สารบัญเอกสาร

เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ

ข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ TMBAM M Choice ซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว

ข้อบังคับ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ TMBAM M Choice ซึ่งจดทะเบียนแล้ว

ข้อบังคับ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ TMBAM M Choice ซึ่งจดทะเบียนแล้ว

สารบัญ

หน้า
หมวด 1 บททั่วไป2
หมวด 2 คำนิยาม3
หมวด 3 สมาชิกภาพของสมาชิก7
หมวด 4 คณะกรรมการกองทุน9
หมวด 5 เงินสะสม เงินสมทบ เงินเพิ่ม และทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้15
หมวด 6 การจัดการกองทุน16
หมวด 7 หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณผลประโยชน์ของกองทุน17
หมวด 8 การจ่ายเงินจากกองทุน18
หมวด 9 ค่าใช้จ่ายกองทุน20
หมวด 10 การประชุมใหญ่22
หมวด 11 การโอนและรับโอนสมาชิก25
หมวด 12 การเลิกกองทุนและการชำระบัญชี26
หมวด 13 การคงเงินไว้ในกองทุน27
หมวด 14 เบ็ดเตล็ด29

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

ข้อบังคับ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ TMBAM M Choice ซึ่งจดทะเบียนแล้ว

หมวด 1
บททั่วไป

1. กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อว่า "กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ TMBAM M Choice ซึ่งจดทะเบียนแล้ว"

2. กองทุนนี้ เป็นกองทุนร่วมทุน (Pooled Fund) ที่มีหลายนโยบายการลงทุน (Master Fund)

3. สถานที่ตั้งสำนักงานกองทุน เลขที่ 990 ถนนพระราม 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. 10500

4. กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้าง ในกรณีลูกจ้างตาย หรือ ออกจากงาน หรือ ลาออกจากกองทุน

5. ข้อบังคับของกองทุนนี้มีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน

6. รอบระยะเวลาบัญชีของกองทุน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีแรก ให้เริ่มตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 2
คำนิยาม

เว้นแต่คำนิยามในส่วนเพิ่มเติมจะกำหนดความหมายไว้เป็นอย่างอื่น คำต่อไปนี้ให้มีความหมายตามที่ระบุไว้ ดังนี้

1. "กองทุน" หมายความถึง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ TMBAM M Choice ซึ่งจดทะเบียนแล้ว
เป็น "กองทุนหลายนายจ้าง" หมายความถึง กองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อลูกจ้างของนายจ้างหลายราย

2. "กฎหมายที่เกี่ยวข้อง" หมายความถึง กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งกฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

3. "การชดเชยมูลค่า" หมายความถึง การเพิ่มหรือลดจำนวนหน่วยให้แก่สมาชิก ในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วย ไม่ถูกต้อง หรือการจ่ายเงินซึ่งมีมูลค่าเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องกับมูลค่าที่ถูกต้องแทนการเพิ่มหรือลดจำนวนหน่วย

4. "ข้อบังคับ" หมายความถึง ข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ TMBAM M Choice ซึ่งจดทะเบียนแล้ว และเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 1 และ 2

5. "ค่าจ้าง" หมายความถึง เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงาน และจ่ายเป็นประจำทุกเดือนให้แก่ลูกจ้าง

6. "คณะกรรมการกองทุนกลาง" หมายความถึง กรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้างซึ่งลูกจ้างเลือกตั้งและกรรมการกองทุนฝ่ายนายจ้างซึ่งนายจ้างแต่งตั้ง มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องและที่กำหนดในข้อบังคับฉบับนี้

7. "คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน" หมายความถึง คณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเฉพาะส่วนของนายจ้างแต่ละราย

8. "เงินสะสม" หมายความถึง เงินที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุนในอัตราร้อยละของค่าจ้าง

9. "เงินสมทบ" หมายความถึง เงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนเพื่อสมาชิกในอัตราร้อยละของค่าจ้าง

10. "จำนวนหน่วย" หมายความถึง จำนวนหน่วยกองทุน

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

11. "นายทะเบียน" หมายความถึง บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นนายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

12. "นายจ้าง" หมายความถึง นายจ้างตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 1

13. "หน่วยงาน" หมายความถึง หน่วยการทำงานตามที่นายจ้างกำหนดขึ้น

14. "บริษัทจัดการ" หมายความถึง บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งได้รับมอบหมายจากกองทุนให้จัดการกองทุน

15. "ผู้รับประโยชน์" หมายความถึง ผู้ที่สมาชิกระบุให้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนเมื่อสมาชิกตาย โดยสมาชิกได้ทำเป็นพินัยกรรมหรือหนังสือกำหนดผู้รับประโยชน์มอบไว้ที่บริษัทจัดการ โดยบริษัทจัดการมอบหมายให้คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนเป็นผู้เก็บรักษาหนังสือดังกล่าว

16. "ผู้รับฝากทรัพย์สิน" หมายความถึง ผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.

17. "ผู้รับรองมูลค่า" หมายความถึง บุคคลที่ทำการรับรองความถูกต้องของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงาน ก.ล.ต.

18. "ผู้สอบบัญชี" หมายความถึง ผู้สอบบัญชีตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด

19. "ผู้ชำระบัญชี" หมายความถึง ผู้ชำระบัญชีที่กองทุนมอบหมายให้ชำระบัญชีของกองทุน

20. "มูลค่าทรัพย์สิน" หมายความถึง มูลค่าเงินสะสม มูลค่าเงินสมทบ ผลประโยชน์ของเงินสะสม ผลประโยชน์ของเงินสมทบ รวมทั้งเงินหรือทรัพย์สินอื่นของกองทุน

21. "มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ" หมายความถึง มูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหักด้วยมูลค่าหนี้สินของกองทุน

22. "มูลค่าต่อหน่วย" หมายความถึง มูลค่าทรัพย์สินสุทธิหารด้วยจำนวนหน่วยทั้งหมด ณ วันที่คำนวณมูลค่าต่อหน่วยนั้น

23. "ลูกจ้าง / พนักงาน" หมายความถึง ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะมีสัญญาเป็นหนังสือหรือไม่

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

24. "วันคำนวณจำนวนหน่วย (trade date)" หมายความถึง วันคำนวณจำนวนหน่วยเพื่อเพิ่มหรือลดจำนวนหน่วยให้แก่สมาชิก ซึ่งเป็นวันที่บริษัทจัดการและคณะกรรมการกองทุนกำหนดไว้ในสัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

25. "สมาชิก" หมายความถึง ลูกจ้าง/พนักงาน ที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนนี้ ตามความในหมวด 3 แห่งข้อบังคับนี้

26. "สัญญา" หมายความถึง สัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

27. "สำนักงาน ก.ล.ต." หมายความถึง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

28. "สมาคม" หมายความถึง สมาคมที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตและจดทะเบียนกับ สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการจัดการลงทุน

29. "อายุงาน" หมายความถึง ระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานกับนายจ้าง และการนับอายุงานให้เป็นไปตามข้อบังคับเฉพาะส่วนของนายจ้างแต่ละรายตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2

30. "บริษัทในเครือ" หมายความถึง กลุ่มบริษัทหรือกลุ่มนิติบุคล ซึ่งจะมีการโอนหรือรับโอนสมาชิกกองทุนระหว่างกันและให้เป็นไปตามคำสั่งของคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้าง

31. "อายุสมาชิก" หมายความถึง ระยะเวลานับตั้งแต่วันแรกที่เป็นสมาชิกของกองทุนจนถึงวันที่สิ้นสมาชิกภาพ

- ในกรณีที่มีการโอนย้ายเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเดิมมายังกองทุนนี้โดยมี

▪ นายจ้างรายเดียวกัน

การนับอายุสมาชิก ให้นับรวมระยะเวลาการเป็นสมาชิกของกองทุนเดิมเข้าไว้ด้วยกันกับการเป็นสมาชิกของกองทุนนี้

▪ นายจ้างต่างรายที่เป็นบริษัทในเครือ

การนับอายุสมาชิก ให้นับรวมระยะเวลาการเป็นสมาชิกของกองทุนเดิมเข้าไว้ด้วยกันกับการเป็นสมาชิกของกองทุนนี้

▪ นายจ้างต่างรายที่ไม่เป็นบริษัทในเครือ

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

การนับอายุสมาชิก ไม่นับรวมระยะเวลาการเป็นสมาชิกของกองทุนเดิมเข้าไว้ด้วยกันกับการเป็นสมาชิกของกองทุนนี้ หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างแต่ละรายเห็นสมควร โดยมีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร

- ในกรณีที่มีการโอนย้ายเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ จากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการมายังกองทุนนี้

การนับอายุสมาชิก ไม่นับรวมระยะเวลาการเป็นสมาชิกของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเข้าไว้ด้วยกันกับการเป็นสมาชิกของกองทุนนี้ หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างแต่ละรายเห็นสมควร โดยมีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร

- ในกรณีที่มีการโอนเปลี่ยนนโยบาย (Employee' choices) ภายในกองทุนนี้

การนับอายุสมาชิก ให้นับรวมระยะเวลาการเป็นสมาชิกจากนโยบายเดิม เข้าไว้ด้วยกันกับการเป็นสมาชิกของนโยบายใหม่

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 3
สมาชิกภาพของสมาชิก

1. คุณสมบัติและการขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก

ลูกจ้างมีสิทธิสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2
โดยให้ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกตามแบบฟอร์มที่คณะกรรมการกองทุนหรือบริษัทจัดการกำหนด วันที่มีผลให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2

2. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้

(1) ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ โดยลงนามรับทราบข้อมูลที่ปรากฏในข้อบังคับกองทุน และไม่กระทำการใดๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุน

(2) ยินยอมให้นายจ้างหักเงินสะสมส่วนของตนจากค่าจ้างส่งเข้ากองทุนทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง ตามอัตราที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายของข้อบังคับหมายเลข 2

(3) มีสิทธิได้รับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมเมื่อสิ้นสมาชิกภาพไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ

(4) มีสิทธิได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินสมทบตามที่กำหนดไว้ในหมวด 8

(5) มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่สมาชิก ขอเข้าชื่อเปิดประชุมวิสามัญ ตลอดจนออกเสียงลงคะแนนใดๆ ตามข้อกำหนดในข้อบังคับนี้ หรือประชุมสมาชิกเฉพาะนโยบายการลงทุน (กรณีกองทุนที่มีหลายนโยบายการลงทุน) หรือประชุมสมาชิกเฉพาะรายนายจ้าง (กรณีกองทุนหลายนายจ้าง)

(6) มีสิทธิตรวจดูข้อบังคับกองทุนบัญชีและเอกสารของกองทุน ณ ที่ตั้งสำนักงานกองทุนได้ ในเวลาเปิดทำการ

(7) มีสิทธิระบุผู้รับประโยชน์หรือเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์โดยยื่นความจำนงเป็นหนังสือไว้กับบริษัทจัดการโดยบริษัทจัดการมอบหมายให้คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนเป็นผู้เก็บรักษา

(8) มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3. สมาชิกภาพของสมาชิก จะสิ้นสุดเมื่อ

(1) ตาย หรือศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ

(2) พ้นจากการเป็นลูกจ้างด้วยเหตุ

- เกษียณอายุตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง

- ทุพพลภาพถาวร ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ จนไม่อาจปฏิบัติงานได้อีกต่อไป

- ครบกำหนดระยะเวลาการจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

- ลาออก

- ถูกเลิกจ้าง

- ถูกไล่ออก

(3) กองทุนเลิก

(4) นายจ้างเลิกกิจการหรือถอนตัวจากการเป็นนายจ้างในกองทุน

(5) สมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ลาออกจากงาน

(6) โอนไปเป็นสมาชิกของกองทุนอื่น ทั้งนี้ ไม่นับรวมถึงการโอนเงินกองทุนบางส่วนหรือทั้งจำนวน เพื่อโอนย้ายไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอื่นภายใต้นายจ้างรายเดียวกัน ในกรณีที่เป็น Employee's choice

4. การนับอายุงาน เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2

5. การนับอายุสมาชิก เป็นไปตามความในหมวด 2 คำนิยาม ข้อ 31

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 4
คณะกรรมการกองทุน

1. คณะกรรมการกองทุน ต้องประกอบด้วยกรรมการกองทุนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อย ฝ่ายละ 1 คน โดยประกอบด้วย

(1) คณะกรรมการกองทุนกลาง

ประกอบด้วยกรรมการกองทุนฝ่ายนายจ้างและกรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละ 1 คน
คณะกรรมการกองทุนกลางจะมีจำนวนเท่าใดขึ้นอยู่กับจำนวนคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนที่เข้าร่วมในกองทุน โดยคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนแต่ละรายส่งตัวแทนจำนวน 2 คนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการกองทุนกลาง โดยตัวแทนคนหนึ่งจะต้องมาจากการแต่งตั้งของฝ่ายนายจ้างและตัวแทนอีกคนหนึ่งจะต้องมาจากการเลือกตั้งของฝ่ายลูกจ้าง

(2) คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน

เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2

2. คุณสมบัติของคณะกรรมการกองทุน

(1) คณะกรรมการกองทุนกลาง

- กรรมการกองทุนฝ่ายนายจ้าง ต้องเป็นกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนและได้รับการแต่งตั้งจากนายจ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกกองทุน

- กรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้าง ต้องเป็นกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนและได้รับการเลือกตั้งโดยสมาชิกและต้อง เป็นสมาชิกกองทุน

(2) คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน

- กรรมการกองทุนฝ่ายนายจ้าง มาจากการแต่งตั้งจากนายจ้าง ซึ่งนายจ้างจะแต่งตั้งใครก็ได้ โดยบุคคลดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกของกองทุน

- กรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้าง ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้าง และยังคงความเป็นสมาชิกกองทุนอยู่ และมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกกองทุนเฉพาะส่วนของแต่ละนายจ้าง โดยเลือกตั้งจากสมาชิกในส่วนของนายจ้างตนเอง วิธีการเลือกตั้งดังกล่าว ให้สมาชิกในหน่วยงานต่างๆของแต่ละนายจ้างเลือกตั้งตัวแทนหน่วยงานละ 1 คน เพื่อเป็นตัวแทนของหน่วยงานนั้นๆ มาใช้สิทธิในการสมัครเข้าเป็นกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างนั้น และลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนต่อไป โดยให้ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งดังกล่าวดำรงตำแหน่งกรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้าง

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

3. เว้นแต่ข้อบังคับกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างจะมีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น คณะกรรมการกองทุนมีวาระดำรงตำแหนง 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับเลือกเข้าเป็นคณะกรรมการกองทุน และครบวาระในวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่ครบวาระ เว้นแต่คณะกรรมการกองทุนคณะแรก วาระดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเป็นกองทุนไปจนครบวันที่ครบวาระ

หากมีคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนเพิ่มขึ้น ให้ดำรงตำแหน่งเพียงแค่ระยะที่เหลือของคณะกรรมการกองทุนกลางเท่านั้น

กรรมการกองทุนที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระดังกล่าวนั้นอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งได้อีก

ในกรณีกรรมการกองทุนพ้นตำแหน่งก่อนครบวาระ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งแทน จะอยู่ในวาระดังกล่าวได้ตามวาระการดำรงตำแหน่งตามวรรคแรก

ในกรณีที่คณะกรรมการกองทุนทั้งคณะพ้นตำแหน่งตามวาระ ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งใหม่ แล้วแต่กรณีโดยพลัน และในระหว่างการสรรหา ให้คณะกรรมการกองทุนชุดเดิมรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการกองทุนชุดใหม่มาแทน หากภายใน 30 วัน ยังไม่มีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนชุดใหม่ ให้ถือว่าคณะกรรมการกองทุนชุดเดิมมีการต่ออายุต่อไปโดยอัตโนมัติคราวละ 5 ปี

4. ให้คณะกรรมการกองทุนเลือกกรรมการกองทุนคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการกองทุน

5. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนกลางมีดังนี้

(1) ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของกองทุน และเป็นผู้แทนกองทุนในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

(2) พิจารณาแต่งตั้ง เปลี่ยนแปลง ยกเลิก บริษัทจัดการ ผู้สอบบัญชี ผู้ชำระบัญชี รวมถึงการกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนแก่บุคคลดังกล่าว และกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียด และเงื่อนไขของสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

(3) รับทราบการแต่งตั้ง ถอดถอน และกำหนดค่าตอบแทนผู้รับฝากทรัพย์สิน และผู้รับรองมูลค่า

(4) แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ และนำไปจดทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับและต้องเปิดเผยให้สมาชิกกองทุนทราบ โดยแสดงไว้ ณ สำนักงานของนายจ้าง ทั้งนี้ ข้อบังคับดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ว

(5) พิจารณาลงมติแต่งตั้งหรือมอบหมายให้กรรมการกองทุนกลางคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนของกองทุนในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

(นางสาวณัฐนันท์ โกโรวาลา,นายณพพร ทองใบประสิทธิ์)
คณะกรรมการกองทุน

(6) แต่งตั้งและมอบหมายบริษัทจัดการหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทจัดการ ให้มีอำนาจลงนามแทนคณะกรรมการกลางในเอกสาร เฉพาะเรื่องการแก้ไขข้อบังคับกองทุนในกรณีเพิ่มนายจ้าง หรือถอนตัวนายจ้าง หรือ เปลี่ยนชื่อนายจ้างในกองทุนนี้

(7) ติดต่อประสานงานกับบริษัทจัดการ นายจ้าง และสมาชิกในเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดการกองทุน การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิก การจ่ายเงินจากกองทุน ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ระบุในข้อบังคับนี้

(8) พิจารณาเรื่องที่ให้บริษัทจัดการขอความยินยอมในการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือในเรื่องอื่นๆ ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการกองทุนกลางพิจารณาแล้ว และเห็นควรให้ความยินยอมในเรื่องดังกล่าวคณะกรรมการกองทุนกลางจะต้องจัดทำความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

(9) ร่วมกับบริษัทจัดการกำหนดวันคำนวณจำนวนหน่วยกองทุน (trade date) โดยระบุไว้ในสัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการ

(10) ให้ความเห็นหรือทักท้วงเกี่ยวกับการกำหนดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่บริษัทจัดการประมาณขึ้นมาใหม่เนื่องจากเห็นว่าการกำหนดมูลค่าตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมกำหนดไม่เป็นตัวแทนที่ดี เพื่อใช้ในการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

(11) ทักท้วงบริษัทจัดการในกรณีที่พบความไม่ถูกต้องของรายงานการแก้ไขมูลค่าย้อนหลังและรายงานการชดเชยมูลค่าที่บริษัทจัดการส่งให้

(12) พิจารณาการขอความยินยอมให้บริษัทจัดการรับชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่นที่มิใช่หลักประกันเพื่อกองทุน ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

(13) ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกองทุน รวมถึงการนำส่งข้อมูลดังกล่าวแก่บริษัทจัดการ

(14) พิจารณารับนายจ้างใหม่เข้าร่วมกองทุน

(15) เรียกประชุมสมาชิกเมื่อได้รับการร้องขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ หรือเรียกประชุมสมาชิกเฉพาะนโยบายการลงทุน

(16) หน้าที่อื่นๆ ตามที่พระราชบัญญัติจะได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุน

(17) ให้กรรมการกองทุนกลาง ฝ่ายนายจ้างอย่างน้อย 2 คน ที่มาจากคนละนายจ้าง มีอำนาจร่วมกันในหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของกองทุน และเป็นผู้แทนของกองทุนในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เว้นแต่กรณี การแต่งตั้งทนายความ/ตัวแทนเข้าดำเนินคดีหรือยื่นคำคู่ความหรือดำเนินคดีใดๆ ในนามของกองทุนให้กรรมการกองทุนกลางฝ่ายนายจ้าง 1 คน มีอำนาจลงนาม

(นายยงยุทธ โดมสุริยา)(นายมนต์ชัย สมบูรณ์ศักดิกุล)
คณะกรรมการกองทุน

6. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน มีดังนี้

(1) มีอำนาจพิจารณาแก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับกองทุนในเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2 ของนายจ้างของตน และเปิดเผยให้สมาชิกทราบ

(2) พิจารณาและอนุมัติการสมัครเป็นสมาชิกกองทุน จัดให้สมาชิกลงนามรับทราบข้อมูลในข้อบังคับและรับแจ้งการลาออกจากกองทุน

(3) ติดต่อประสานงานกับบริษัทจัดการ ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดการกองทุน การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิก และการจ่ายเงินกองทุนตามกฎหมาย

(4) จัดให้มีข้อบังคับของกองทุนให้ลูกจ้างตรวจดูได้ ในกรณีที่ลูกจ้างร้องขอ

(5) การให้สมาชิกใหม่ลงนามรับทราบข้อมูลในข้อบังคับของกองทุน

(6) ให้มีการจ่ายเงินจากกองทุน กรณีสิ้นสมาชิกภาพเฉพาะส่วนของนายจ้างของตนตลอดจนประสานงานกับบริษัทจัดการให้มีการจ่ายเงินอย่างถูกต้องตามที่ระบุในเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2

(7) เรียกประชุมสมาชิกเพื่อพิจารณาผลการดำเนินการของกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างเป็นคราว ๆ ไป และแจ้งผลการดำเนินการของกองทุนให้สมาชิกกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างของตนทราบ

(8) ควบคุมให้มีการจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเฉพาะของกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างตนเอง เข้ากองทุนตามที่กฎหมายกำหนด

(9) ติดตามให้นายจ้างจ่ายเงินเพิ่มเข้ากองทุนในกรณีที่มีการจ่ายเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนล่าช้า

(10) รับทราบรายงานจากบริษัทจัดการ และเผยแพร่ให้สมาชิกทราบ

(11) เปิดเผยการแก้ไขมูลค่าต่อหน่วยและการชดเชยมูลค่าให้แก่สมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการ คำนวณมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้อง ในกรณีที่มีนัยสำคัญตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด

(12) เก็บรักษาหนังสือแต่งตั้งผู้รับประโยชน์ กรณีที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทจัดการ

(13) แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และดำเนินการให้มีการชำระบัญชี กรณีนายจ้างถอนตัวจากกองทุน

(14) มีอำนาจกระทำการแทนกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างของตนตามเงื่อนไขการลงนามที่แจ้งไว้กับนายทะเบียน

7. การประชุมของคณะกรรมการกองทุน

▪ การประชุมของคณะกรรมการกองทุนกลาง

(1) การประชุมพิจารณาปัญหาต่างๆ ในการดำเนินกิจการทั่วไปให้ประธานคณะกรรมการกองทุนกลางเรียกพิจารณา เป็นคราวๆ ไป

(2) การเชิญประชุม สามารถทำได้ 2 วิธี คือ

(2.1) กรรมการกองทุนกลางจำนวน 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการกองทุนกลางทั้งหมด สามารถเข้าชื่อกัน

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุนเรียกประชุมคณะกรรมการกองทุนกลางเมื่อใดก็ได้ โดยกรรมการกองทุนกลางผู้ขอเรียกประชุมเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ประชุม และแจ้งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการกองทุนกลางทั้งหมดทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุม

(2.2) ประธานคณะกรรมการกองทุนกลาง หรือบริษัทจัดการ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย ส่งหนังสือนัดประชุมไปยังกรรมการกองทุนกลางไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของกองทุน จะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่นและกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้

(3) ในกรณีที่ประธานคณะกรรมการกองทุนกลางไม่สามารถเข้าประชุมคณะกรรมการกองทุนกลางได้ด้วยเหตุใดก็ตาม หากประธานคณะกรรมการกองทุนกลางมิได้มอบหมายให้กรรมการกองทุนกลางคนอื่นดำเนินการแทน ให้คณะกรรมการกองทุนกลางที่มาประชุมเลือกกรรมการกองทุนกลางหนึ่งคนขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม

(4) การประชุมของคณะกรรมการกองทุนกลางทุกครั้ง องค์ประชุมต้องมีทั้งกรรมการกองทุนกลางฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างเข้าร่วมประชุม จำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนกรรมการกองทุนกลางทั้งหมด และต้องมีกรรมการกองทุนกลางฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยฝ่ายละ 1 คน จึงจะครบองค์ประชุม
กรณีไม่ครบองค์ประชุม ให้รอ 30 นาที หลังจากเวลานัดประชุม และให้นับองค์ประชุมใหม่ โดยองค์ประชุมใหม่ ต้องมีกรรมการกองทุนกลางฝ่ายนายจ้างอย่างน้อย 2 คน ที่มาจากคนละนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย 1 คน จึงจะครบองค์ประชุม (ยกเว้นในกรณีที่กองทุนมีนายจ้างเพียงรายเดียว องค์ประชุมใหม่ ต้องมีกรรมการกองทุนกลางฝ่ายนายจ้างอย่างน้อย 1 คน และฝ่ายลูกจ้างเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย 1 คน จึงจะครบองค์ประชุม)

(5) การออกเสียง มติ และการนับคะแนนเสียงของที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนกลาง ให้นายจ้าง 1 ราย มีสิทธิออกเสียงได้ 1 เสียง ซึ่ง 1 เสียง มีคะแนนเท่ากับจำนวนหน่วยของนายจ้างแต่ละรายที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ สำหรับการลงมติเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับนี้ ให้ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 หรือร้อยละ 75 ของจำนวนหน่วยรวมของกองทุนในส่วนของนายจ้างที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ โดยใช้ข้อมูล ณ วันสิ้นเดือนล่าสุดที่ทำการปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับให้มีความหมายเฉพาะข้อบังคับนี้เท่านั้น แต่ไม่รวมถึงการแก้ไขข้อบังคับกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างตามเอกสารแนบท้ายหมายเลข 2 ให้เป็นไปตามระเบียบและข้อกำหนดในเรื่องดังกล่าวตามที่จะได้ระบุไว้ในข้อบังคับกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างดังกล่าว

(6) กรรมการกองทุนกลางคนใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในกิจการอันใดซึ่งที่ประชุมจะลงมติ ห้ามมิให้กรรมการคนนั้นออกเสียงลงคะแนนในการประชุมนั้น

(7) ให้ประธานในที่ประชุม มีหน้าที่แจ้งผลการประชุม รวมถึงมติใดๆของที่ประชุมให้บริษัทจัดการทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 7 วันทำการถัดจากวันประชุมคณะกรรมการกองทุนกลาง

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

▪ การประชุมของคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน

(1) ประธานคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน จะเรียกประชุมเมื่อใดก็ได้สุดแล้วแต่จะเห็นสมควร

(2) ในกรณีที่ประธานคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ด้วยเหตุใดก็ตาม หากประธานคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนมิได้มอบหมายให้กรรมการกองทุนเฉพาะส่วนคนอื่นดำเนินการแทนให้คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนที่มาประชุมเลือกกรรมการเฉพาะส่วนคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแทน

(3) การประชุมของคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนทุกครั้ง องค์ประชุมต้องประกอบด้วยกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนทั้งหมด และอย่างน้อยต้องมีกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายจ้าง 1 คน และกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนที่ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิก 1 คน เข้าร่วมประชุมด้วย จึงจะครบองค์ประชุม

(4) การออกเสียง มติ และการนับคะแนนเสียงของที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน การลงมติในเรื่องใดๆ ของคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนรวมถึงการแก้ไขข้อบังคับเฉพาะส่วนของนายจ้างนี้ ให้กรรมการกองทุนเฉพาะส่วนแต่ละคนมีเสียง 1 เสียง ให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าร่วมประชุมเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

8. กรรมการกองทุนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(1) ครบวาระ

(2) ตาย หรือศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ

(3) ลาออกจากการเป็นกรรมการกองทุนกลาง หรือกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน

(4) ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสารมารถ หรือศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

(5) ที่ประชุมใหญ่สมาชิกมีมติให้ออกก่อนครบวาระ (กรณีกรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้าง)

(6) นายจ้างให้ออกจากการเป็นกรรมการกองทุน (กรณีกรรมการกองทุนฝ่ายนายจ้าง)

(7) ชำระบัญชีเสร็จสิ้นเมื่อกองทุนเลิก

(8) นายจ้างบางรายถอนตัวจากกองทุนหรือเลิกกิจการโดยที่กรรมการกองทุนผู้นั้นเป็นลูกจ้าง/พนักงานของนายจ้างดังกล่าว

9. เมื่อมีกรรมการกองทุนพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดวาระยกเว้นในกรณีกองทุนเลิก นายจ้างจะแต่งตั้งบุคคลใดหรือสมาชิกจะเลือกตั้งบุคคลใดเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการกองทุน แทนกรรมการกองทุนดังกล่าวให้ครบตามจำนวนที่ว่างลงภายใน 30 วัน และคณะกรรมการกองทุนต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 14 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงกรรมการกองทุน

10. คณะกรรมการกองทุน ไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 5
เงินสะสม เงินสมทบ เงินเพิ่ม และทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้

1. สมาชิกต้องจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้างโดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้างของสมาชิกตามอัตราที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2 ทั้งนี้ อัตราเงินสะสมที่ระบุในข้อบังคับนี้เป็นอัตราที่รวมทุกนโยบายการลงทุนภายใต้นายจ้างรายเดียวกัน

2. นายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้างตามอัตราที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2 ทั้งนี้ อัตราเงินสมทบที่ระบุในข้อบังคับนี้เป็นอัตราที่รวมทุกนโยบายการลงทุนภายใต้นายจ้างรายเดียวกัน

3. นายจ้างต้องส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนภายในสามวันทำการของนายจ้างนับแต่วันที่มีการจ่ายค่าจ้าง ในกรณีที่นายจ้างส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนล่าช้ากว่าสามวันทำการของนายจ้างให้นายจ้างจ่ายเงินเพิ่มให้แก่กองทุนในระหว่างที่ส่งล่าช้าในอัตราร้อยละห้าต่อเดือนของจำนวนเงินสะสมหรือเงินสมทบที่ส่งล่าช้านั้น โดยให้กระจายเงินดังกล่าวไปยังนโยบายการลงทุนที่มีลูกจ้างของนายจ้างรายนั้นที่เป็นสมาชิกอยู่ตามส่วนได้เสียของสมาชิกแต่ละราย ในแต่ละนโยบายการลงทุนโดยแสดงไว้ในส่วนของผลประโยชน์ของเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสมทบ

4. ในกรณีที่สมาชิกลาพัก ลาคลอด หรือการลาอื่นใดที่สมาชิกมีสิทธิลาได้ตามกฎหมายหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างโดยไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงระยะเวลาดังกล่าว สมาชิกผู้นั้นไม่ต้องส่งเงินสะสมส่วนของตนเข้ากองทุน และนายจ้างไม่จำต้องส่งเงินสมทบส่วนของสมาชิกนั้นเข้ากองทุนแต่ประการใด

5. เดือนใดที่มีการจ่ายค่าจ้างและเงินตกเบิกที่สมาชิกได้รับ ให้สมาชิกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน โดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้างและเงินตกเบิกของสมาชิก รวมทั้งให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ตามอัตราเงินสะสมและเงินสมทบที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2 นี้

6. ในกรณีที่ลูกจ้าง/พนักงานรายใดที่สมัครสมาชิกกองทุนในระหว่างที่งวดการจ่ายค่าจ้างยังไม่ถึงกำหนด (โดยที่เป็นลูกจ้าง/พนักงานอยู่ก่อนแล้ว) การหักเงินสะสมและจ่ายเงินสมทบในครั้งแรก ให้หักและส่งเงินเข้าตามจำนวนค่าจ้างที่จ่ายในงวดนั้น

7. ในกรณีที่มีเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่กองทุน
ให้กระจายเงินดังกล่าวไปยังนโยบายการลงทุนที่มีลูกจ้างของนายจ้างรายนั้นที่เป็นสมาชิกอยู่ ตามส่วนได้เสียของสมาชิกแต่ละราย ในแต่ละนโยบายการลงทุนนั้น โดยแสดงไว้ในรูปผลประโยชน์ตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2

8. ในกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถนำเงินสะสมของสมาชิกและเงินสมทบที่นายจ้างส่งเข้ากองทุนในแต่ละงวด และเงินที่สมาชิกโอนย้ายเปลี่ยนนโยบายการลงทุน ไปลงทุนหรือหาผลประโยชน์ตามนโยบายการลงทุนที่สมาชิกได้แสดงเจตนาไว้ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวเกินอัตราส่วนที่กฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานทางการประกาศกำหนด ให้บริษัทจัดการนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในนโยบายอื่นตามที่คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนมิได้กำหนดไว้ ให้บริษัทจัดการนำไปลงทุนในนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดที่คณะกรรมการกองทุนแต่ละนายจ้างอนุมัติให้กับสมาชิกของนายจ้างนั้นๆ ลงทุนได้

(นายยงยุทธ โดมสุริยา)(นายมนต์ชัย สมบูรณ์ศักดิกุล)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 6
การจัดการกองทุน

หลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 7
หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณผลประโยชน์ของกองทุน

1. การคำนวณและจัดสรรผลประโยชน์ของกองทุนให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และรวมถึง มาตรฐานการบัญชีสำหรับกิจการที่มีธุรกิจเฉพาะด้านการลงทุนที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี หรือ ตามเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

2. การคำนวณมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน ให้บริษัทจัดการคำนวณตามวิธีการที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

3. บริษัทจัดการจะต้องดำเนินการเพื่อให้สามารถคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนให้อยู่ในรูปของ หน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

4. บริษัทจัดการต้องทำรายงานยอดเงินสะสม เงินสมทบ พร้อมทั้งผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับให้สมาชิกทราบ ทั้งนี้ อย่างน้อยทุกงวด 6 เดือน ในกรณีที่เป็นกองทุนที่มีหลายนโยบายการลงทุน การจัดทำรายงานดังกล่าว บริษัทจัดการต้องจัดทำแยกตามรายนโยบายการลงทุนด้วย

5. การคำนวณเพื่อเพิ่มหรือลดจำนวนหน่วยให้แก่สมาชิก จะใช้มูลค่าต่อหน่วย ณ สิ้นวันคำนวณจำนวนหน่วย ที่จะถึงเร็วที่สุดที่ผ่านการรับรองจากผู้รับรองมูลค่าแล้ว โดยให้เพิ่มหรือลดจำนวนหน่วยให้แก่สมาชิกภายในสามวันทำการนับแต่วันคำนวณจำนวนหน่วย

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 8
การจ่ายเงินจากกองทุน

1. เมื่อสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพไม่ว่ากรณีใด กองทุนจะจ่ายเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมทั้งจำนวน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สิ้นสมาชิกภาพ โดยคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อบริษัทจัดการภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ

ในการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกที่พ้นสมาชิกภาพกองทุน ให้บริษัทจัดการจ่ายโดยคำนวณจากจำนวนหน่วยกองทุนของสมาชิกที่พ้นสมาชิกภาพ โดยใช้มูลค่าหน่วยกองทุน ณ วันคำนวณจำนวนหน่วยกองทุนซึ่งถึงกำหนดในคราวแรกที่เงื่อนไขในเรื่องดังต่อไปนี้ครบถ้วนแล้ว

1. สมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพแล้ว และ

2. มีการนำส่งเงินและข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบของสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพสำหรับค่าจ้างงวดสุดท้ายที่สมาชิกนั้นมีสิทธิได้รับแล้ว และ

3. บริษัทจัดการได้รับแจ้งถึงการสิ้นสุดสมาชิกภาพและข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการสิ้นสมาชิกภาพอย่างครบถ้วนแล้ว

2. เมื่อสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ กองทุนจะจ่ายเงินสมทบ และผลประโยชน์เงินสมทบ ตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2 ของนายจ้างแต่ละราย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่สิ้นสมาชิกภาพ

ทั้งนี้ วิธีการจ่ายเงินสมทบ และผลประโยชน์เงินสมทบให้เป็นไปตามหมวด 8 ข้อ 1 วรรค 2

3. กองทุนจะไม่จ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบกรณีสมาชิกถูกนายจ้างเลิกจ้างในกรณีหนึ่ง กรณีใดดังต่อไปนี้

- ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

- ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

- จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

- ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมในเรื่องที่ร้ายแรง

ทั้งนี้ นายจ้างต้องมีหลักฐาน เพื่อแสดงได้ว่าสมาชิกมีความผิดจริง

4. ในกรณีที่มีเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่สมาชิกซึ่งสิ้นสมาชิกภาพไม่มีสิทธิได้รับจากกองทุน ให้กระจายเงินดังกล่าว โดยให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2

5. บริษัทจัดการจะต้องจ่ายเงินจากกองทุนในส่วนที่สมาชิกหรือผู้รับประโยชน์มีสิทธิได้รับ โดยมีวิธีและระยะเวลาการจ่ายดังนี้

- เป็นเช็คขีดคร่อมเฉพาะในชื่อสมาชิกหรือผู้รับประโยชน์ (A/C Payee Only และหรือ & co ที่ขีดฆ่า "ผู้ถือ")

- โอนเงินเข้าบัญชีของสมาชิกหรือผู้รับประโยชน์

- ดร๊าฟท์ที่ระบุชื่อสมาชิกหรือผู้รับประโยชน์

- กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่สมาชิก ทายาทหรือผู้รับประโยชน์ หรือบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินไม่สามารถมารับเช็คหรือโอนเงินเข้าบัญชีได้ ให้บริษัทจัดการสามารถจ่ายเงินของกองทุนโดยวิธีอื่นใดตามที่คณะกรรมการกองทุนเห็นสมควร

(นางสาวณัฐนันท์ โกโรวาลา,นายณพพร ทองใบประสิทธิ์)
คณะกรรมการกองทุน

หากมีค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินดังกล่าว ให้หักจากส่วนของสมาชิก โดยบริษัทจัดการต้องจัดให้มีหลักฐานที่แสดงได้ว่า บริษัทจัดการได้คำนวณเงินให้ สมาชิกตามสิทธิที่สมาชิกพึงได้รับจากกองทุนก่อนหักค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีการจ่ายเงินโดยวิธีการวางทรัพย์

ทั้งนี้ เมื่อสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพบริษัทจัดการต้องจ่ายรวมทั้งหมดครั้งเดียวภายในเวลาไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่สิ้นสมาชิกภาพ

6. กรณีสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ และสมาชิกหรือผู้รับประโยชน์ไม่มารับเงินจากกองทุน (รวมทั้งกรณีที่นายจ้างถอนตัว) ให้บริษัทจัดการโอนเงินดังกล่าวไปยังนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ณ ขณะนั้น และตั้งเป็นบัญชีเจ้าหนี้ของกองทุนเพื่อรอการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกหรือผู้รับประโยชน์

7. กรณีสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเพราะถึงแก่ความตาย ถ้าสมาชิกมิได้กำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงินจากกองทุนไว้โดยพินัยกรรมหรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่บริษัทจัดการ หรือได้กำหนดไว้แต่บุคคลนั้น ตายก่อน การจ่ายเงินจากกองทุนจะจ่ายให้บุคคลตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(1) บุตรได้รับสองส่วน แต่ถ้าผู้ตายมีบุตรตั้งแต่สามคนขึ้นไปให้ได้รับสามส่วน

(2) สามีหรือภริยาให้ได้รับหนึ่งส่วน

(3) บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาที่มีชีวิตอยู่ให้ได้รับหนึ่งส่วน

ถ้าผู้ตายไม่มีบุคคลดังกล่าวใน (1) (2) หรือ (3) หรือมีแต่ได้ตายไปก่อน ให้แบ่งเงินที่บุคคลนั้นมีสิทธิจะได้รับให้แก่บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ตามส่วนที่กำหนด

ถ้าผู้ตายไม่มีบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนตาม (1) (2) หรือ (3) หรือไม่มีทายาทตามกฎหมายแล้ว ให้คณะกรรมการกองทุนแจ้งบริษัทจัดการ และให้บริษัทจัดการนำเงินจำนวนดังกล่าวกลับเข้ากองทุน และตั้งเป็นบัญชีเจ้าหนี้ของกองทุน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ หากพ้นระยะเวลา 10 ปีแล้วยังไม่มีผู้มารับเงิน ให้เงินดังกล่าวตกเป็นของกองทุน โดยให้กระจายเงินดังกล่าวไปยังนโยบายการลงทุนที่มีลูกจ้างของนายจ้างรายนั้นที่เป็นสมาชิกอยู่ ตามส่วนได้เสียของสมาชิกแต่ละราย ในแต่ละนโยบายการลงทุนนั้น โดยแสดงไว้ในส่วนของผลประโยชน์ของเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสมทบ

8. การสิ้นสมาชิกภาพของสมาชิกในกรณีดังต่อไปนี้ ตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับหมายเลข 2 กองทุนจะจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบทั้งจำนวน โดยไม่คำนึงถึงเงื่อนไขตามข้อ 2 ของหมวดนี้

(นางสาวณัฐนันท์ โกโรวาลา,นายณพพร ทองใบประสิทธิ์)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 9
ค่าใช้จ่ายกองทุน

1. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายจากกองทุน ได้แก่

(1) ค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุนตามสัญญาระหว่างบริษัทจัดการและกองทุน

- ค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุน เรียกเก็บเฉพาะรายนโยบายที่ไม่ใช่การลงทุนในกองทุนรวม (Feeder Fund)

- ค่าธรรมเนียมในการรับรองความถูกต้องของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

- ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานทะเบียนสมาชิกกองทุน

(2) ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน

(3) ค่าธรรมเนียมผู้สอบบัญชี

(4) อากรแสตมป์, ไปรษณีย์

(5) ค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทนในการชำระบัญชี ในกรณีเลิกกองทุน

(6) ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมใหญ่ / การประชุมอื่นที่จัดขึ้นตามข้อบังคับนี้

(7) ค่าใช้จ่ายในการจัดการทรัพย์สินตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกองทุน

(8) ค่าใช้จ่ายในการวางทรัพย์

(9) ค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด

(10) ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการติดตามทวงถามหรือการดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย เพื่อการรับชำระหนี้ใด ๆ ของกองทุนตามที่จ่ายจริง

(11) ค่าใช้จ่ายในการแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายหรือแต่งตั้งทนายความรวมถึงการเข้าดำเนินคดี (ถ้ามี)

(12) ค่าใช้จ่ายอื่นใดนอกจากนี้ จะต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุมสมาชิก โดยเสียงข้างมากของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

(13) ค่าเสียหายหรือดอกเบี้ยที่กองทุนต้องชำระตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล

(14) ค่าใช้จ่ายอื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

(15) ค่าใช้จ่ายในการลงทุนตามรายนโยบายการลงทุน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดในรายนโยบายที่มีการนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวม ( Feeder Fund) ที่มีการคิดค่าธรรมเนียมการซื้อขายสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน โดยค่าใช้จ่ายในการลงทุนนี้กองทุนจะเรียกเก็บจากสมาชิกที่ทำให้เกิดรายการ ซื้อ ขาย หรือสับเปลี่ยน หน่วยลงทุน ในอัตราตามที่กองทุนรวมนั้นๆกำหนด

สำหรับค่าใช้จ่ายในการลงทุนตามรายนโยบายการลงทุนอื่น นอกเหนือจากนโยบายการลงทุนในวรรคแรก กองทุนจะเรียกเก็บจากสมาชิกที่ทำให้เกิดรายการ ซื้อ ขาย หรือสับเปลี่ยนในอัตราตามรายนโยบายการลงทุนนั้นๆ กำหนด (ถ้ามี)

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่าย ตามข้อ (1)-(15) ให้กระจายค่าใช้จ่ายที่จ่ายจากกองทุนตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด

(นายยงยุทธ โดมสุริยา)(นายมนต์ชัย สมบูรณ์ศักดิกุล)
คณะกรรมการกองทุน

2. ค่าใช้จ่ายตามความในข้อ (1) ถึง ข้อ (2) ให้บริษัทจัดการดำเนินการตามที่ระบุไว้ในสัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการ

3. ค่าใช้จ่ายตามความในข้อ (3) บริษัทจัดการจะตั้งเป็นค่าใช้จ่ายค้างจ่ายตามรายนโยบายการลงทุนและจะตัดเป็นค่าใช้จ่ายตามรายนโยบายการลงทุนและจ่ายจากกองทุนเมื่อมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากกองทุน

4. ค่าใช้จ่ายตามความในข้อ (4) ถึง ข้อ (14) ให้บริษัทจัดการจ่ายออกจากกองทุนตามที่จ่ายจริงเป็นคราวๆ ไป

(นายยงยุทธ โดมสุริยา)(นายมนต์ชัย สมบูรณ์ศักดิกุล)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 10
การประชุมใหญ่

1. คณะกรรมการกองทุนกลางจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกกองทุนประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และการประชุมนี้ เรียกว่า การประชุมใหญ่สามัญ การประชุมใหญ่คราวอื่น เรียกว่า การประชุมใหญ่วิสามัญ โดยการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ให้เป็นไปตามข้อ 3

การบอกกล่าวการประชุมแก่สมาชิกให้กระทำโดยบริษัทจัดการทำหนังสือเชิญประชุม โดยแจ้งผ่านคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน เพื่อให้ทราบถึง วัน เวลา สถานที่ และหัวข้อประชุม และคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน จะปิดประกาศที่มีสาระดังกล่าวไว้ ณ สถานที่ของนายจ้างซึ่งสมาชิกนั้นทำงานอยู่ การบอกกล่าวและการปิดประกาศนั้น จะดำเนินการล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน

2. วัตถุประสงค์ของการประชุมใหญ่สามัญ

- รับรองงบดุล

- แต่งตั้งผู้สอบบัญชีกองทุน

- รับทราบผลการดำเนินงานของกองทุน

3. การประชุมใหญ่วิสามัญ จะประชุมเมื่อ

(1) คณะกรรมการกองทุนกลาง และ คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน เห็นสมควรให้เรียกประชุม

(2) สมาชิกกองทุนจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกกองทุนทั้งหมดที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม เข้าชื่อร้องขอให้คณะกรรมการกองทุนกลางเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ โดยหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุวัตถุประสงค์ ในการประชุมด้วย เมื่อสมาชิกได้ร้องขอให้คณะกรรมการกองทุนเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ และ ภายหลังจากนั้นสามสิบวันนับแต่วันที่สมาชิกได้ร้องขอคณะกรรมการกองทุนกลางมิได้เรียกประชุม สมาชิกกองทุนนี้จะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเองก็ได้

(3) กรณีอื่น ๆ ที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องระบุให้ต้องจัดการประชุมใหญ่

4. ในการประชุมใหญ่ทุกครั้ง ต้องมีสมาชิกหรือตัวแทนสมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนนายจ้างทั้งหมดที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ต้องมีกรรมการกองทุนกลางทั้งฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างที่มาจากคนละนายจ้างเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยฝ่ายละ 1 คน จึงจะครบองค์ประชุม

(นางจริยา ปัญญา / นายปราณีต กลิ่นสังข์)
คณะกรรมการกองทุน

5. ในการประชุมใหญ่ทุกครั้ง

- ให้ประธานคณะกรรมการกองทุนกลางเป็นประธานในที่ประชุม

- ในกรณีที่ประธานคณะกรรมการกองทุนกลางไม่มีหรือไม่สามารถมาเข้าร่วมประชุมได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการกองทุนคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

6. ให้สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมใหญ่มีสิทธิออกเสียงได้คนละ 1 เสียง และการลงมติใดๆ ของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมากในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

7. ในการประชุมใหญ่สมาชิกนั้นเรียกนัดเวลาใดเมื่อล่วงเวลานัดนั้นไปแล้วเป็นเวลา 30 นาทียังไม่ครบองค์ประชุม หากเป็นการประชุมที่ได้เรียกนัดเพราะสมาชิกกองทุนร้องขอ ให้การประชุมใหญ่ เป็นอันระงับไป ถ้าการประชุมใหญ่นั้นมิใช่เป็นการเรียกประชุมเพราะสมาชิกร้องขอ ให้คณะกรรมการกองทุนกลางนับองค์ประชุมใหม่ โดยองค์ประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกกองทุนหรือผู้แทนสมาชิกเข้าประชุมอย่างน้อย 1 คน ทั้งนี้ ต้องมีกรรมการกองทุนกลางทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างที่มาจากคนละนายจ้างเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยฝ่ายละ 1 คน จึงจะครบองค์ประชุม

ในกรณีที่เป็นกองทุนหลายนายจ้างหรือกองทุนที่มีหลายนโยบายการลงทุน คณะกรรมการกองทุนอาจจัดให้มีการประชุมของสมาชิกเฉพาะรายนายจ้าง / รายนโยบาย ได้ โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

- การเรียกประชุมและการแจ้งการประชุม
ให้กระทำโดยบริษัทจัดการทำหนังสือเชิญประชุม โดยแจ้งผ่านคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วน เพื่อให้ทราบถึง วัน เวลา สถานที่ และหัวข้อประชุม และคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนจะปิดประกาศที่มีสาระดังกล่าวไว้ ณ สำนักงานของนายจ้าง ซึ่งสมาชิกนั้นทำงานอยู่การบอกกล่าวและการปิดประกาศนั้นจะดำเนินการล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน

- องค์ประชุม
ต้องมีสมาชิกเฉพาะรายนายจ้าง/รายนโยบาย หรือผู้แทนสมาชิกเข้าประชุม จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของสมาชิกรายนายจ้าง/รายนโยบายทั้งหมด ทั้งนี้ต้องมีกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนทั้งฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยฝ่ายละ 1 คนจึงจะครบองค์ประชุม หากไม่ครบองค์ประชุมให้รอ 30 นาที หลังจากเวลานัดประชุม หากยังไม่ครบองค์ประชุมให้ดำเนินการประชุมต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องครบองค์ประชุม

(นางสาวณัฐนันท์ โกโรวาลา,นายณพพร ทองใบประสิทธิ์)
คณะกรรมการกองทุน

- การลงมติในที่ประชุม
ให้สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมใหญ่มีสิทธิออกเสียงได้คนละ 1 เสียง และมติที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

(นางสาวณัฐนันท์ โกโรวาลา,นายณพพร ทองใบประสิทธิ์)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 11
การโอนและการรับโอนสมาชิก

1. สมาชิกมีความประสงค์จะขอโอนย้ายกองทุนไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างรายใหม่ ให้สมาชิกแจ้งให้คณะกรรมการกองทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการโอนย้ายไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยต้องโอนเงินที่สมาชิกมีสิทธิได้รับจากกองทุนทั้งจำนวนไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดังกล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนต้องแจ้งการโอนย้ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้บริษัทจัดการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการการโอน ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ

2. การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการลงทุน สมาชิกสามารถกระทำได้ 2 รูปแบบคือ

2.1 การปรับสัดส่วนของมูลค่าเงินลงทุน (Rebalance)
สมาชิกสามารถแจ้งความประสงค์ขอปรับสัดส่วนของมูลค่าเงินลงทุนที่สมาชิกมีอยู่ ณ ขณะนั้นให้เป็นสัดส่วนที่สมาชิกต้องการได้ หากสมาชิกมีความประสงค์จะดำเนินการดังกล่าวข้างต้น สมาชิกต้องแจ้งความจำนงของตนตามวิธีการที่บริษัทจัดการกำหนด

2.2 การเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนสำหรับเงินเข้าใหม่ (Reallocation)
สมาชิกสามารถแจ้งความประสงค์ขอเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนสำหรับเงินเข้าใหม่ในรอบถัดจากวันที่สมาชิกแจ้งความประสงค์ได้ ตามวิธีการที่บริษัทจัดการกำหนด

3. การรับโอนเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอื่น ผู้ขอโอนต้องแจ้งให้คณะกรรมการกองทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการขอโอนเงินไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยเงินที่รับโอนมาทั้งจำนวนจะนำมาคำนวณเป็นจำนวนหน่วยไว้ในกองทุน ในรูปของเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสะสม หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างแต่ละรายเห็นสมควร

4. ในกรณีกองทุนที่มีหลายนโยบายการลงทุน หากปรากฏว่านโยบายการลงทุนใดมีจำนวนสมาชิกหรือ มูลค่าทรัพย์สินของนโยบายการลงทุนนั้นเหลืออยู่น้อย จนเป็นเหตุให้มีภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควร ให้คณะกรรมการกลางพิจารณายกเลิกนโยบายดังกล่าว

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 12
การเลิกกองทุนและการชำระบัญชี

1. กองทุนเลิกเมื่อ

(1) นายจ้างเลิกกิจการ หรือนายจ้างทุกรายถอนตัวจากกองทุน (กรณีนายจ้างในกองทุนหลายนายจ้าง)

(2) ที่ประชุมใหญ่สามัญที่ระบุไว้ในหมวด 10 ข้อ 1 มติให้เลิก โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4

(3) นายทะเบียนสั่งให้เลิกกองทุน

2. เมื่อกองทุนเลิก ยกเว้น กรณีนายทะเบียนสั่งให้เลิก คณะกรรมการต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่กองทุนเลิก และต้องดำเนินการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และจัดให้มีการชำระบัญชี ภายใน 30 วันและให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันนับแต่วันที่กองทุนเลิก หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนให้ขยายระยะเวลาชำระบัญชีให้แล้วเสร็จได้

3. ในระหว่างการชำระบัญชี ถ้าผู้ชำระบัญชีเห็นสมควรจะจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างบางส่วนก่อนก็ได้ และเมื่อการชำระบัญชีแล้วเสร็จต้องจ่ายเงินทั้งหมดที่ค้างชำระให้แก่ลูกจ้างภายใน 30 วัน นับแต่ วันเสร็จสิ้นการชำระบัญชี

4. การชำระบัญชีกองทุนให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการชำระบัญชี ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด มาใช้บังคับโดยอนุโลม

5. กรณีกองทุนเลิก และชำระบัญชีเสร็จสิ้นให้จ่ายเงินทั้งหมดที่ค้างชำระแก่สมาชิกภายในเวลาไม่เกิน 30 วันนับแต่วันเสร็จการชำระบัญชี ถ้ามีเงินเหลืออยู่ ให้ผู้ชำระบัญชีดำเนินการบริจาคให้องค์กรการกุศล

6. เมื่อชำระบัญชีแล้ว สมาชิกไม่มารับเงิน ภายใน 30 วัน ให้นำไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์

7. นายจ้างในกองทุนหลายนายจ้างจะถือว่าถอนตัวจากการเข้าร่วมในกองทุนหลายนายจ้าง เมื่อมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

(1) นายจ้างเลิกกิจการ

(2) นายจ้างประสงค์ที่จะถอนตัว

(3) ไม่มีสมาชิกของนายจ้างเหลืออยู่ในกองทุน

8. การชำระบัญชีของกองทุนกรณีนายจ้างบางรายถอนตัวออกจากกองทุน ให้เป็นไปตามวิธีการเดียวกับกรณีกองทุนเลิก และเมื่อชำระบัญชีเสร็จสิ้นคณะกรรมการกองทุนต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 7 วันนับแต่วันเสร็จการชำระบัญชี ถ้ามีเงินเหลืออยู่ให้บริจาคให้องค์กรการกุศล

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 13
การคงเงินไว้ในกองทุน

1. "สมาชิก" ตามความในหมวดนี้ หมายความถึง สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุออกจากงานและได้แจ้งความจำนงขอคงเงินไว้ในกองทุนให้คณะกรรมการกองทุนทราบตามแบบที่บริษัทจัดการกำหนด

2. ในกรณีที่สมาชิกเสียชีวิตในระหว่างที่คงเงินไว้ในกองทุน การจ่ายเงินจากกองทุนให้ดำเนินการโดยนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดกมาใช้บังคับ

3. สมาชิกสามารถคงเงินทั้งหมดที่สมาชิกมีสิทธิได้รับไว้ในกองทุนได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ โดยยังคงเป็นสมาชิกของกองทุนในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว

สมาชิกอาจขอคงเงินไว้ในกองทุนต่อไปอีกคราวละ 1 ปี เมื่อชำระค่าธรรมเนียมคงเงินตามอัตราที่เรียกเก็บและส่งหลักฐานการชำระเงินให้แก่บริษัทจัดการก่อนวันสิ้นกำหนดเวลาคงเงิน

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะนำเงินทั้งหมดของสมาชิกที่คงเงินไว้ไปลงทุนในนโยบายการลงทุนเดิม หรือนโยบายการลงทุนใหม่เพื่อหาผลประโยชน์ซึ่งอาจมีทั้งกำไรและขาดทุน

4. กรณีนายจ้างเลิกกิจการ
ให้ระยะเวลาการคงเงินของสมาชิกรายดังกล่าวสิ้นสุดลง และกองทุนจะดำเนินการชำระบัญชีตามวิธีที่กำหนดไว้ในหมวด 12 โดยบริษัทจัดการจะจ่ายเงินให้แก่สมาชิกตามวิธีการที่กำหนดไว้ในหมวด 8 ข้อ 5 หรือตามวิธีการที่บริษัทจัดการและสมาชิกตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร

5. กรณีนายจ้างถอนตัวจากกองทุนเพื่อโอนย้ายไปกองทุนใหม่
ให้บริษัทจัดการของกองทุนเดิมโอนเงินกองทุนของสมาชิกไปพร้อมกับการโอนย้ายกองทุนไปยังกองทุนใหม่ โดยคณะกรรมการกองทุนได้แจ้งให้บริษัทจัดการของกองทุนใหม่ทราบแล้ว

(นายวราวิชช์ สะสมทรัพย์ / นางสุรีย์รัตน์ เพียรชูชัยพันธ์)
คณะกรรมการกองทุน

6. สิทธิของสมาชิกระหว่างการคงเงินไว้ในกองทุน

(1) สมาชิกไม่ต้องจ่ายเงินสะสม และนายจ้างไม่จำต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน

(2) สมาชิกมีสิทธิทำรายการปรับสัดส่วนของมูลค่าเงินลงทุน (Rebalance) ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยค่าธรรมเนียมและวิธีการให้เป็นไปตามที่บริษัทจัดการกำหนด

(3) มีสิทธิในส่วนได้เสียจากการนำเงินที่คงไว้ในกองทุนไปลงทุนหรือหาผลประโยชน์ของกองทุน
ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวไม่รวมถึง

- เงินเพิ่มที่นายจ้างส่งเงินเข้ากองทุน

- เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่สมาชิกซึ่งสิ้นสมาชิกภาพไม่มีสิทธิได้รับ

- เงินที่ตกเป็นของกองทุนตามมาตรา 23 วรรคสี่

- เข้าร่วมประชุมที่จัดขึ้นตามข้อบังคับนี้

- ออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมที่จัดขึ้นตามข้อบังคับนี้

- การทำรายการเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนสำหรับเงินเข้าใหม่ (Reallocation)

- สิทธิอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุว่าสมาชิกกองทุนที่ขอคงเงินมีสิทธิได้รับ

(นายวราวิชช์ สะสมทรัพย์ / นางสุรีย์รัตน์ เพียรชูชัยพันธ์)
คณะกรรมการกองทุน

หมวด 14
เบ็ดเตล็ด

1. ข้อปฏิบัติอื่นๆ ที่มิได้ระบุในข้อบังคับกองทุนนี้ให้อยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและในกรณีที่ข้อบังคับกองทุนส่วนหนึ่งส่วนใดขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้ถือว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องมีผลใช้บังคับแทน ข้อบังคับกองทุนในส่วนนั้น

(นางศนิตรา ภารพบ,นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา)
คณะกรรมการกองทุน

เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว

ประกาศ ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564

นายกสภามหาวิทยาลัย

ข้อมูลเอกสารเพิ่มเติม

เลขที่เอกสาร
LR-0465
หน่วยงานรับผิดชอบ
ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ผู้ลงนามอนุมัติ
นายกสภามหาวิทยาลัย
ปีที่สภามีมติเห็นชอบ
ขนาดไฟล์
8.0 MB
ประเภทเอกสาร
ข้อบังคับ
หมวดหมู่เอกสาร
อื่นๆ

ประวัติการแก้ไขและแทนที่

  1. ฉบับปัจจุบัน

    v.1.0.0 (1 ต.ค. 64)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม