Official published document
หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค(กวจ) 0505.2/023570 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2561 เรื่อง ข้อหารือการจ้างงานวิจัย
ด่วนที่สุด
ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/[อ่านไม่ออก]
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
กรมบัญชีกลาง
ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐
๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๑
เรื่อง ข้อหารือการจ้างงานวิจัย
เรียน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
อ้างถึง หนังสือสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ด่วนที่สุด ที่ วธ ๐๖๐๑/๓๐๗ ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ตามหนังสือที่อ้างถึง สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แจ้งว่า ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อดำเนินโครงการวิจัยทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม งบรายจ่ายอื่น รายการค่าใช้จ่ายในการวิจัย เพื่อพัฒนางานด้านศิลปะร่วมสมัย จำนวน ๖ รายการ เป็นจำนวนงบประมาณทั้งสิ้น ๔,๙๓๙,๐๐๐ บาท ดังนี้ ๑. โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเมืองศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กรณีศึกษาจังหวัดเชียงรายและจังหวัดกระบี่ เป็นเงินจำรวน ๙๔๕,๔๐๐ บาท ๒. โครงการวิจัยการศึกษาการพัฒนาศิลปะร่วมสมัยสู่การเป็น Culture ๔.๐ เป็นเงินจำนวน ๙๕๐,๐๐๐ บาท ๓. โครงการวิจัยการจัดทำข้อมูลมูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย สาขาวรรณศิลป์ ดุริยางคศิลป์ สถาปัตยกรรมและมัณฑนศิลป์ เป็นเงินจำนวน ๑,๓๓๔,๕๐๐ บาท ๔. โครงการวิจัยการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยให้ได้รับความนิยมอย่างยั่งยืน แนวทางการออกแบบเครื่องแต่งกายจากผ้าขาวม้า กรณีศึกษาการออกแบบเครื่องแต่งกายต่อยอดจากงานวิจัยเรื่องชุดสีแรงบันดาลใจจากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเงินจำนวน ๓๔๘,๐๐๐ บาท ๕. โครงการวิจัยกลยุทธ์การสร้างสรรค์เนื้อหาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสำหรับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นเงินจำนวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท ๖. โครงการวิจัยแนวทางการเสริมสร้างวัฒนธรรมการแต่งกายด้วยแฟชั่นเครื่องแต่งกายจากผ้าทอไทยในปัจจุบัน เป็นเงินจำนวน ๑,๑๘๒,๐๐๐ บาท สำนักงานศิลปฯ จะจัดจ้างการวิจัยตามกฎกระทรวง กำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน และกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เป็นไปตามข้อมูลรายละเอียดที่ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยฯ ผู้รับผิดชอบโครงการวิจัยเป็นบุคคลธรรมดา มิใช่มหาวิทยาลัยของรัฐ หรือหากจะจัดจ้างการวิจัย โดยใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือก อาจจะได้ผู้รับผิดชอบโครงการวิจัยและรายละเอียดการดำเนินการวิจัยไม่เป็นไปตามข้อมูลรายละเอียดที่สำนักงานฯ ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยฯ พิจารณา สำนักงานศิลปะฯ จึงขอหารือ ดังนี้
๑. การจัดจ้างพัสดุ (การวิจัย) ทั้ง ๖ รายการสามารถปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ และอนุบัญญัติที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ ดังกล่าวได้หรือไม่ อย่างไร และวิธีใด
๒. กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ ๑ ได้ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อราชการควรจะต้องดำเนินการอย่างไร
ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔ ตามบทนิยามของ “งานจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า งานจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อเป็น ผู้ให้คำปรึกษาหรือแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผังเมือง กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลัง สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม การศึกษาวิจัย หรือด้านอื่นที่อยู่ในภารกิจของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐ มาตรา ๖๙ งานจ้างที่ปรึกษาอาจกระทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้ (๑) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนที่ปรึกษาทั่วไปที่มีคุณสมบัติ ตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เข้ายื่นข้อเสนอ (๒) วิธีคัดเลือก ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ายื่นข้อเสนอ เว้นแต่ในงานนั้นมีที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดน้อยกว่าสามราย (๓) วิธีเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา มาตรา ๗๐ งานจ้างที่ปรึกษา ให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งตามมาตรา ๖๙ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) งานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ให้ใช้กับงานที่ไม่ซับซ้อน งานที่มีลักษณะ เป็นงานประจำของหน่วยงานของรัฐ หรืองานที่มีมาตรฐานตามหลักวิชาชีพและมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป (๒) งานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก ให้กระทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (ก) ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับ การคัดเลือก (ข) เป็นงานที่ซับซ้อน ซับซ้อนมาก หรือที่มีเทคนิคเฉพาะไม่เหมาะที่จะดำเนินการ โดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป (ค) เป็นงานจ้างที่มีที่ปรึกษาในงานที่จะจ้างนั้นจำนวนจำกัด (ง) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๓) งานจ้างที่ปรึกษา โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ให้กระทำได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ (ก) ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือก หรือใช้วิธีคัดเลือกแล้วแต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก (ข) งานจ้างที่มีวงเงินค่าจ้างครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ค) เป็นงานที่จำเป็นต้องให้ที่ปรึกษารายเดิมทำต่อจากงานที่ได้ทำไว้แล้วเนื่องจากเหตุผลทางเทคนิค (ง) เป็นงานจ้างที่มีที่ปรึกษาในงานที่จะจ้างนั้นจำนวนจำกัดและมีวงเงินค่าจ้างครั้งหนึ่ง ไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (จ) เป็นงานจ้างที่มีที่ปรึกษาในงานที่จะจ้างนั้นเพียงรายเดียว (ฉ) เป็นงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ หากล่าช้าจะเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐหรือความมั่นคงของชาติ (ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา ๗๖ ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยวิธีตามมาตรา ๖๙ (๑) หรือ (๒) นอกจาก ให้พิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพตามมาตรา ๗๕ แล้ว ให้เป็นไปตามเกณฑ์ในการพิจารณาและการให้น้ำหนัก ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) กรณีงานจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินงานประจำ งานที่มีมาตรฐานเชิงคุณภาพตามหลักวิชาชีพ อยู่แล้ว หรืองานที่ไม่ซับซ้อน ให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้ว และให้คัดเลือกจากรายที่เสนอราคาต่ำสุด (๒) กรณีงานจ้างที่ปรึกษาที่เป็นไปตามมาตรฐานของหน่วยงานของรัฐหรืองานที่ซับซ้อน ให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วและให้คัดเลือกจากรายที่ได้คะแนนรวม ด้านคุณภาพและด้านราคามากที่สุด (๓) กรณีงานจ้างที่ปรึกษาที่มีความซับซ้อนมาก ให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วและให้คัดเลือกจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด ประกอบกฎกระทรวงกำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนและกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวด ๔ ข้อ ๑๑ ให้พัสดุส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาหรือการให้บริการทางการศึกษาดังต่อไปนี้ เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (๒) งานจ้างบริการวิชาการและการวิจัยของมหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่ง กฎกระทรวงดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาได้มีโอกาสปฏิบัติงานจริงเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพ และความเข็มแข็งทางวิชาการ อันเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของการจัดการอุดมศึกษาและจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการจ้างมหาวิทยาลัยของรัฐต้องเป็นการจ้างบริการทางวิชาการและการวิจัยในขอบเขตสาขาวิชาที่จัดให้มีการเรียนการสอนภายในมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยเป็นงานที่เกี่ยวกับให้แนวความคิดการออกแบบ รวมผลิตสื่อเพื่อใช้เป็นแบบตามแนวความคิดที่ได้มีการวางแผน รวมทั้งการจัดให้มีการศึกษาการอบรม การสัมมนาในเรื่องนั้นๆ การตรวจวิเคราะห์สำรวจและทดสอบการวางระบบการให้คำปรึกษาแนะนำ การให้บริการเครื่องมือและอุปกรณ์ การเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรม งานบริการในการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิจัย และพัฒนา เป็นต้น ซึ่งหน่วยงานของรัฐต้องการผลสำเร็จของงานที่เป็นบริการทางวิชาการและการวิจัยเป็นสำคัญ โดยที่การจ้างมหาวิทยาลัยของรัฐเพื่อให้บริการทางวิชาการและการวิจัยถือเป็นส่วนหนึ่งของการจ้างที่ปรึกษาตามพระราชบัญญัติฯ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อดำเนินโครงการวิจัยทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมงบรายจ่ายอื่น รายการค่าใช้จ่ายในการวิจัยเพื่อพัฒนางานด้านศิลปะร่วมสมัย จำนวน ๖ รายการ เป็นจำนวนงบประมาณทั้งสิ้น ๔,๙๓๙,๐๐๐ บาท สำนักงานศิลปฯ ได้รับงบประมาณในประเภทงบรายจ่ายอื่น จึงเป็นเรื่องของค่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อการศึกษาวิจัย ซึ่งกรณีตามข้อเท็จจริง หากหน่วยงานประสงค์ที่จะจ้างวิจัยจากบุคคลธรรมดา สำนักงานศิลปฯ สามารถจ้างวิจัยจากบุคคลธรรมดาได้ โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ หมวด ๗ งานจ้างที่ปรึกษา และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวด ๓ งานจ้างที่ปรึกษา หากหน่วยงานจะจ้างวิจัย ตามกฎกระทรวง กำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนและกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวด ๔ ข้อ ๑๑ พัสดุส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาหรือการให้บริการทางการศึกษา ซึ่งเป็นการจ้างวิจัยจากบุคคลธรรมดานั้น ย่อมมิใช่การจ้างวิจัยตามเจตนารมณ์ของกฎกระทรวง ดังกล่าว แต่หากหน่วยงานประสงค์จะดำเนินการจ้างวิจัย จากมหาวิทยาลัยของรัฐหรือหน่วยงานอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง กรณีนี้ย่อมสามารถดำเนินการจ้างตามกฎกระทรวงฯ หมวด ๔ ข้อ ๑๑ ได้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ)
อธิบดีกรมบัญชีกลาง
ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการวินิจฉัย
กองการพัสดุภาครัฐ
ฝ่ายเลขานุการ
โทร. ๐ ๒๑๒๗ ๗๐๐๐ ต่อ ๔๕๘๙
โทรสาร ๐ ๒๑๒๗ ๗๑๘๕ - ๖
Sign in to highlight and take private notes