สารบัญเอกสาร

ไม่มีที่คั่นหน้าเอกสาร

เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ

ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง แบบสัญญาอนุญาตให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝึกอบรมหรือปฎิบัติการวิจัย แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และขอผ่อนชำระหนี้กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุน ลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เรื่อง แบบสัญญาอนุญาตใหพนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และขอผอนชำระหนี้

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุนลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงแกไขแบบสัญญาอนุญาตใหพนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษาฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และขอผอนชำระหนี้กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุนลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

อาศัยอำนาจตามความในขอ 7 และขอ 9 (7) ของขอบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชวาดวยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2554 ขอ 43 ของระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วาดวยหลักเกณฑ และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรูทางวิชาการของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2559คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ในการประชุมครั้งที่ 9/2560 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 จึงออกประกาศไวดังนี้

ขอ 1 ประกาศนี้เรียกวา “ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง แบบสัญญาอนุญาตให พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และขอผอนชำระหนี้ กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุนลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย”

ขอ 2 ประกาศนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศเปนตนไป

ขอ 3 ใหยกเลิกประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธฺราช เรื่อง แบบสัญญาอนุญาตใหพนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และขอผอนชำระหนี้ กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุนลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ประกาศณ วันที่ 8 สิงหาคม 2559

ขอ 4 ใหแบบสัญญาแนบทายประกาศนี้ เปนแบบสัญญาอนุญาตใหพนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และขอผอนชำระหนี้กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุนลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

ประกาศ ณ วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. 2567

(รองศาสตราจารยอนันต มโนมัยพิบูลย)

อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชสัญญาเลขที่............/...............

สัญญาอนุญาตใหพนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น ณ.................................................................ตำบล/แขวง........................... อำเภอ/เขต..................................จังหวัด...................................เมื่อวันที่........เดือน..........................พ.ศ. ............ ระหวางมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดย......................................................ตำแหนง......................................... ซึ่งตอไปในสัญญานี้เรียกวา “ผูรับสัญญา” ฝายหนึ่ง กับ.........................................................เกิดเมื่อวันที่........... เดือน.........................พ.ศ. ..........อายุ.........ป ปฏิบัติงานเปนพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหนง........................... ระดับ.........................สังกัด............................................อยูบานเลขที่.................ซอย........................................... ถนน...........................ตำบล/แขวง.................................อำเภอ/เขต...............................จังหวัด...... ..................... ซึ่งตอไปในสัญญานี้เรียกวา “ผูใหสัญญา” อีกฝายหนึ่ง

คูสัญญาไดตกลงกันมีขอความดังตอไปนี้

ขอ ๑. ผูรับสัญญาอนุญาตใหผูใหสัญญาไปศึกษา ฝกอบรม ปฏิบัติการวิจัย ระดับ................. สาขาวิชา............................................ณ ประเทศ.............................................มีกำหนด.........ป.........เดือ นนับตั้งแตวันที่........เดือน...........................พ.ศ. ..........จนถึงวันที่.........เดือน...........................พ.ศ. .............

ในกรณีที่ผูรับสัญญาอนุญาตใหผูใหสัญญาขยายระยะเวลาลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย หลังจากครบกำหนดการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ผูใหสัญญาตกลงที่จะทำสัญญากับผูรับสัญญาขึ้นใหม เพื่อใชครอบคลุมระยะเวลาที่ไดรับอนุมัติใหขยายเวลาลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย แตหากไมไดมีการจัดทำสัญญาขึ้นใหมไมวาดวยเหตุใดก็ตาม ใหถือวาสัญญาฉบับนี้มีผลครอบคลุมระยะเวลาที่ไดรับอนุมัติให ขยายดังกลาวดวย

ขอ ๒. ในระหวางเวลาที่ผูใหสัญญาไดรับอนุญาตใหไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยผูใหสัญญาจะตองรักษาวินัยและประพฤติปฏิบัติตามระเบียบขอบังคับและคำสั่งของผูรับสัญญา และของสถานศึกษาหรือสถาบันที่ผูใหสัญญาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ทั้งที่ไดออกใชบังคับอยูแลวในวันทำสัญญานี้และที่จะออกใชบังคับตอไปโดยเครงครัด และใหถือวากฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และคำสั่งดังกลาวนั้นเปนสวนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้

ผูใหสัญญาจะตองไมประพฤติตนในทางเปนปฏิปกษตอการศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย และจะตั้งใจศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยดวยความวิริยะ อุตสาหะ เพื่อใหสำเร็จการศึกษาฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยโดยเร็ว

ขอ ๓. ในกรณีที่ผูใหสัญญาประพฤติผิดสัญญาดังกลาวในขอ 2 หรือในกรณีที่ผูรับสัญญาพิจารณาเห็นวาผูใหสัญญาไมอาจสำเร็จการศึกษา ฝกอบรม หรือเสร็จสิ้นการปฏิบัติการวิจัยไดภายในระยะเวลาที่กำหนดตามขอ 1 หรือการศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยของผูใหสัญญาตองยุติลงดวยประการใด ๆ หรือผูรับสัญญาไมอนุญาตใหผูใหสัญญาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยไมวากรณีใด ๆหรือมีความจำเปนตองเรียกผูใหสัญญากลับมาปฏิบัติงาน ผูรับสัญญามีสิทธิเพิกถอนการอนุญาตตามสัญญานี้ไดทันที และมีสิทธิระงับซึ่งทุนและหรือเงินเดือน รวมทั้งเงินที่ทางราชการจายชวยเหลือหรือเงินเพิ่มอื่นใด และผูใหสัญญาจะตองปฏิบัติดังนี้

๓.๑ รายงานตัวกลับเขาปฏิบัติงานเปนหนังสือตอผูรับสัญญาหรือผูบังคับบัญชาชั้นตนของผูใหสัญญาทันที

๓.๒ เขาปฏิบัติงานในสวนงานของผูรับสัญญาตามที่ผูรับสัญญาเห็นสมควรทันทีเปนระยะเวลาสองเทาของระยะเวลาที่ศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

๓.๓ กรณีที่ผูใหสัญญาเคยไดรับอนุญาตใหไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยหรือมีพันธะผูกพันที่จะตองปฏิบัติงานชดใชตามสัญญาอื่น และยังปฏิบัติงานชดใชไมครบระยะเวลาตามสัญญานั้นการปฏิบัติงานชดใชตามสัญญานี้ใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ปฏิบัติงานชดใชครบกำหนดเวลาตามสัญญาเดิมแลว

ความเสียหายใด ๆ อันเนื่องมาจากการที่ผูใหสัญญาไมปฏิบัติตามขอ 3.1 ขอ 3.2 และขอ 3.3 ผูใหสัญญายินยอมรับผิดชดใชทั้งสิ้น

ขอ ๔. เมื่อผูใหสัญญาสำเร็จการศึกษา ฝกอบรม หรือเสร็จสิ้นการปฏิบัติการวิจัย ทั้งนี้ไมวาจะสำเร็จการศึกษา ฝกอบรม หรือเสร็จสิ้นการปฏิบัติการวิจัยภายในระยะเวลาตามขอ 1 หรือไม ผูใหสัญญาจะตองกลับมาปฏิบัติงานในสวนงานของผูรับสัญญาตามที่ผูรับสัญญาเห็นสมควรทันที เปนระยะเวลาสองเทาของระยะเวลาที่ใชในการศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

ในกรณีที่ผูใหสัญญาเคยไดรับอนุญาตใหไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย หรือมีพันธะผูกพันที่จะตองปฏิบัติงานชดใชตามสัญญาอื่นและยังปฏิบัติงานชดใชไมครบระยะเวลาตามสัญญานั้นการปฏิบัติงานตามสัญญานี้ใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ปฏิบัติงานชดใชครบกำหนดเวลาตามสัญญาเดิมแลว

ขอ ๕. ในกรณีที่ผูใหสัญญาผิดสัญญาในขอ 3.2 หรือขอ 4 หรือผูใหสัญญาไมกลับมาปฏิบัติงานไมวาดวยเหตุใด ผูใหสัญญาจะตองชดใชทุน และเงินที่ผูรับสัญญาจายชวยเหลือในระหวางศึกษาฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยคืนใหแกผูรับสัญญา นอกจากนี้ผูใหสัญญาจะตองชดใชเงินอีกจำนวนหนึ่งเทาของจำนวนทุนและเงินที่ผูรับสัญญาจายชวยเหลือดังกลาวใหเปนเบี้ยปรับแกผูรับสัญญาอีกดวย

ในกรณีที่ผูใหสัญญากลับเขาปฏิบัติงานบางแตไมครบระยะเวลาดังกลาวในขอ 3.2 หรือขอ 4 เงินที่จะชดใชคืนและเบี้ยปรับตามวรรคหนึ่งขางตนจะลดลงตามสวนของระยะเวลาที่ผูใหสัญญากลับเขาปฏิบัติงาน

ขอ ๖. เงินที่จะชดใชคืนและเงินเบี้ยปรับตามขอ 5 ผูใหสัญญาจะตองชำระใหแกผูรับสัญญาจนครบถวนภายในกำหนดระยะเวลา 30 (สามสิบ) วัน นับแตวันที่ไดรับแจงจากผูรับสัญญา หากผูใหสัญญาไม ชำระภายในกำหนดระยะเวลาดังกลาวหรือชำระไมครบถวน ทั้งนี้ จะโดยความยินยอมของผูรับสัญญาหรือไมก็ตาม ผูใหสัญญาจะตองชำระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตรารอยละ 5 ตอป ของจำนวนเงินที่ยังมิไดชำระ นับแตวันครบกำหนดระยะเวลาดังกลาวจนกวาจะชำระครบถวน

ขอ ๗. ในกรณีที่ผูใหสัญญาไมสามารถกลับเขาปฏิบัติงาน หรือกลับเขาปฏิบัติงานไมครบกำหนดระยะเวลาตามขอ 3.2 หรือขอ 4 เพราะถึงแกความตายหรือเกษียณอายุ ผูใหสัญญาไมตองรับผิดตามความในขอ 5 วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง แลวแตกรณี

ในระหวางระยะเวลาที่ผูใหสัญญาไดรับอนุญาตใหไปศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย หรือในระหวางระยะเวลาที่ผูใหสัญญากลับเขาปฏิบัติงานตามขอ 3.2 หรือขอ 4 ถาผูใหสัญญาประพฤติผิดวินัยอยางรายแรงจนถูกผูรับสัญญาเลิกสัญญาปฏิบัติงาน ผูใหสัญญาจะตองชดใชเงินและเบี้ยปรับใหแกผูรับสัญญาเปนจำนวนเงินทั้งหมดหรือลดลงตามสวนเชนเดียวกับขอ 5 ทั้งนี้ เวนแตผูรับสัญญาพิจารณาเห็นวามีเหตุผลอันสมควรที่ผูใหสัญญาไมตองรับผิดเพราะถูกผูรับสัญญาเลิกสัญญาปฏิบัติงานในกรณีที่ผูใหสัญญาไมสามารถกลับเขาปฏิบัติงานหรือกลับเขาปฏิบัติงานไมครบกำหนดระยะเวลาตามขอ 3.2 หรือขอ 4 เพราะถูกเลิกสัญญาปฏิบัติงานโดยไมมีความผิดหรือลาออกเนื่องจากเจ็บปวยทุพพลภาพ เปนคนไรความสามารถ เปนบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ ผูใหสัญญาไมตองรับผิดตามความในขอ 5 วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง แลวแตกรณี แตทั้งนี้ถาผูใหสัญญาไปทำงานอื่นในระหวางระยะเวลา 2 (สอง) ป นับแตวันที่ผูใหสัญญาจะตองกลับเขาปฏิบัติงาน หรือวันที่ผูใหสัญญาถูกเลิกสัญญาปฏิบัติงานโดยไมมีความผิดหรือลาออกดวยเหตุดังกลาวขางตน ผูใหสัญญายังคงตองรับผิดชดใชเงินและเบี้ยปรับตามขอ 5 วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง แลวแตกรณี

ขอ ๘. ในกรณีที่ผูใหสัญญามีพันธะตองชำระเงินใหแกผูรับสัญญาตามสัญญานี้ ผูใหสัญญายอมใหผูรับสัญญาหักเงินเดือน และหรือเงินอื่นใดที่ผูใหสัญญาจะพึงไดรับจากผูรับสัญญา เพื่อชดใชเงินที่ผูใหสัญญาตองรับผิดชอบตามสัญญานี้ได ทั้งนี้ หากครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ตามที่ระบุไวในขอ 6 แลวแตทางผูรับสัญญายังมิไดสั่งจายเงินเดือนหรือเงินอื่นใดดังกลาวใหแกผูใหสัญญา ผูใหสัญญาจะตองรับผิดชดใช ในสวนของดอกเบี้ยผิดนัดที่เกิดขึ้นในอัตรารอยละ 5 ตอป จนกวาจะถึงวันที่ผูรับสัญญาเบิกหักสงเงินดังกลาวชดใชหนี้

ขอ ๙. ในวันทำสัญญานี้ ผูใหสัญญาไดจัดให........................................................ทำสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติและความรับผิดตามสัญญานี้ของผูใหสัญญาดวยแลว

ในกรณีผูค้ำประกันถึงแกความตาย หรือถูกศาลมีคำสั่งใหพิทักษทรัพยเด็ดขาด หรือมีคำพิพากษาใหลมละลาย หรือผูรับสัญญาเห็นสมควรใหผูใหสัญญาเปลี่ยนผูค้ำประกัน ผูใหสัญญาจะตองจัดให มีผูค้ำประกันรายใหมมาทำสัญญาค้ำประกันแทนภายในกำหนด 30 (สามสิบ) วัน นับแตวันที่ผูค้ำประกันเดิมถึงแกความตาย หรือถูกศาลมีคำสั่งใหพิทักษทรัพยเด็ดขาด หรือมีคำพิพากษาใหลมละลาย หรือวันที่ผูใหสัญญาไดรับแจงจากผูรับสัญญาใหเปลี่ยนผูค้ำประกันแลวแตกรณี ถาผูใหสัญญาไมสามารถจัดใหมีผูค้ำประกันรายใหม มาทำสัญญาค้ำประกันแทนภายในกำหนดเวลาดังกลาว ผูรับสัญญามีสิทธิเพิกถอนการอนุญาตตามสัญญานี้ได เวนแตผูรับสัญญาตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบแลวเห็นวาผูใหสัญญาเปนผูมีศักยภาพสูงยิ่งในการศึกษาจะอนุมัติใหผูใหสัญญาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยโดยไมมีผูค้ำประกันก็ได

สัญญานี้ทำขึ้นสองฉบับ มีขอความถูกตองตรงกัน คูสัญญาไดอานและเขาใจขอความในสัญญานี้โดยละเอียดตลอดแลว จึงไดลงลายมือชื่อไวเปนสำคัญตอหนาพยาน และคูสัญญาตางยึดถือไวฝายละฉบับ

ลงนาม.........................................................ผูใหสัญญา

(........................................................)

ลงนาม.........................................................ผูรับสัญญา

(........................................................)

ลงนาม..........................................................พยาน

(.........................................................)

ลงนาม..........................................................พยาน

(.........................................................)

คำยินยอมของคูสมรส (กรณีผูใหสัญญามีคูสมรส)

ขาพเจา นาย/นาง/นางสาว ................................................................................................. เปนคูสมรสของผูใหสัญญาขางตน ตามใบสำคัญการสมรส เลขทะเบียนที่ ........................................................................ ลงวันที่ .......................................................................... ไดรับทราบขอความตามสัญญาขางตนแลว ยินยอมใหผูใหสัญญาทำสัญญาดังกลาวได

ลงนาม.......................................................... คูสมรส/ผูใหความยินยอม

(...........................................................)

ลงนาม.......................................................... พยาน

(...........................................................)

ขาพเจาขอรับรองวาไมมีคูสมรส (เปนโสด/คูสมรสตาย/หยา) ในขณะที่ทำสัญญานี้

ลงนาม.................................................... ผูใหสัญญา

(...................................................)

หลักฐานที่ใชประกอบการทำสัญญา

1. หลักฐานของผูใหสัญญา

1.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

1.2 สำเนาบัตรพนักงานมหาวิทยาลัย บัตร............................................

1.3 สำเนาทะเบียนบาน

1.4 หนังสือรับรองเงินเดือน (ตนฉบับ)

2. หลักฐานคูสมรส (ถามีคูสมรส)

2.1 คำยินยอมของคูสมรส

2.2 สำเนาใบสำคัญการสมรส

2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

3. สำเนาหลักฐานทุกฉบับตองลงชื่อรับรองสำเนาถูกตองดวยปากกาสีน้ำเงินสัญญาเลขที่............................

สัญญาค้ำประกัน

ทำที่..........................................................................

วันที่............เดือน.................................พ.ศ. ............

ขาพเจา...........................................................อายุ....... ป เชื้อชาติ............... สัญชาติ............... บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ .....................................อยูบานเลขที่.......................... ตรอก/ซอย ............................................. ถนน...................................................... ตำบล/แขวง............................................. อำเภอ/เขต.................................................. จังหวัด............................. ............................ อาชีพ......................................................................... คูสมรสชื่อ........................................................................... ซึ่งตอไปในสัญญานี้จะเรียกวา “ผูค้ำประกัน” ขอทำสัญญาค้ำประกันใหไวแกมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชซึ่งตอไปในสัญญานี้จะเรียกวา “ผูรับสัญญา” ดังมีขอความตอไปนี้

ขอ ๑ มูลหนี้ในการค้ำประกัน

(1) สัญญาลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ของ................................................. .....................................ใหไวแกผูรับสัญญา โดยหนังสือสัญญาเลขที่..............................................ลงวันที่.......... เดือน................................. พ.ศ. .............. โดยกำหนดวงเงินทุน และวงเงินชวยเหลือในระหวางศึกษา ฝกอบรมหรือปฏิบัติการวิจัย เปนเงิน ................................................................. บาท (....................................................... .................................................................................)

(2) หนังสือชดใชหนี้และการผอนชำระสัญญารับทุนลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ของ......................................................................................ใหไวแกผูรับสัญญา โดยหนังสือสัญญาเลขที่ ..............................................ลงวันที่.......... เดือน................................. พ.ศ. ..............

ผูค้ำประกันทราบและเขาใจขอความในสัญญาดังกลาวนี้แลว จึงทำสัญญาค้ำประกันไวตอผูรับสัญญาวา ถา.................................................................ผิดสัญญาดังกลาวไมวาขอหนึ่งขอใดดวยประการใด ๆก็ดี ผูค้ำประกันยอมรับผิดตามขอผูกพันในสัญญาดังกลาวนี้พรอมดอกเบี้ยและคาเสียหาย (ถามี) ครบเต็มจำนวนทันทีที่ไดรับแจงเปนหนังสือจากผูรับสัญญา

ขอ ๒ กรณีที่.................................................................ไดรับอนุมัติจากทางมหาวิทยาลัยใหขยายระยะเวลาการลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยตอดวยทุนมหาวิทยาลัย แมการขยายเวลาดังกลาวนั้นจะเปนการเปลี่ยนแปลงสาขาวิชา ระดับการศึกษา สถานศึกษา หรือประเทศที่ศึกษา ไปจากเดิม และผูรับสัญญาไดแจงใหผูค้ำประกันทราบและผูค้ำประกันไดตกลงยินยอม ใหถือวาผูค้ำประกันตกลงรับเปนผูค้ำประกัน ......................................................................... ตอไปตลอดระยะเวลาที่............................................ ไดขยายเวลาการอยูศึกษาตอดวยทุนมหาวิทยาลัย และกรณีดังกลาวหาเปนเหตุปลดเปลื้องความรับผิดของผูค้ำประกัน

ขอ ๓ กรณีที่ผูรับสัญญาผอนเวลาหรือผอนจำนวนเงินในการชำระหนี้ใหแก .................... ................................................................. ไมวาในกรณีใด ๆ โดยไดแจงใหผูค้ำประกันทราบและผูค้ำประกันได ตกลงยินยอมในการผอนเวลาหรือผอนจำนวนเงินในการชำระหนี้นั้น ใหถือวาผูค้ำประกันตกลงยินยอมดวยในการผอนเวลาหรือผอนจำนวนเงินในการชำระหนี้ และกรณีดังกลาวหาเปนเหตุปลดเปลื้องความรับผิดของผูค้ำประกัน

ขอ ๔ ผูค้ำประกันขอแสดงหลักทรัพยซึ่งเปนกรรมสิทธิ์ของขาพเจาและปลอดจากภาระผูกพันใด ๆ อันทำใหทรัพยสินนี้เสื่อมคา เพื่อเปนหลักฐานในการค้ำประกันไวตอผูรับสัญญา ดังนี้

ก. ที่ดิน โฉนดเลขที่...................................... หนาสำรวจ................................................... ระวาง....................................... เนื้อที่................ ไร.................... งาน................................................ .. ตารางวาอยูที่ตำบล/แขวง....................................... อำเภอ/เขต...................................... จังหวัด...................................... ราคาประมาณ........................................... บาท (...........................................................)

ข. ที่ดิน โฉนดเลขที่...................................... หนาสำรวจ................................................... ระวาง.............................. เนื้อที่.........ไร...........งาน.............วา อยูที่ตำบล/แขวง................................................. อำเภอ/เขต........................................ จังหวัด.................................... ราคาประมาณ..................... ...............บาท (.........................................................)

หลักทรัพยอื่น

................................................................................................................................................................................. ...................................................................................................................................................................... ........... ........................................................................................................................................................................

ขอ ๕ ผูค้ำประกันสัญญาวาจะไมจำหนาย โอน กอหนี้สิน หรือภาระผูกพันใด ๆ ในทรัพยสินของขาพเจาตามที่ระบุไวในขอ 3 ตลอดระยะเวลาที่สัญญาค้ำประกันฉบับนี้ยังคงมีผลใชบังคับอยู เวนแต จะไดรับความยินยอมเปนหนังสือจากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ขอ ๖ ผูค้ำประกันจะไมเพิกถอนการค้ำประกันไมวากรณีใด ๆ ตราบเทาที่ผูใหสัญญายังตองรับผิดชอบอยูตามเงื่อนไขในสัญญา

สัญญานี้ทำขึ้นสองฉบับ มีขอความถูกตองตรงกัน ผูค้ำประกันไดอานและเขาใจขอความในสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดแลว จึงไดลงลายมือชื่อไวเปนสำคัญตอหนาพยาน และคูสัญญาตางยึดถือไวฝายละฉบับ

ลงนาม.........................................................ผูค้ำประกัน

(........................................................)

ลงนาม..........................................................พยาน

(.........................................................)

ลงนาม..........................................................พยาน

(.........................................................)

คำยินยอมของคูสมรส (กรณีผูค้ำประกันมีคูสมรส)

ขาพเจา นาย/นาง/นางสาว ................................................................................................. เปนคูสมรสของผูค้ำประกันขางตน ตามใบสำคัญการสมรส เลขทะเบียนที่ ........................................................................ ลงวันที่ .......................................................................... ไดรับทราบขอความตามสัญญาค้ำประกันขางตนแลวยินยอมใหผูค้ำประกันทำสัญญาค้ำประกันดังกลาวได

ลงชื่อ ........................................................... คูสมรส/ผูใหความยินยอม

(...........................................................)

ลงชื่อ ........................................................... พยาน

(...........................................................)

หลักฐานที่ใชประกอบการทำสัญญาค้ำประกัน

1. หลักฐานของผูค้ำประกัน

1.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

1.2 สำเนาบัตรขาราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย

1.3 สำเนาทะเบียนบาน

1.4 สำเนาโฉนดที่ดิน และราคาประเมิน

4.5 สำเนาหลักทรัพยอื่นๆ

1.4 หนังสือรับรองเงินเดือน (ตนฉบับ)

2. หลักฐานคูสมรสของผูค้ำประกัน (ถามีคูสมรส)

2.1 คำยินยอมของคูสมรส

2.2 สำเนาใบสำคัญการสมรส

2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

3. สำเนาหลักฐานทุกฉบับตองลงชื่อรับรองสำเนาถูกตองดวยปากกาสีน้ำเงิน

4. คาอากรแสตมป 10 บาท ติดสัญญาค้ำประกัน

ลำดับของผูค้ำประกัน

1. เปนมารดา หรือบิดาชอบดวยกฎหมาย (ไมรวมบิดามารดาบุญธรรม)

2. เปนพี่นองรวมบิดาและมารดาเดียวกัน

3. บุคคลอื่นโดยแสดงหลักทรัพย

4. หากไมมีบุคคลตาม 1. - 3. ใหพิจารณาความสามารถในการใชหนี้จากฐานะและรายไดดังตอไปนี้

4.1 กรณีเปนพนักงานมหาวิทยาลัย หรือขาราชการ ตองมีตำแหนงไมต่ำกวาระดับปฏิบัติการหรือเทียบเทาขึ้นไป

4.2 กรณีเปนขาราชการทหาร ตำรวจ ตองมียศในระดับสัญญาบัตรหรือเทียบเทาขึ้นไป

4.3 กรณีเปนพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือปฏิบัติงานในหนวยงานของรัฐหรือเอกชน ตองมีเงินเดือนไมนอยกวาเดือนละ 30,000 บาทเงื่อนไขการค้ำประกัน

1. ผูค้ำประกัน ค้ำประกันผูขอรับทุนไดไมเกิน 1 คน

2. กรณีผูค้ำประกันมีคุณสมบัติไมเปนไปตามที่กำหนดขางตน ใหอยูในดุลพินิจของอธิการบดีที่จะพิจารณาตามความจำเปนและเหมาะสมสัญญาเลขที่............/...............

หนังสือชดใชหนี้และการผอนชำระ

สัญญารับทุนลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

ทำที่..............................................................

วันที่..........เดือน....................................พ.ศ. ................

ขาพเจา.................................................................อายุ.........ป เลขประจำตัวประชำชนเลขที่ .......................................................(บัตรประจำตัวพนักงานมหาวิทยาลัยเลขที่........../..........) ออกใหโดย ............................ เมื่อวันที่.........เดือน...................................พ.ศ. ...............ปรากฏหลักฐานตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สำเนาบัตรพนักงานมหาวิทยาลัยแนบทายหนังสือฉบับนี้ อยูบานเลขที่................ตรอก/ ซอย................................. ถนน............................ตำบล/แขวง.............................อำเภอ/เขต.............................. จังหวัด............................... โทรศัพท.............................ขอทำหนังสือ ฉบับนี้ และขอผอนชำระหนี้ใหไวตอมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งตอไปในหนังสือฉบับนี้เรียกวา “มหาวิทยาลัย” ดังมีขอความตอไปนี้

ขอ ๑. ตามที่ขาพเจาไดทำสัญญารับทุนลาศึกษา ฝกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ตามสัญญาเลขที่.................................ฉบับลงวันที่............................................ไวตอมหาวิทยาลัย และขาพเจาไดผิดสัญญาดังกลาว ซึ่งขาพเจาจะตองชดใชเงินคืนพรอมเบี้ยปรับและดอกเบี้ยตามสัญญาดังกลาว รวมเปนจำนวนเงินทั้งสิ้น..............................................บาท (........................................................) และขาพเ จายอมรับวาเปนหนี้ตามสัญญาดังกลาวจริง โดยหนังสือฉบับนี้ ขาพเจายินยอมรับสภาพหนี้และยินยอมรับผิดชดใชเงินดังกลาวเปนจำนวนเงินทั้งสิ้น.............................................บาท (....................................................) โดยขาพเจาไดชดใชเงินในวันทำหนังสือฉบับนี้แลวเปนจำนวนเงิน.............................บาท (...........................................) พรอมดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้เปนจำนวนเงิน........................................บาท (................................................) สวนเงินที่ยังคางชำระที่เหลืออีกจำนวน.............................................บาท (...................................... ..............) ขอผอนชำระให แลวเสร็จภายในกำหนด............ป..........เดือน พรอมดวยดอกเบี้ยในอัตรารอยละ 5 ตอป ของจำนวนเงินที่คางชำระนับแตวันทำหนังสือนี้จนถึงวันชำระหนี้ครบตามจำนวน

ขอ ๒. จำนวนเงินที่ขาพเจาจะตองรับผิดชดใชตามขอ 1 ขาพเจาขอผอนชำระหนี้เปนรายเดือนในอัตราเดือนละ.............................บาท (.................................................) พรอมทั้ งชำระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแตละงวดที่ชำระเงินตนดวย จนกวาจะครบจำนวนเงินที่ตองรับผิดชดใช และขาพเจารับรองวาจะไมเรียกรองเพื่อขอระงับ หรืองดเวนการชำระหนี้ครั้งนี้เปนอันขาด ทั้งนี้ จะเริ่มผอนชำระภายในวันที่.......... ของทุกเดือน โดยเริ่มตั้งแตเดือน...................................พ.ศ. ............... เปนตนไป

ขอ ๓. ในกรณีที่การผอนชำระหนี้ ซึ่งจะตองขออนุมัติจากมหาวิทยาลัย ถามหาวิทยาลัยไมอนุมัติใหขาพเจาผอนชำระเปนรายเดือนตามจำนวนเงินที่ระบุไวในขอ 2 ขาพเจายินยอมผอนชำระเงินตามจำนวนที่มหาวิทยาลัยกำหนดขอ ๔. ในกรณีที่ขาพเจาผิดนัดในการชำระหนี้เกินกวา.........เดือน หรือไมสามารถสงเงินชำระหนี้ได หรือผิดเงื่อนไขใด ๆ ดวยเหตุใดก็ตาม ขาพเจายินยอมใหมหาวิทยาลัยยกเลิกการขอผอนชำระหนี้ของขาพเจา และขาพเจายินยอมชดใชเงินคืนและเบี้ยปรับพรอมดวยดอกเบี้ยในอัตรารอยละ 5 ตอป ที่คางชำระทั้งหมดใหแกมหาวิทยาลัยทันที และหรือยินยอมใหมหาวิทยาลัยหักเงินเดือน คาจาง เบี้ยหวัดบำเหน็จ บำนาญ หรือเงินอื่นใดที่ขาพเจาพึงไดรับจากทางมหาวิทยาลัย สงใชหนี้ไดอีกดวย

ขอ ๕. ในวันที่ทำหนังสือฉบับนี้ ขาพเจาไดจัดให...............(ชื่อบุคคล).................ค้ำประกันการชำระหนี้ตามหนังสือฉบับนี้ของขาพเจา ในกรณีที่ผูค้ำประกันถึงแกความตาย หรือเปนคนสาบสูญ หรือเปนคนไรความสามารถ หรือเปนคนเสมือนไรความสามารถ หรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษทรัพยเด็ดขาด หรือมีคำพิพากษาใหลมละลาย หรือสภาพฐานะความเปนผูค้ำประกันลดนอยลง หรือทางมหาวิทยาลัยพิจารณาใหเปลี่ยนหรือเพิ่มผูค้ำประกัน ขาพเจาจะดำเนินการเปลี่ยนผูค้ำประกันใหเปนที่พอใจภายใน 60 (หกสิบ) วันนับแตทราบเหตุหรือไดรับแจงเปนลายลักษณอักษรตอไป

ขอ ๖. หากตองเสียคาธรรมเนียมหรือคาใชจายอยางอื่นในการสงเงินหรือในการบังคับชำระหนี้ตามหนังสือฉบับนี้ ขาพเจาจะเปนผูออกคาใชจายเองทั้งสิ้น

หนังสือนี้ทำขึ้น 3 (สาม) ฉบับ มีขอความถูกตองตรงกัน ขาพเจาไดอานขอความในหนังสือนี้โดยละเอียดตลอดแลว เห็นวาถูกตองตรงตามเจตนา จึงไดลงลายมือชื่อไวตอหนาพยานเปนหลักฐาน ขาพเจายึดถือไวหนึ่งฉบับ มหาวิทยาลัยยึดถือไวหนึ่งฉบับ และเก็บไวที่ฝายการคลังของสวนงานตนสังกัดของขาพเจาอีกหนึ่งฉบับ

ลงชื่อ ........................................................... ผูชดใชหนี้

(...........................................................)

ลงชื่อ ........................................................... พยาน

(...........................................................)

ลงชื่อ ........................................................... พยาน

(...........................................................)

คำยินยอมของคูสมรส (กรณีมีคูสมรส)

ขาพเจา นาย/นาง/นางสาว ................................................................................................. เปนคูสมรสของผูชดใชหนี้ขางตน ตามใบสำคัญการสมรส เลขทะเบียนที่ ................................................................... ลงวันที่ .......................................................................... ไดรับทราบขอความตามหนังสือชดใหหนี้และการผอนชำระแลว ยินยอมใหผูชดใชหนี้ทำหนังสือชดใหหนี้และการผอนชำระดังกลาวได

ลงชื่อ ........................................................... คูสมรส/ผูใหความยินยอม

(...........................................................)

ลงชื่อ ........................................................... พยาน

(...........................................................)

หลักฐานที่ใชประกอบการทำหนังสือชดใหหนี้และการผอนชำระฯ

1. หลักฐานของผูชดใชหนี้

1.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

1.2 สำเนาบัตรพนักงานมหาวิทยาลัย บัตร...................................................

1.3 สำเนาทะเบียนบาน

1.4 หนังสือรับรองเงินเดือน (ตนฉบับ)

2. หลักฐานคูสมรสของผูใหความยินยอม (ถามีคูสมรส)

2.1 คำยินยอมของคูสมรส

2.2 สำเนาใบสำคัญการสมรส

2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

3. สำเนาหลักฐานทุกฉบับตองลงชื่อรับรองสำเนาถูกตองดวยปากกาสีน้ำเงิน

เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว

ประกาศ ณ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

นายกสภามหาวิทยาลัย

ข้อมูลเอกสารเพิ่มเติม

เลขที่เอกสาร
LR-0141
หน่วยงานรับผิดชอบ
ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ผู้ลงนามอนุมัติ
นายกสภามหาวิทยาลัย
ปีที่สภามีมติเห็นชอบ
ขนาดไฟล์
306 KB
ประเภทเอกสาร
ประกาศ
หมวดหมู่เอกสาร
บริหารงานบุคคล

ประวัติการแก้ไขและแทนที่

  1. ฉบับปัจจุบัน

    v.1.0.0 (8 ส.ค. 59)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม