจากการทดลองปฏิบัติงานแล้วและได้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมาแล้วอย่างน้อย ๑ ปี
(๒) เป็นผู้ที่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาปฏิบัติการวิจัยแล้ว จะต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญาได้ครบก่อนเกษียณอายุ
(๓) ผู้ที่จะลาปฏิบัติการวิจัยในต่างประเทศจะต้องเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะไปปฏิบัติการวิจัย โดยต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการพิจารณา และต้องมีความรู้ในภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการศึกษา ฝึกอบรมนั้นได้
(๔) เป็นผู้มีผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมาสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระดับดีเด่น ไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกฟ้องคดีอาญา
ข้อ ๒๗ การลาปฏิบัติการวิจัย ภายในประเทศ มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี และในต่างประเทศ มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัติการวิจัยเกินระยะเวลาที่กำหนดให้ ก.บ.ค. เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
ข้อ ๒๘ การลาและการพิจารณาอนุมัติการลาปฏิบัติการวิจัยให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้ที่ประสงค์จะลาปฏิบัติการวิจัย เสนอใบลาพร้อมโครงการและแผนปฏิบัติการวิจัยโดยสมบูรณ์ ซึ่งต้องแสดงเหตุผลความจำเป็น ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หรือนโยบายของมหาวิทยาลัย ระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติการวิจัย ข้อตกลงเกี่ยวกับการไปปฏิบัติการวิจัย ผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ ตามแบบที่ ก.บ.ค. กำหนด ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงหัวหน้าส่วนงาน
(๒) ให้หัวหน้าส่วนงาน เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่ออธิการบดี เพื่อนำเสนอให้ ก.บ.ค. พิจารณาความเหมาะสมของโครงการ และให้ความเห็นชอบ
(๓) เมื่อ ก.บ.ค. ให้ความเห็นชอบ ให้อธิการบดีมีคำสั่งอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นลาปฏิบัติการวิจัยตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ ก.บ.ค. ให้ความเห็นชอบ
ข้อ ๒๙ ในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาปฏิบัติการวิจัยเห็นว่าจะไม่เป็นไปตามโครงการหรือแผนปฏิบัติการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ ให้รีบเสนอข้อเท็จจริงพร้อมเหตุผลต่อ ก.บ.ค. โดยผ่านผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อการปรับโครงการหรือแผนปฏิบัติการวิจัย
ในกรณีที่เป็นความจำเป็นของมหาวิทยาลัย หรือในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่ได้รับอนุมัติ ให้ ก.บ.ค. เสนอความเห็นให้อธิการบดีมีคำสั่งให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติ
ข้อ ๓๐ ให้ผู้ลาปฏิบัติการวิจัยรายงานความก้าวหน้าของการปฏิบัติการวิจัยทุก ๆ ๓ เดือนต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี และเมื่อการปฏิบัติการวิจัยเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ส่งรายงานการปฏิบัติการวิจัยฉบับสมบูรณ์จำนวน ๒ ฉบับ ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นเพื่อรายงานให้อธิการบดีทราบ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่สิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลา
ข้อ ๓๑ การปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติโดยไม่มีการดำเนินการตามข้อ ๒๙ หรือการไม่รายงานตามข้อ ๓๐ จะเป็นผลให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้น ไม่ได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปี และไม่มีสิทธิลาปฏิบัติการวิจัยอีก
ข้อ ๓๒ ในระหว่างลาปฏิบัติการวิจัย ให้ผู้ลาปฏิบัติการวิจัยมีสิทธิได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเท่านั้น
หมวด ๕
การลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ
ข้อ ๓๓ การลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ให้มีได้เฉพาะพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่าเท่านั้น ซึ่งจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อการสอน การวิจัย หรือเพื่อประโยชน์ต่อวิชาการของมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง โดยอาจเป็นการเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการภายในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ และจะต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ภารกิจของส่วนงานหรือของมหาวิทยาลัย
กรณีมีข้อสงสัยว่าการลาในลักษณะใดเป็นการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการตามวรรคหนึ่งหรือไม่ ให้ ก.บ.ค. เป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และถือว่าเป็นที่สุด
ข้อ ๓๔ จำนวนของพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ที่จะได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ เมื่อนับรวมจำนวนของพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ผู้ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลาด้วยแล้วจะต้องไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนคณาจารย์ประจำในส่วนงานนั้น ๆ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะที่พิจารณา ทั้งนี้หากมีทศนิยมให้นับเป็นหนึ่งคน
ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นซึ่งทำให้จำนวนของพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ที่จะขออนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ และลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลามีจำนวนเกินกว่าร้อยละสิบของจำนวนคณาจารย์ประจำในส่วนงานนั้น ๆ ให้ส่วนงานรายงานเหตุผลและความจำเป็นเสนออธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๓๕ พนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ที่จะมีสิทธิลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) ต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี
(๒) เป็นผู้ที่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการแล้วจะต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญาได้ครบก่อนเกษียณอายุ
(๓) ผู้ที่จะลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการในต่างประเทศจะต้องเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการพิจารณา และต้องมีความรู้ในภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ
(๔) เป็นผู้มีผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมาสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระดับดีเด่น ไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกฟ้องคดีอาญา
ข้อ ๓๖ พนักงานมหาวิทยาลัยมีสิทธิลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง แต่ละครั้งมีระยะเวลาไม่เกิน ๑๒ เดือน และจะมีสิทธิขอลาในครั้งต่อไปได้ เมื่อกลับจากการลาไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการครั้งก่อนหน้ามาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี
ข้อ ๓๗ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเองทั้งสิ้น
ข้อ ๓๘ ในการลาและการพิจารณาอนุมัติการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการให้ดำเนินการ ดังนี้
(๑) ให้ผู้ที่ประสงค์จะลาเสนอใบลาพร้อมข้อเสนอโครงการและแผนการปฏิบัติงานตามแบบที่ ก.บ.ค. กำหนด ต่อหัวหน้าภาควิชา หรือต่อคณบดีในกรณีที่ส่วนงานนั้นไม่มีภาควิชา เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการประจำส่วนงาน ทั้งนี้จะต้องยื่นเสนอล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ เดือนก่อนวันที่จะเริ่มลา
(๒) ให้คณะกรรมการประจำส่วนงานเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อ ก.บ.ค. เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของข้อเสนอโครงการ ระยะเวลาและแผนการปฏิบัติงาน
(๓) หาก ก.บ.ค. พิจารณาเห็นควรอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ให้อธิการบดีมีคำสั่งให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการตามระยะเวลาและเงื่อนไขตามที่ ก.บ.ค. กำหนด
ข้อ ๓๙ ในกรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเห็นว่าจะไม่เป็นไปตามโครงการหรือแผนงานการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ ให้รีบเสนอข้อเท็จจริงพร้อมเหตุผลต่อ ก.บ.ค. โดยผ่านผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี เพื่อพิจารณาปรับโครงการหรือแผนการปฏิบัติงาน
ในกรณีที่เป็นความจำเป็นของมหาวิทยาลัย หรือในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่ได้รับอนุมัติ ให้ ก.บ.ค. เสนอความเห็นให้อธิการบดีมีคำสั่งให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติ
ข้อ ๔๐ ให้ผู้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการรายงานความก้าวหน้าของการเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการทุก ๆ ๓ เดือน ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี และเมื่อการเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ส่งผลงานที่ได้จากการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ จำนวน ๒ ฉบับ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่สิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี และรายงานให้ ก.บ.ค. ทราบ
ข้อ ๔๑ การปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติโดยไม่มีการดำเนินการตามข้อ ๓๙ หรือการไม่รายงานผลตามข้อ ๔๐ จะเป็นผลให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้น ไม่ได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปี และไม่มีสิทธิลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการอีก
ข้อ ๔๒ ในระหว่างลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ให้ผู้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการมีสิทธิได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเท่านั้น
หมวด ๖
การจัดทำสัญญาและการชดใช้
ข้อ ๔๓ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ มีระยะเวลาเกินกว่า ๙๐ วัน ให้ส่วนงานจัดให้พนักงานมหาวิทยาลัยทำสัญญาการลาและสัญญาค้ำประกันตามแบบที่ ก.บ.ค. ประกาศกำหนด
กรณีที่ต้องจัดทำสัญญาให้ผู้มีอำนาจอนุมัติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นผู้ลงนามในสัญญา โดยให้จัดทำสัญญาเป็น ๒ ฉบับ ต้นฉบับเก็บไว้ที่ส่วนงานของผู้ได้รับอนุมัติ จำนวน ๑ ฉบับ และมอบให้แก่ผู้ได้รับอนุมัติ จำนวน ๑ ฉบับ
ข้อ ๔๔ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดไม่ได้ปฏิบัติงานชดใช้การลา ต้องชดใช้เงินแก่มหาวิทยาลัย ดังนี้
(๑) ให้ชดใช้ทุน เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินอื่นใด ซึ่งผู้ลาได้รับระหว่างลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย และลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ กับให้ใช้เงินอีกจำนวนหนึ่งเท่าของจำนวนที่ได้รับไปดังกล่าว เพื่อเป็นเบี้ยปรับแก่มหาวิทยาลัยอีกด้วย
(๒) ในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติการวิจัย และลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ กลับมาและได้ปฏิบัติงานไม่ครบกำหนดตามสัญญาหรือตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ ให้ลดเงินที่จะต้องใช้และเบี้ยปรับตาม (๑) ลงตามส่วน
การทำสัญญาการชดใช้เงิน การผ่อนผันการชดใช้เงินให้เป็นไปตามที่ ก.บ.ค. ประกาศกำหนด
ข้อ ๔๕ ถ้าผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาตามระเบียบนี้ ซึ่งกำหนดให้ต้องทำสัญญารายใดไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา รวมทั้งผู้ที่มหาวิทยาลัยเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติงานต่อไป จะต้องชดใช้คืนทุน เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินอื่นใดที่ได้รับไปในระหว่างที่ได้รับอนุมัติให้ลา และเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินที่จะต้องชดใช้คืนแก่มหาวิทยาลัยทันที เว้นแต่ส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัยตรวจสอบแล้ว เห็นว่าไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติงานชดใช้ หรือปฏิบัติงานชดใช้ไม่ครบตามสัญญา เพราะถึงแก่ความตาย หรือถูกสั่งให้ออกหรืออนุญาตให้ออกเนื่องจากเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเหตุอื่นใดตามที่ ก.บ.ค. กำหนด ก็ให้ไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินและเบี้ยปรับตามสัญญาแก่มหาวิทยาลัย
หมวด ๗
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๔๖ การนับเวลาการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนสถานภาพจากข้าราชการกรุงเทพมหานครและลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร ให้นับต่อเนื่องจากสถานภาพเดิม
ข้อ ๔๗ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องเดิมอยู่ในวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับให้ถือว่าได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการตามระเบียบฉบับนี้และให้ถือว่าสัญญาที่พนักงานมหาวิทยาลัยได้ทำไว้เกี่ยวกับการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการในขณะที่ยังไม่เปลี่ยนสถานภาพนั้น เป็นสัญญาที่นำมาบังคับกับพนักงานมหาวิทยาลัยต่อเนื่องตามระเบียบนี้ด้วย
ประกาศ ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
(รองศาสตราจารย์อนันต์ มโนมัยพิบูลย์)
รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Sign in to highlight and take private notes