สารบัญเอกสาร

เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) และมาตรา ๗๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๔"

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

"มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"พนักงานมหาวิทยาลัย" หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

"ข้าราชการ" หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓

"ลูกจ้าง" หมายความว่า ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓

"คณะกรรมการอำนวยการ" หมายความว่า คณะกรรมการอำนวยการเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

"ส่วนงาน" หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓

"หัวหน้าส่วนงาน" หมายความว่า หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้

ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจออกระเบียบและประกาศของมหาวิทยาลัยเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

หมวด ๑
บททั่วไป

ข้อ ๕ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการอำนวยการเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย" ประกอบด้วย อธิการบดีเป็นประธาน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งคน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้แทนผู้บริหารหนึ่งคน และหัวหน้าส่วนงานหรือผู้แทน เป็นกรรมการ โดยมีเลขานุการหนึ่งคน และอาจมีผู้ช่วยเลขานุการอีกหนึ่งคนก็ได้

ให้คณะกรรมการอำนวยการทำหน้าที่อำนวยการและดำเนินการให้การรับข้าราชการและลูกจ้างเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นไปโดยเรียบร้อย เพื่อการนี้ ให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) เห็นชอบการออกระเบียบ หรือประกาศของมหาวิทยาลัยตามข้อ ๔ วรรคสอง

(๒) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายให้คณะกรรมการอื่น ดำเนินการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการ แล้วรายงานให้คณะกรรมการอำนวยการทราบ ยกเว้นการประเมินความรู้ความสามารถ และการประเมินผลการทดลองการปฏิบัติงาน ให้เสนอคณะกรรมการอำนวยการให้ความเห็นชอบ ก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

(๓) แก้ไขเพิ่มเติมแบบหนังสือแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพแนบท้ายข้อบังคับนี้ ตามความเหมาะสม

(๔) วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อบังคับนี้

(๕) รายงานผลการดำเนินงานต่อสภามหาวิทยาลัย

ข้อ ๖ ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างที่ประสงค์จะเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยยื่นหนังสือแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามแบบแนบท้ายข้อบังคับนี้ต่ออธิการบดีตามระเบียบแบบแผนของมหาวิทยาลัย และเมื่อได้ยื่นหนังสือแสดงเจตนาดังกล่าวแล้ว จะถอนมิได้

ข้อ ๗ ภายใต้ข้อบังคับข้อ ๑๔ และข้อ ๑๗ สัญญาปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งเปลี่ยนสถานภาพมาจากข้าราชการและลูกจ้างให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ระยะเวลาการปฏิบัติงานของข้าราชการและลูกจ้างที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ให้เริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่บรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

ข้อ ๘ อัตราเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินค่าตอบแทนอื่นของผู้ที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามข้อบังคับนี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ข้อ ๙ ให้ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ ของวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ ตามมาตรา ๘๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการ คงดำรงตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าวต่อไป และให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนับเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓

ให้ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ในวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล และวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ ตามมาตรา ๘๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่เปลี่ยนสถานภาพแล้วได้รับเงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทนรายเดือนที่เคยได้รับอยู่ก่อนเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ทั้งนี้จนกว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ และให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนับเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓

ข้อ ๑๐ ให้อธิการบดีหรือรองอธิการบดีซึ่งอธิการบดีมอบหมายสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการหรือลูกจ้างเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย โดยให้ผู้แสดงเจตนาเข้าทำสัญญาปฏิบัติงานกับหัวหน้าส่วนงานภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ข้อ ๑๑ พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์จากทางราชการในฐานะผู้รับบำนาญแล้ว มิให้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ซึ่งมีลักษณะอย่างเดียวกันจากมหาวิทยาลัยอีก

หมวด ๒
การแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ใช้บังคับ

ข้อ ๑๒ ข้าราชการหรือลูกจ้างผู้ใดแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยภายในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้มหาวิทยาลัยบรรจุผู้นั้นเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในทันทีโดยไม่ต้องประเมินความรู้ความสามารถและไม่ต้องทดลองปฏิบัติงาน

ข้อ ๑๓ สัญญาปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการ ซึ่งเปลี่ยนสถานภาพมาจากข้าราชการ ตามความในหมวดนี้ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ข้อ ๑๔ สัญญาปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทอื่น ที่ไม่มีวาระการดำรงตำแหน่งซึ่งเปลี่ยนสถานภาพมาจากข้าราชการและลูกจ้างตามความในหมวดนี้ ให้มีกำหนดระยะเวลาตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ แต่ต้องไม่เกินวันสุดท้ายของปีบัญชีที่บุคคลนั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ โดยให้เริ่มนับระยะเวลาการปฏิบัติงานใหม่ตั้งแต่วันที่บรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

(๑) สำหรับผู้ที่แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพ ที่มีอายุราชการตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป ให้สัญญาปฏิบัติงานมีระยะเวลาสัญญาคราวละ ๑๐ ปี

(๒) สำหรับผู้ที่แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพ ที่มีอายุราชการตั้งแต่ ๑๐ ปีแต่ไม่ครบ ๒๐ ปี ให้สัญญาปฏิบัติงานมีระยะเวลาสัญญาคราวละ ๗ ปี

(๓) สำหรับผู้ที่แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพ ที่มีอายุราชการยังไม่ครบ ๑๐ ปี ให้สัญญาปฏิบัติงานมีระยะเวลาสัญญาคราวละ ๕ ปี

หมวด ๓
การแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพภายหลังเวลา ๑๘๐ วันแต่ไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ใช้บังคับ

ข้อ ๑๕ ข้าราชการหรือลูกจ้างผู้ใดแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในระหว่างวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้คณะกรรมการอำนวยการ จัดให้มีการประเมินความรู้ความสามารถของผู้นั้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในเอกสารหมายเลข ๑ แนบท้ายข้อบังคับนี้ และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ยื่นหนังสือแสดงเจตนา

หากผลปรากฏว่าผู้นั้นผ่านการประเมิน ให้ดำเนินการตามข้อ ๑๐ ต่อไป โดยไม่ต้องทดลองปฏิบัติงานอีก

หากผลปรากฏว่าผู้นั้นไม่ผ่านการประเมิน ให้การแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นผลไป แต่ผู้นั้นอาจแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพได้อีกหนึ่งครั้ง เมื่อพ้นกำหนด ๑๘๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมินดังกล่าว

ข้อ ๑๖ ในการแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามข้อ ๑๕ ผู้แสดงเจตนาอาจเลือกวันใดวันหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นวันบรรจุและเริ่มต้นสัญญาปฏิบัติงานได้ แต่ทั้งนี้ ต้องยื่นหนังสือแสดงเจตนาก่อนวันที่เลือกเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน

(๑) วันที่ ๑ มกราคม

(๒) วันที่ ๑ เมษายน

(๓) วันที่ ๑ กรกฎาคม

(๔) วันที่ ๑ ตุลาคม

ระยะเวลานับแต่วันยื่นแบบแสดงเจตนาจนถึงวันบรรจุและเริ่มต้นสัญญาปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่งต้องห่างกันไม่เกิน ๑ ปี

ข้อ ๑๗ สัญญาปฏิบัติงาน ให้นำความในข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๔
การแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพภายหลังระยะเวลา ๒ ปี แต่ไม่เกิน ๕ ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ใช้บังคับ

ข้อ ๑๘ ข้าราชการหรือลูกจ้างผู้ใดแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้คณะกรรมการอำนวยการจัดให้มีการประเมินความรู้ความสามารถของผู้นั้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในเอกสารหมายเลข ๒ แนบท้ายข้อบังคับนี้ และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ยื่นหนังสือแสดงเจตนา

หากผลปรากฏว่า ผู้นั้นผ่านการประเมิน ให้หัวหน้าส่วนงานตกลงทำสัญญาทดลองปฏิบัติงานกับผู้นั้น โดยมีกำหนดเวลา ๑ ปี

หากผลปรากฏว่าผู้นั้นไม่ผ่านการประเมิน ให้การแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นผลไป แต่ผู้นั้นอาจแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพได้อีกหนึ่งครั้ง เมื่อพ้นกำหนด ๑๘๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมินดังกล่าว หากการรับบุคคลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและมีอัตราตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมกับบุคคลนั้นว่างอยู่ ให้คณะกรรมการอำนวยการจัดให้มีการประเมินความรู้ความสามารถของผู้นั้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นโดยอนุโลม และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ยื่นหนังสือแสดงเจตนา หากผู้นั้นผ่านการประเมินให้หัวหน้าส่วนงานตกลงทำสัญญาทดลองปฏิบัติงานกับผู้นั้น โดยมีกำหนดเวลา ๑ ปี แต่หากผู้นั้นไม่ผ่านการประเมินและประสงค์จะแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในหมวด ๕

ข้อ ๑๙ ให้หัวหน้าส่วนงานจัดให้มีการทำสัญญาทดลองปฏิบัติงาน ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ผ่านการประเมิน โดยสัญญาทดลองปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นโดยอนุโลม

ข้อ ๒๐ ให้คณะกรรมการอำนวยการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงาน หากเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะบรรจุผู้นั้นเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยให้ดำเนินการตามข้อ ๑๐ ต่อไป

หากผลปรากฏว่า ผู้นั้นไม่ผ่านการประเมิน ให้ผู้นั้นปฏิบัติงานต่อไปจนครบระยะเวลาตามสัญญาทดลองปฏิบัติงาน

ข้อ ๒๑ สัญญาปฏิบัติงาน ให้นำความในข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๕
การแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพภายหลังเวลา ๕ ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ใช้บังคับ

ข้อ ๒๒ ข้าราชการหรือลูกจ้างผู้ใดแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป ถ้ามหาวิทยาลัยเห็นว่าการรับบุคคลนั้นเข้าทำงานจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและมีอัตราที่จะรับเข้าทำงานได้ ให้คณะกรรมการอำนวยการจัดให้มีการประเมินความรู้ความสามารถของผู้นั้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นโดยอนุโลม และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ยื่นหนังสือแสดงเจตนา

หากผลปรากฏว่า ผู้นั้นผ่านการประเมิน ให้หัวหน้าส่วนงานตกลงทำสัญญาทดลองปฏิบัติงานกับผู้นั้นโดยมีกำหนดเวลา ๑ ปี

หากผลปรากฏว่าผู้นั้นไม่ผ่านการประเมิน ให้การแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นผลไป

ข้อ ๒๓ ให้หัวหน้าส่วนงานจัดให้มีการทำสัญญาทดลองปฏิบัติงาน ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ผ่านการประเมิน โดยสัญญาทดลองปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นโดยอนุโลม

ข้อ ๒๔ ให้คณะกรรมการอำนวยการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงาน หากเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะบรรจุผู้นั้นเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยให้ดำเนินการตามข้อ ๑๐ ต่อไป

หากผลปรากฏว่า ผู้นั้นไม่ผ่านการประเมิน ให้ผู้นั้นปฏิบัติงานต่อไปจนครบระยะเวลาตามสัญญาทดลองปฏิบัติงาน

ข้อ ๒๕ สัญญาปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นโดยอนุโลม

หมวด ๖
การแสดงเจตนาของผู้กระทำผิดวินัย

ข้อ ๒๖ ข้าราชการหรือลูกจ้างผู้ใดมีกรณีกระทำผิดทางวินัยก่อนวันที่มหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามข้อบังคับนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยและวินิจฉัยความผิดของผู้นั้นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง แล้วแต่กรณี ต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

หากปรากฏว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้สั่งลงโทษผู้นั้นตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่มีการสั่งลงโทษโดยอนุโลม แต่ทั้งนี้ โทษดังกล่าวต้องไม่รุนแรงกว่าโทษที่ผู้นั้นอาจได้รับตามกฎหมายหรือระเบียบตามวรรคหนึ่ง

หากปรากฏว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ให้สั่งลงโทษผู้นั้นตามกฎหมายหรือระเบียบตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร)

นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว

ประกาศ ณ วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

นายกสภามหาวิทยาลัย

ข้อมูลเอกสารเพิ่มเติม

เลขที่เอกสาร
LR-0079
หน่วยงานรับผิดชอบ
ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ผู้ลงนามอนุมัติ
นายกสภามหาวิทยาลัย
ปีที่สภามีมติเห็นชอบ
ขนาดไฟล์
2.0 MB
ประเภทเอกสาร
ข้อบังคับ
หมวดหมู่เอกสาร
บริหารงานบุคคล

ประวัติการแก้ไขและแทนที่

  1. ฉบับปัจจุบัน

    v.1.0.0 (28 มี.ค. 54)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม