เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยสถาบันสมทบ พ.ศ. 2559
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยสถาบันสมทบ
พ.ศ. ๒๕๕๙
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยสถาบันสมทบ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๒๑(๒) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงได้ออกข้อบังคับ ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยสถาบันสมทบ พ.ศ. ๒๕๕๙"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
"มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"สภาวิชาการ" หมายถึง สภาวิชาการมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"อธิการบดี" หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"ส่วนงาน" หมายความว่า คณะ วิทยาลัย หรือส่วนงานที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ซึ่งมีภาระด้านการสอนหรือวิจัย
"หัวหน้าส่วนงาน" หมายความว่า คณบดี หรือผู้อำนวยการ หรือผู้บังคับบัญชาส่วนงานที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณบดีในสังกัดมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย
"สถาบันสมทบ" หมายความว่า สถานศึกษาชั้นสูง หรือสถาบันอื่นที่มหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นสถาบันสมทบเพื่อการรับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันสมทบนั้นได้ โดยสถาบันสมทบนั้นต้องมีการจัดการศึกษาที่เป็นไปตามประกาศและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยว่าด้วยการนั้น
ข้อ ๔ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีวินิจฉัยชี้ขาด แล้วรายงานต่อสภามหาวิทยาลัย
หมวดที่ ๑ การรับเข้าสมทบ
ข้อ ๕ สถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นที่จะรับเข้าเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่มีปณิธาน นโยบาย และวัตถุประสงค์สอดคล้องกับมหาวิทยาลัย
ข้อ ๖ การรับเข้าเป็นสถาบันสมทบ สถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันต้องมีสถานะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) มีสถานภาพเป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของประเทศ
(๒) มีงบประมาณ บุคลากร และความพร้อมด้านกายภาพเพียงพอต่อการดำเนินการ
(๓) มีโครงสร้างหลักสูตร และระบบการจัดการศึกษาสอดคล้องกับปณิธาน และข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๗ ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินความพร้อมสถาบันขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวนไม่เกิน ๗ คน ประกอบด้วย
(๑) รองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมายจากอธิการบดี เป็นประธาน
(๒) หัวหน้าส่วนงานของหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ
(๓) รองหัวหน้าส่วนงาน หรืออาจารย์ประจำหลักสูตรที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๒ คน เป็นกรรมการ
(๔) หัวหน้าฝ่ายวิชาการและประมวลผล สำนักงานอธิการบดี เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการประเมินความพร้อมสถาบัน มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบสถานภาพของสถานศึกษาและสถาบันที่จะรับเข้าสมทบ วัตถุประสงค์ของการบริหารด้านวิชาการ ได้แก่ การจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ กิจการนักศึกษา และมาตรฐานการศึกษา เพื่อประเมินความเหมาะสมในการเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยในการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่จะขออนุมัติปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตร และเสนอข้อมูลและความเห็นต่อสภาวิชาการและสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๙ เมื่อสภามหาวิทยาลัยอนุมัติการรับเข้าเป็นสถาบันสมทบแล้ว ให้ส่วนงานของหลักสูตรที่เกี่ยวข้องจัดทำประกาศมหาวิทยาลัย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ประชาคมมหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไปได้รับทราบ
หมวด ๒
การควบคุมและกำกับสถาบันสมทบ
ข้อ ๑๐ เพื่อให้สถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยมีการจัดการศึกษาที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับมาตรฐานหลักสูตรสถาบันสมทบ จำนวนไม่เกิน ๗ คน ประกอบด้วย
(๑) หัวหน้าส่วนงานของหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เป็นประธาน
(๒) รองหัวหน้าส่วนงาน หรือหัวหน้าภาควิชา ไม่น้อยกว่า ๒ คน เป็นกรรมการ
(๓) อาจารย์ประจำหลักสูตร ไม่น้อยกว่า ๒ คนเป็นกรรมการ
(๔) หัวหน้าฝ่ายวิชาการและประมวลผล สำนักงานอธิการบดี เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการกำกับมาตรฐานหลักสูตรสถาบันสมทบ มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑) กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถาบันสมทบ โดยอิงปณิธาน นโยบาย ข้อบังคับ ประกาศของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก
(๒) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อเสนอแนะวิธีการดำเนินงานและให้ความช่วยเหลือในการจัดการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการของสถาบันสมทบให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
(๓) กำหนดเกณฑ์และดำเนินการทวนสอบมาตรฐานการประเมินผลการศึกษาของนักศึกษาสังกัดสถาบันสมทบทุกชั้นปีในทุกปีการศึกษา พิจารณาผลสัมฤทธิ์และมาตรฐานการให้ปริญญาเกียรตินิยมของผู้สำเร็จการศึกษาที่เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเพื่อเสนอขออนุมัติปริญญาต่อสภามหาวิทยาลัย
(๔) ติดตามและประเมินมาตรฐานการจัดการศึกษาในหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย และประเมินผลการบริหารงานด้านวิชาการของสถาบันสมทบเป็นประจำทุกปี
(๕) พิจารณารายงานผลการดำเนินงานประจำปีของสถาบันสมทบ เพื่อนำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๖) พิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อมหาวิทยาลัยในการขอยกเลิกการเข้าสมทบแล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๒ ให้สถาบันสมทบเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานด้านการจัดการศึกษาไปยังมหาวิทยาลัย ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันสิ้นสุดปีการศึกษาเป็นประจำทุกปี
ข้อ ๑๓ กรณีมีเหตุใดๆ อันอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณของมหาวิทยาลัย ให้สถาบันสมทบรายงานต่อคณะกรรมการกำกับมาตรฐานหลักสูตรสถาบันสมทบทันที
หมวด ๓
การยกเลิกสถาบันสมทบ
ข้อ ๑๔ ให้ยกเลิกการเป็นสถาบันสมทบ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) สถาบันสมทบ หรือเจ้าสังกัดถูกยุบเลิกหรือสิ้นสถานภาพ
(๒) สถาบันสมทบขอยกเลิกการเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัย
(๓) สถาบันสมทบดำเนินการที่มีลักษณะขัดหรือแย้งกับวัตถุประสงค์ ปณิธาน ของมหาวิทยาลัย
(๔) มาตรฐานและคุณภาพการจัดการศึกษาหรือวิจัยของสถาบันสมทบต่ำกว่าเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๑๕ เมื่อปรากฏเหตุที่ต้องยกเลิกการเป็นสถาบันสมทบ ให้คณะกรรมการกำกับมาตรฐานหลักสูตรสถาบันสมทบ เสนอความเห็นต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาและสั่งการ
ข้อ ๑๖ เมื่อสภามหาวิทยาลัยอนุมัติการยกเลิกเป็นสถาบันสมทบแล้ว ให้ส่วนงานของหลักสูตรที่เกี่ยวข้องจัดทำประกาศมหาวิทยาลัย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ประชาคมมหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไปได้รับทราบ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว