เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา การพ้นจากตำแหน่งและการบริหารงานของคณบดีหรือผู้อำนวยการ พ.ศ. 2557
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา การพ้นจากตำแหน่ง และการสรรหาคณบดีหรือผู้อำนวยการ
พ.ศ. ๒๕๕๗
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มา การพ้นจากตำแหน่ง และการบริหารงานของคณบดีหรือผู้อำนวยการ พ.ศ. ๒๕๕๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) และมาตรา ๓๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา การพ้นจากตำแหน่ง และการสรรหาคณบดีหรือผู้อำนวยการ พ.ศ. ๒๕๕๗"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มา การพ้นจากตำแหน่ง และการบริหารงานของคณบดีหรือผู้อำนวยการ พ.ศ. ๒๕๕๔
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
"สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"อธิการบดี" หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"คณบดี" หมายความว่า คณบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"ผู้อำนวยการ" หมายความว่า ผู้อำนวยการวิทยาลัยและหัวหน้าส่วนงานที่มีฐานะเทียบเท่าคณะซึ่งมีภารกิจด้านการเรียนการสอนหรือการวิจัย
"คณะ" หมายความว่า คณะ วิทยาลัย หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะที่มีภารกิจด้านการเรียนการสอนหรือการวิจัย
"คณะกรรมการสรรหา" หมายความว่า คณะกรรมการสรรหาคณบดีหรือผู้อำนวยการ
ข้อ ๕ การได้มาซึ่งคณบดีหรือผู้อำนวยการของส่วนงานตามมาตรา ๙ (๓) และ(๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ.๒๕๕๓ และส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะซึ่งมีภารกิจด้านการสอนหรือการวิจัย ให้ดำเนินการโดยวิธีการสรรหาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
ก่อนคณบดีหรือผู้อำนวยการครบวาระการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา และให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันแต่งตั้ง
ในกรณีที่คณบดีหรือผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาโดยเร็ว และให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันแต่งตั้ง
กรณีการจัดตั้งส่วนงานตามมาตรา ๙ (๓) และ (๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ ขึ้นใหม่ ให้ดำเนินการสรรหาคณบดีหรือผู้อำนวยการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศจัดตั้งส่วนงานในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๖ คณบดีหรือผู้อำนวยการต้องมีคุณสมบัติได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง คณบดีหรือผู้อำนวยการต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) มีความรู้ความสามารถในตำแหน่งหน้าที่
(๒) มีเวลาและสามารถปฏิบัติงานได้ตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย
(๓) มีความรู้ความสามารถทางการบริหารหรือผ่านการอบรมหลักสูตรสำหรับผู้บริหารมาแล้ว
ข้อ ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว คณบดีหรือผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๖
(๔) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
(๕) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนเนื่องจากพฤติกรรมเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ
(๖) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(๗) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๘) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
ข้อ ๘ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่พิจารณาสรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) อธิการบดีเป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสองคนเป็นกรรมการ
(๓) กรรมการที่คณาจารย์และพนักงานประจำในส่วนงานที่ทำการสรรหาคณบดีหรือผู้อำนวยการคัดเลือกกันเองจำนวนสองคนเป็นกรรมการ
ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการสรรหามีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(๑) กำหนด วัน เวลา และสถานที่เสนอรายชื่อและประกาศรับสมัครผู้สมควรดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการ
(๒) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ
(๓) พิจารณาจัดทำรายชื่อของผู้ที่ได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๐ ให้คณาจารย์และพนักงานประจำของส่วนงานที่สรรหาคณบดีหรือผู้อำนวยการเสนอชื่อผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการแล้วแต่กรณี ตามวิธีการที่คณะกรรมการสรรหากำหนด
กรณีที่ส่วนงานตามมาตรา ๙ (๓) และ (๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นส่วนงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่และยังไม่มีคณาจารย์ประจำของส่วนงาน ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยและ/หรือคณะกรรมการที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งให้กำกับดูแลส่วนงานดังกล่าว เป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการแล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการสรรหากำหนด
ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการสรรหามีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้การสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณากลั่นกรองรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการจำนวนไม่เกินสามคน โดยเรียงตามลำดับอักษรเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ในกรณีที่คณะกรรมการสรรหามีมติเป็นเอกฉันท์ คณะกรรมการสรรหาอาจเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการเพียงคนเดียวต่อสภามหาวิทยาลัยก็ได้
กรณีที่คณะกรรมการสรรหาพิจารณาแล้วไม่มีผู้สมควรได้รับการสรรหา ให้คณะกรรมการสรรหาเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ดำเนินการสรรหาใหม่
ข้อ ๑๓ ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการจากรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ
การลงมติของสภามหาวิทยาลัยในการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการ ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดที่มีอยู่
ข้อ ๑๔ ในกรณีการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งคณบดีหรือผู้อำนวยการของส่วนงานใดที่ยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ คณะกรรมการสรรหาอาจจะนำหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้ ไปใช้ในการดำเนินการสรรหาจนแล้วเสร็จก็ได้
ข้อ ๑๕ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยรักษาการตามข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗
(ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว