เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยสภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยสภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๔
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยสภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) มาตรา ๓๖ และมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยสภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๔"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
"มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"สภาคณาจารย์และพนักงาน" หมายความว่า สภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"คณาจารย์" หมายความว่า คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยในตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ และตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
"ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์" หมายความว่า ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ตามมาตรา ๘๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
"พนักงานมหาวิทยาลัย" หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"ข้าราชการ" หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
"ส่วนงาน" หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
"หัวหน้าส่วนงาน" หมายความว่า หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
"คณะกรรมการเลือกตั้ง" หมายความว่า คณะกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาคณาจารย์และพนักงาน
"ประธาน" หมายความว่า ประธานสภาคณาจารย์และพนักงาน
"รองประธาน" หมายความว่า รองประธานสภาคณาจารย์และพนักงาน
"สมาชิก" หมายความว่า สมาชิกสภาคณาจารย์และพนักงาน
ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด
หมวด ๑
หน้าที่ของสภาคณาจารย์และพนักงาน
ข้อ ๕ สภาคณาจารย์และพนักงานมีหน้าที่ ตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ดังนี้
(๑) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีในการบริหารกิจการทั้งปวงของมหาวิทยาลัย
(๒) ส่งเสริมจริยธรรมของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
(๓) ผดุงเกียรติของพนักงานมหาวิทยาลัย
(๔) สร้างและส่งเสริมความสามัคคีในหมู่พนักงานมหาวิทยาลัย
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย
หมวด ๒
องค์ประกอบและคุณสมบัติสมาชิก
ข้อ ๖ ให้สภาคณาจารย์และพนักงานประกอบด้วยสมาชิกแต่ละประเภทดังต่อไปนี้
(๑) สมาชิกซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยของแต่ละส่วนงานและได้รับเลือกจากพนักงานมหาวิทยาลัยของแต่ละส่วนงาน ส่วนงานละหนึ่งคน
(๒) สมาชิกซึ่งเป็นคณาจารย์ที่ได้รับเลือกจากพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นคณาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัย จำนวนสามคน
(๓) สมาชิกซึ่งเป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ที่ได้รับเลือกจากผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัย จำนวนห้าคน
(๔) สมาชิกซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์หรือมิได้เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ที่ได้รับเลือกจากพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์หรือมิได้เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัย จำนวนห้าคน
สมาชิกตามวรรคหนึ่งต้องเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี
ข้อ ๗ พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากการทดลองปฏิบัติงานแล้วเป็นผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกตามข้อ ๖
ข้อ ๘ สมาชิกต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) ต้องปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี
(๒) ต้องไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยในวันที่สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง
(๓) ผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งจะต้องไม่อยู่ระหว่างต้องรับโทษเพราะกระทำผิดทางวินัย หรือจะต้องพ้นโทษทางวินัยมาแล้วเกินกว่าหนึ่งปีในวันปิดรับสมัคร
(๔) คุณสมบัติอื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
หมวด ๓
การเลือกตั้งสมาชิก
ข้อ ๙ ให้อธิการบดีเป็นผู้กำหนดวันรับสมัครและวันเลือกตั้งตามความเหมาะสม การเลือกสมาชิกให้กระทำโดยการลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ
ข้อ ๑๐ ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งสมาชิก ตามองค์ประกอบดังนี้
(๑) อธิการบดีหรือรองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมายหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ
(๒) หัวหน้าส่วนงานของมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการ
(๓) หัวหน้าส่วนงานที่อธิการบดีมอบหมายหนึ่งคน เป็นกรรมการและเลขานุการและอาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกินสองคน
ให้คณะกรรมการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจ และให้มีหน้าที่ในการดำเนินการเลือกตั้งสมาชิก ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งมอบหมายก็ได้
ข้อ ๑๑ คณะกรรมการเลือกตั้งมีหน้าที่ดังนี้
(๑) จัดให้มีการสมัครเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิก
(๒) จัดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนการรับสมัคร และจัดทำประกาศบัญชีรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครเรียงตามลำดับอักษร และปิดประกาศให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรับทราบก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และจัดทำบัตรเลือกตั้ง
(๓) จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในวันเดียวกันทั้งมหาวิทยาลัย
(๔) จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ และปัจจัยต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการเลือกตั้ง
(๕) จัดทำรายชื่อบุคลากรในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งให้แล้วเสร็จและประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
(๖) จัดให้มีหน่วยเลือกตั้งที่เหมาะสมและสะดวกต่อบุคลากรของมหาวิทยาลัย
(๗) ควบคุมให้การลงคะแนนเสียงในวันเลือกตั้งเป็นไปโดยถูกต้องและเรียบร้อย
(๘) รวบรวมและตรวจนับคะแนน
ข้อ ๑๒ การเลือกสมาชิกตามข้อ ๖ (๑) ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่าสามสิบวันให้คณะกรรมการเลือกตั้งรับสมัครพนักงานมหาวิทยาลัยในส่วนงานซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี
(๒) การเลือกให้กระทำโดยการลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ
(๓) ให้ผู้มีสิทธิเลือก เลือกพนักงานมหาวิทยาลัยตามข้อ ๖ (๑) ในส่วนงานนั้นได้หนึ่งคน
(๔) ผู้สมัครซึ่งได้รับเลือกด้วยคะแนนสูงสุดในแต่ละส่วนงานเป็นผู้ได้รับเลือก
ข้อ ๑๓ การเลือกสมาชิกตามข้อ ๖ (๒) (๓) และ (๔) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่าสามสิบวันให้คณะกรรมการเลือกตั้งรับสมัครคณาจารย์ ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ และผู้ซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์หรือผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ที่ได้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี
(๒) การเลือกให้กระทำโดยการลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ
(๓) ผู้ซึ่งเป็นคณาจารย์มีสิทธิเลือกสมาชิกตามข้อ ๖ (๒) ได้จำนวนสามคน
(๔) ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์มีสิทธิเลือกสมาชิกตามข้อ ๖ (๓) ได้จำนวนห้าคน
(๕) ผู้ซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์หรือผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีสิทธิเลือกสมาชิกตามข้อ ๖ (๔) ได้จำนวนห้าคน
(๖) ผู้สมัครซึ่งได้รับเลือกด้วยคะแนนสูงสุดเรียงลำดับลงมาในแต่ละประเภทเป็นผู้ได้รับเลือกตามจำนวนของสมาชิกแต่ละประเภท
ข้อ ๑๔ กรณีที่มีผู้สมัครได้คะแนนเสียงเลือกตั้งเท่ากันอันเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับผู้ได้รับเลือกตั้งได้ตามจำนวนสมาชิกแต่ละประเภทในข้อ ๖ ให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งเท่ากันจับสลากเพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกตั้งครบจำนวนที่จะพึงมีในสมาชิกแต่ละประเภทนั้น ซึ่งต้องกระทำต่อหน้าคณะกรรมการเลือกตั้ง ตามวิธีการที่คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศกำหนด
กรณีผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งสละสิทธิไม่ว่าด้วยเหตุใดก่อนมหาวิทยาลัยประกาศผลการเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุดในลำดับถัดไปเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งแทน
ข้อ ๑๕ ผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งอาจสมัครรับเลือกตั้งด้วยตนเอง หรือมีบุคลากรอื่นในส่วนงานเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้งก็ได้ โดยต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวก่อนการเสนอชื่อ
การสมัครและการเสนอชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสามารถกระทำได้เพียงประเภทเดียวเท่านั้น
ข้อ ๑๖ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยก่อนวันเลือกตั้งและจะต้องยังคงปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยอยู่ในวันที่มีการเลือกตั้ง
พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากการทดลองปฏิบัติงานแล้วเป็นผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกตามข้อ ๖
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้สมัครเฉพาะในประเภทของตนเอง ตามรายชื่อในบัตรเลือกตั้งได้ตามจำนวนที่กำหนดในข้อ ๖ (๒) (๓) และ (๔) หากลงคะแนนแตกต่างจากที่กำหนดถือเป็นโมฆะ และหากไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้งให้กับผู้ใด ให้ทำเครื่องหมายในช่องงดออกเสียงและหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและไม่ทำเครื่องหมายในช่องงดออกเสียง หรือทำเครื่องหมายอื่นใดนอกเหนือจากนี้ ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย
ข้อ ๑๗ เมื่อหมดเวลาการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือคณะอนุกรรมการดำเนินการรวบรวมและตรวจนับคะแนน ณ สถานที่ที่กำหนด ให้เสร็จสิ้นในวันที่มีการเลือกตั้ง
ข้อ ๑๘ ให้คณะกรรมการเลือกตั้งจัดทำรายงานผลการเลือกตั้ง และรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งพร้อมคะแนนที่ได้รับต่ออธิการบดี ภายในสามวันทำการนับแต่วันถัดจากวันเลือกตั้ง
ข้อ ๑๙ ให้มหาวิทยาลัยประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาคณาจารย์และพนักงานให้ทราบโดยทั่วกันภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันถัดจากวันเลือกตั้ง และกำหนดให้มีการประชุมสภาคณาจารย์และพนักงานครั้งแรกภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งแต่ต้องไม่ก่อนวันที่สมาชิกชุดเดิมพ้นวาระ
หมวด ๔
วาระและการพ้นจากสมาชิก
ข้อ ๒๐ ให้สมาชิก มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ข้อ ๒๑ สมาชิก พ้นจากตำแหน่งในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้
(๑) ครบวาระการเป็นสมาชิก
(๒) ตาย
(๓) ลาออก
(๔) พ้นจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
(๕) สภาคณาจารย์และพนักงานมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ เพราะบกพร่องหรือทุจริตต่อหน้าที่หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย
(๖) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๒ เมื่อวาระของสมาชิก เหลืออยู่ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันให้มีการดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกใหม่ตามวิธีการในข้อบังคับนี้ และให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนครบวาระอย่างน้อยเจ็ดวัน
เพื่อประโยชน์ในการนับวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิก ให้ถือว่าวันประชุมสภาคณาจารย์และพนักงานครั้งแรกเป็นวันเริ่มวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิก
เมื่อสมาชิกหมดวาระและยังไม่มีการเลือกสมาชิกชุดใหม่ ให้สมาชิกชุดเดิมรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีสภาคณาจารย์และพนักงานชุดใหม่
ข้อ ๒๓ ในกรณีสมาชิกพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้สภาคณาจารย์และพนักงานประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่
ในกรณีตามวรรคหนึ่งให้อธิการบดีจัดให้มีการเลือกสมาชิกแทนตำแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบวัน จะไม่จัดให้มีการเลือกสมาชิกแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้
ให้ผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
หมวด ๕
การดำเนินงานและการประชุม
ข้อ ๒๔ การดำเนินงานของสภาคณาจารย์และพนักงาน ให้ถือเป็นการปฏิบัติงานตามปกติของมหาวิทยาลัย
การดำเนินงานของสภาคณาจารย์และพนักงาน ตามหน้าที่ที่กำหนดในข้อบังคับนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สภาคณาจารย์และพนักงานกำหนด โดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๕ ให้มีการประชุมสภาคณาจารย์และพนักงานครั้งแรกตามข้อ ๑๙ โดยให้อธิการบดีทำหน้าที่ประธานในการประชุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเลือกสมาชิกคนหนึ่งเป็นประธาน
ประธานให้เลือกจากสมาชิกซึ่งเป็นคณาจารย์หรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์
ในการเลือกประธาน สมาชิกคนหนึ่งมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกตามวรรคสองที่สมควรได้รับเลือกเป็นประธานเพียงชื่อเดียว และต้องมีสมาชิกอื่นรับรองไม่น้อยกว่าสามคน การเลือกประธานให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยตรงและลับ
ประธานจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ข้อ ๒๖ ให้ประธานแต่งตั้งสมาชิกเป็นรองประธานจำนวนสองคน และตำแหน่งอื่นตามความเหมาะสม
ในกรณีที่ประธานเป็นสมาชิกซึ่งเป็นคณาจารย์ ให้แต่งตั้งรองประธานจากสมาชิกซึ่งเป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์จำนวนหนึ่งคน และจากสมาชิกซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์หรือมิได้เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์จำนวนหนึ่งคน
ในกรณีที่ประธานเป็นสมาชิกซึ่งเป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ ให้แต่งตั้งรองประธานจากสมาชิกซึ่งเป็นคณาจารย์จำนวนหนึ่งคน และจากสมาชิกซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์หรือมิได้เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อาจารย์จำนวนหนึ่งคน
ข้อ ๒๗ ให้สภาคณาจารย์และพนักงานจัดประชุมตามภาระหน้าที่ของสภาคณาจารย์และพนักงานตามข้อกำหนดดังนี้
(๑) เรียกประชุมตามปกติเดือนละหนึ่งครั้ง
(๒) เรียกประชุมเมื่อสมาชิกไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ ๒๘ ในการประชุมต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมให้ประธานในที่ประชุมเรียกประชุมใหม่ภายในเจ็ดวันนับแต่วันนัดประชุมที่เลื่อนมา และการประชุมครั้งหลังนี้ถ้ามีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้จะต้องระบุความประสงค์ให้เกิดผลดังกล่าวไว้ในหนังสือนัดประชุมด้วย
ในการประชุมสภาคณาจารย์และพนักงานถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานตามลำดับที่ประธานกำหนดไว้เป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ทั้งประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ที่ประชุมเลือกกันเองเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
ข้อ ๒๙ การลงมติในที่ประชุม ให้ถือตามคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกที่มาประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด เว้นแต่ที่ประชุมจะระบุเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๓๐ ในระหว่างที่ยังมีข้าราชการเป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ให้ข้าราชการดังกล่าวมีสิทธิเป็นสมาชิกเช่นเดียวกับพนักงานมหาวิทยาลัย
ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร)
นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว