เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ พ.ศ. 2556 (ยกเลิก)
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
พ.ศ. ๒๕๕๖
โดยที่เป็นการสมควรให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๖ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ พ.ศ. ๒๕๕๖”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“ส่วนงาน” หมายความว่า คณะ วิทยาลัย หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะซึ่งมีภารกิจด้านการสอนหรือการวิจัยตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
“ก.พ.อ.” หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
“คณาจารย์ประจำ” หมายความว่า คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
“ตำแหน่งทางวิชาการ” หมายความว่า ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์
“สภาวิชาการ” หมายความว่า สภาวิชาการของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
“หลักสูตรของมหาวิทยาลัย” หมายความว่า หลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรของสภาวิชาชีพ ที่สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบให้ดำเนินการในมหาวิทยาลัย
“งานสอน” หมายความว่า งานสอนภาคบรรยาย งานสอนภาคปฏิบัติ งานควบคุม หรือที่ปรึกษาการศึกษาด้วยตนเอง งานตรวจรายงานนักศึกษา งานควบคุมการอภิปรายทางวิชาการ งานควบคุมภาคสนาม งานควบคุมหรือที่ปรึกษาโครงงานงานพัฒนานักศึกษา งานควบคุม หรือที่ปรึกษากิจการนักศึกษา งานวัดผลทางการศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ งานจัดตารางการศึกษา งานให้ระดับคะแนน งานแนะแนว งานให้คำปรึกษาและสะท้อนผลการศึกษา งานจัดทำเอกสารและสื่อการสอนประเภทต่างๆ งานให้คำปรึกษาแก้ไขโครงการวิจัยนักศึกษา หรืองานสอนลักษณะอื่นในรายวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย
“วิธีปกติ” หมายความว่า วิธีการแต่งตั้งที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
“วิธีพิเศษ” หมายความว่า วิธีการแต่งตั้งที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หรือขอตำแหน่งข้ามขั้น หรือเปลี่ยนแปลงสาขาวิชา
ข้อ ๔ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความหลักเกณฑ์ใดตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีเสนอเรื่องต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด และให้คำวินิจฉัยของสภามหาวิทยาลัยเป็นที่สุด
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๕ การดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการกระทำได้สองวิธี คือ
(๑) วิธีปกติ
(๒) วิธีพิเศษ
การดำเนินการเพื่อพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการให้กระทำโดยลับ
ส่วนที่ ๑
คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ
ข้อ ๖ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการขึ้นคณะหนึ่งตามคำแนะนำของสภาวิชาการ ประกอบด้วย
(๑) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน
(๒) ผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการ
ซึ่งมีตำแหน่งทางวิชาการในระดับศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาที่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๑๐ คน
(๓) รองอธิการบดีซึ่งรับผิดชอบงานวิชาการ เป็นเลขานุการ
ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยซึ่งปฏิบัติงานด้านบริหารงานบุคคลจำนวนหนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ ๗ ให้กรรมการตามข้อ ๖ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
ในกรณีที่ตำแหน่งประธานหรือกรรมการตามข้อ ๖ (๒) ว่างลงก่อนครบวาระ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งประธานหรือกรรมการตามข้อ ๖ (๒) แทนตำแหน่งที่ว่าง และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีประธานพ้นจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ประธานซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อน จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งประธานจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิใหม่
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาคุณสมบัติ ภาระงาน ผลการสอน ผลงานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการเพื่ออนุมัติหรือไม่อนุมัติการขอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยโดยผ่านอธิการบดี
(๒) แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ
(๓) ให้ข้อเสนอแนะต่อสภาวิชาการเกี่ยวกับการบังคับใช้และการปฏิบัติ รวมถึงข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิก ข้อบังคับหรือประกาศของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งทางวิชาการ
ส่วนที่ ๒
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อ ๙ ในการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ตามข้อ ๕ ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ประกอบด้วย
(๑) กรรมการจากคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ เป็นประธาน
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการ
ในสาขาวิชาที่ขอรับการแต่งตั้ง จำนวนสามคน
(๓) ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยซึ่งปฏิบัติงานด้านวิชาการ เป็นเลขานุการ
ที่รองอธิการบดี ซึ่งรับผิดชอบงานวิชาการมอบหมายคนหนึ่ง
กรณีการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ โดยวิธีพิเศษตามข้อ ๕ (๒) ให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคแรก (๒) ที่คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการแต่งตั้ง จำนวนห้าคน
ข้อ ๑๐ การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามข้อ ๙ ให้คัดสรรจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.พ.อ. กำหนดสำหรับสาขาวิชานั้นๆ เป็นหลัก โดยต้องเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย และมีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ขอรับการแต่งตั้ง
ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๙ ปฏิบัติหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการ จริยธรรมและจรรยาบรรณของผู้ขอรับการแต่งตั้ง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๑๕ ไปจนกว่าการประเมินจะเสร็จสิ้น
ข้อ ๑๒ การลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่กรณีที่เป็นการพิจารณาตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์ และผลการประเมินเป็นเอกฉันท์ว่าคุณภาพของผลงานทางวิชาการของผู้ขอรับการแต่งตั้งอยู่ในเกณฑ์หรือไม่อยู่ในเกณฑ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ประธานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่เรียกประชุม โดยถือเอาผลการประเมินเป็นเอกฉันท์ดังกล่าวเป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้
สำหรับการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ โดยวิธีพิเศษตามข้อ ๕ (๒) มติของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาให้ได้รับตำแหน่งทางวิชาการจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสี่ในห้า
ส่วนที่ ๓
คณะอนุกรรมการประเมินผลการสอน
ข้อ ๑๓ ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประเมินผลการสอนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
(๑) หัวหน้าภาควิชาที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งสังกัด เป็นประธาน
(๒) ผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านการเรียนการสอน เป็นอนุกรรมการ
จำนวนสองคน
(๓) ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยซึ่งปฏิบัติงานด้านวิชาการ เป็นเลขานุการ
ในกรณีที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชา ให้หัวหน้าส่วนงานเป็นประธาน
ในกรณีที่ผู้ขอรับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนงาน ให้องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการประเมินผลการสอนเป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด
ข้อ ๑๔ ให้คณะอนุกรรมการประเมินผลการสอน มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ประเมินผลการสอน ซึ่งประกอบด้วยการประเมินเอกสารการสอน และการประเมินการสอนในเบื้องต้น
(๒) ตรวจสอบความครบถ้วนของคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งในเบื้องต้น
(๓) ตรวจสอบการเผยแพร่ของเอกสารการสอน และผลงานทางวิชาการในเบื้องต้น
(๔) ตรวจสอบความครบถ้วนของผลงานทางวิชาการ
ให้คณะอนุกรรมการประเมินผลการสอน นำผลการดำเนินการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) เสนอคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ
ให้คณะอนุกรรมการประเมินผลการสอนตามข้อ ๑๓ ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในวรรคหนึ่งและวรรคสองไปจนกว่าการประเมินจะเสร็จสิ้น
หมวด ๒
หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาแต่งตั้ง
ข้อ ๑๕ หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ให้เป็นไปตามประกาศของ ก.พ.อ. และประกาศของมหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของสภาวิชาการ
ข้อ ๑๖ การนับระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการตามข้อบังคับนี้ ให้เป็นไปตามประกาศของ ก.พ.อ. และประกาศของมหาวิทยาลัย โดยความเห็นชอบของสภาวิชาการ
ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครประเภทข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยนับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามข้อบังคับนี้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครประเภทข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ ของคณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ เป็นรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ ตามข้อบังคับนี้ และให้นับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามข้อบังคับนี้
ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครประเภทข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญที่ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ในคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลนับระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการตามข้อบังคับนี้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
การนับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่นของข้าราชการกรุงเทพมหานครประเภทข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๗ ค่าใช้จ่ายในการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ รวมถึงค่าเบี้ยประชุมของกรรมการและอนุกรรมการตามข้อบังคับนี้ ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๘ การแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ให้เป็นไปตามมติของสภามหาวิทยาลัยตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ เมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติ ให้อธิการบดีมีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในสาขาที่ได้รับการแต่งตั้งและแจ้งให้ ก.พ.อ. ทราบภายในสามสิบวันนับจากวันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง พร้อมสำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
กรณีสภามหาวิทยาลัยมีมติไม่อนุมัติแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้มหาวิทยาลัยแจ้งมตินั้นและผลการพิจารณาคุณภาพผลงานทางวิชาการ รวมถึงผลการประเมินตามแบบประเมินผลงานทางวิชาการของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่านโดยไม่เปิดเผยชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ผู้ขอรับการแต่งตั้งและส่วนงานทราบ เว้นแต่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าให้เปิดเผยชื่อจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อ ๑๙ การแต่งตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์ เมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติให้เสนอ ก.พ.อ. ให้ความเห็นชอบเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพร้อมส่งสำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและแบบคำขอแต่งตั้ง
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่การพิจารณาผลงานทางวิชาการของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีผลการประเมินเป็นเอกฉันท์ว่าคุณภาพของงานวิชาการของผู้ขอรับการแต่งตั้งอยู่ในเกณฑ์หรือไม่อยู่ในเกณฑ์นั้นอาจยกเว้นการประชุมของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้ถือเอาผลการประเมินดังกล่าวเป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้
ข้อ ๒๑ การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ให้มีผลตั้งแต่วันที่สำนักงานอธิการบดีได้รับเอกสารการยื่นขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ พร้อมทั้งแบบคำขอแต่งตั้งที่ถูกต้อง ผลงานทางวิชาการฉบับปรับปรุงแก้ไขสมบูรณ์ หรือผลงานทางวิชาการฉบับเผยแพร่แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่มีการยื่นผลงานทางวิชาการเพิ่มเติมหรือยื่นผลงานทางวิชาการฉบับปรับปรุงแก้ไขสมบูรณ์ หรือผลงานทางวิชาการฉบับเผยแพร่ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือวันที่ยื่นผลงานทางวิชาการเพิ่มเติมหรือวันที่ยื่นผลงานทางวิชาการฉบับปรับปรุงแก้ไขสมบูรณ์ หรือผลงานทางวิชาการฉบับเผยแพร่ เป็นวันยื่นขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
ข้อ ๒๒ กรณีที่ผลการพิจารณาคุณภาพผลงานทางวิชาการไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้ ผู้ขอรับการแต่งตั้งอาจเสนอขอทบทวนผลการพิจารณาต่อสภามหาวิทยาลัย การขอทบทวนผลการพิจารณาต่อสภามหาวิทยาลัยให้ยื่นเรื่องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รับทราบมติ โดยแสดงเหตุผลทางวิชาการสนับสนุน
เมื่อสภามหาวิทยาลัยได้รับเรื่องการขอทบทวนผลการพิจารณาแล้วให้ส่งเรื่องขอทบทวนให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการมีความเห็นประการใดให้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยวินิจฉัย และให้คำวินิจฉัยของสภามหาวิทยาลัยเป็นที่สุด
หมวด ๓
มาตรการป้องกัน การลงโทษ และการถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการ
ข้อ ๒๓ กรณีผู้ขอรับการแต่งตั้งมีพฤติการณ์หรือแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าเป็นผู้ที่กระทำผิดจริยธรรมและจรรยาบรรณอันเกี่ยวข้องกับการขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ และเป็นผู้ที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมที่จะได้รับการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ตรวจพบว่าผู้ขอรับการแต่งตั้งกระทำผิดต่อจริยธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการ ให้สภามหาวิทยาลัยมีมติให้งดการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในครั้งนั้น และให้ดำเนินการทางวินัยตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดเป็นกรณีๆ ไป
(๒) กรณีที่ตรวจพบว่าผู้ขอรับการแต่งตั้ง ระบุการมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือมีพฤติการณ์ส่อว่ามีการลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือนำผลงานทางวิชาการของผู้อื่นไปใช้ในการขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการโดยอ้างว่าเป็นผลงานทางวิชาการของตนเอง หรือนำเสนอผลงานวิจัยอันเป็นเท็จ ให้สภามหาวิทยาลัยมีมติให้งดการดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในครั้งนั้น และดำเนินการทางวินัยตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดเป็นกรณีๆ ไป และห้ามมิให้ผู้กระทำผิดขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ โดยมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับตั้งแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยมีมติ
(๓) กรณีที่ได้รับอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการไปแล้ว หรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการแล้ว หากภายหลังตรวจสอบพบ หรือทราบว่าผลงานทางวิชาการที่ใช้ในการขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการครั้งนั้น เป็นการลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือนำผลงานทางวิชาการของผู้อื่นไปใช้โดยอ้างว่าเป็นของตนเอง หรือนำเสนอผลงานวิจัยอันเป็นเท็จ ให้สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือรองศาสตราจารย์ แล้วแต่กรณี แต่ถ้าผู้ที่ต้องถูกถอดถอนเป็นผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาเสนอความเห็นชอบต่อ ก.พ.อ. เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถอดถอน และดำเนินการทางวินัยตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดเป็นกรณีๆ ไป และห้ามมิให้ผู้กระทำผิดขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ โดยมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถอดถอนหรือสภามหาวิทยาลัยมีมติแล้วแต่กรณี
ประกาศ ณ วันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
(ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว